26/09/2026
เปิดเส้นทางชีวิต “พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร”
จากนักรบสมรภูมิช่องบก สู่ “นายพลอีเอ็ม” แห่งชายแดนใต้
ถ้าพูดถึงนายทหารที่เส้นทางชีวิตไม่ได้มีแค่ “สนามรบ” แต่ยังลงไปจับงานพัฒนาชาวบ้านด้วย ชื่อของ พลเอก พิเชษฐ์ วิสัยจร หรือ “แป๊ะ” ถือว่าน่าสนใจมาก
เพราะชีวิตราชการของเขาผ่านมาทั้งพื้นที่สู้รบ งานรักษาสันติภาพ และภารกิจความมั่นคงในภาคใต้ ก่อนจะกลายเป็นนายทหารที่นำเรื่องเกษตรชีวภาพและ EM เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางพัฒนาพื้นที่ จนเกิดฉายาที่คนจำได้ว่า “นายพลอีเอ็ม”
แต่กว่าจะมาถึงจุดนั้น เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
จากชุมพร สู่เส้นทางทหาร
พล.อ.พิเชษฐ์ เกิดวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2493 ที่อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร และเติบโตเข้าสู่เส้นทางทหารจนก้าวขึ้นมารับตำแหน่งสำคัญในกองทัพบก
หนึ่งในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิmราชการ คือการเข้าไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ สมรภูมิช่องบก บริเวณ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
พื้นที่แห่งนี้ในช่วงทศวรรษ 2520–2530 เป็นหนึ่งในพื้นที่ปฏิบัติการที่มีความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา
ข้อมูลชีวประวัติที่หอสมุดจุฬาฯ ระบุถึงช่วง สมรภูมิช่องบก พ.ศ. 2528–2530 เอาไว้โดยตรง และบันทึกเส้นทางของพล.อ.พิเชษฐ์ในฐานะ “ทหารเสือแดนอีสาน” ก่อนที่จะก้าวไปสู่ภารกิจระดับนานาชาติในเวลาต่อมา
ช่องบก…สนามรบที่ฝากร่องรอยไว้ในชีวิm
ในช่วงการปฏิบัติหน้าที่บริเวณช่องบก พล.อ.พิเชษฐ์ผ่านสถานการณ์การสู้รบอย่างหนัก และมีข้อมูลระบุว่าได้รับบาดเจ็บจากการรบ
นี่จึงไม่ใช่เพียงชื่อหนึ่งในประวัติราชการ แต่เป็นช่วงเวลาที่สะท้อนว่าเส้นทางของนายทหารคนนี้เคยอยู่ในพื้นที่ที่ความเป็นความตายเกิดขึ้นจริง
จากแนวชายแดนอีสาน ชีวิmราชการของเขายังคงเดินหน้าต่อไป
และอีกหนึ่งบทบาทสำคัญก็คือการรับหน้าที่เกี่ยวข้องกับ กองกำลัง 972 ไทย–ติมอร์ตะวันออก ในช่วง พ.ศ. 2543–2544 ซึ่งเป็นอีกบทหนึ่งที่ถูกบันทึกไว้ในชีวประวัติของเขา
จากสนามรบในประเทศ สู่ภารกิจในต่างแดน
นี่คืออีกด้านของนายทหารที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรบ
จาก “นักรบ” สู่ “นักพัฒนา”
เมื่อเส้นทางชีวิตพาเขามาถึงกองทัพภาคที่ 4 เรื่องราวของ พล.อ.พิเชษฐ์ กลับเปลี่ยนมุมอย่างน่าสนใจ
เพราะในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 4 เขาไม่ได้มองปัญหาชายแดนใต้ผ่านเรื่องความมั่นคงเพียงอย่างเดียว
แต่ยังให้ความสำคัญกับเรื่อง ปากท้อง สิ่งแวดล้อม น้ำเสีย ขยะ และการทำเกษตรของประชาชน
แนวคิดหนึ่งที่ถูกนำมาใช้คือ จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ หรือ EM รวมถึงแนวทางเกษตรชีวภาพ
มีการนำแนวคิดดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับการฟื้นฟูพื้นที่ การบำบัดน้ำ และการจัดการสิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นภาพจำของเขาในช่วงเวลานั้น
จนสื่อบางส่วนเรียกเขาว่า
“นายพลอีเอ็ม”
ฟังดูเหมือนฉายาแปลก ๆ สำหรับนายทหารระดับแม่ทัพ
แต่สำหรับ พล.อ.พิเชษฐ์ นี่สะท้อนแนวคิดที่ว่า การแก้ปัญหาพื้นที่หนึ่งอาจไม่ได้มีแค่การใช้กำลังหรือมาตรการด้านความมั่นคงเท่านั้น
“ดับไฟ” ด้วยการพัฒนาคนและพื้นที่
ช่วงที่ พล.อ.พิเชษฐ์ เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ระหว่างปี 2551–2553 ภารกิจหลักของพื้นที่คือการรับผิดชอบสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เขาดำรงตำแหน่งประมาณ 2 ปี ก่อนขึ้นไปรับตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในปี 2553 โดยมีการส่งมอบตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ มีผลวันที่ 1 ตุลาคม 2553
แต่ช่วงเวลาสองปีนั้นทิ้งภาพจำเอาไว้ไม่น้อย
เพราะแทนที่จะเห็นแม่ทัพลงพื้นที่เฉพาะเรื่องยุทธการ ภาพของ พล.อ.พิเชษฐ์ ยังปรากฏกับงานพัฒนาแหล่งน้ำ เกษตรชีวภาพ และสิ่งแวดล้อม
แนวทางนี้ก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและเสียงวิจารณ์ในเวลานั้น โดยมีสื่อบันทึกทั้งฉายา “นายพลอีเอ็ม” และข้อถกเถียงเกี่ยวกับน้ำหนักของงานพัฒนากับภารกิจด้านยุทธการ
นักรบที่ไม่ได้ทิ้งงานพัฒนา
สิ่งที่ทำให้ประวัติของ พล.อ.พิเชษฐ์ น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ตำแหน่งนายพล
แต่คือเส้นทางที่เดินจาก
สมรภูมิช่องบก → ภารกิจติมอร์ตะวันออก → แม่ทัพภาคที่ 4 → งานพัฒนาชายแดนใต้ → ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
หนังสือชีวประวัติที่หอสมุดจุฬาฯ บันทึกไว้ถึงกับแบ่งเรื่องราวของเขาออกเป็นบทต่าง ๆ ตั้งแต่ “ทหารเสือแดนอีสาน”, “สมรภูมิช่องบก”, “ผู้บัญชาการกองกำลัง 972 ไทย-ติมอร์ตะวันออก”, “นายพลอีเอ็ม” ไปจนถึงงานฟื้นฟูคลองและแม่น้ำในภาคใต้
นี่จึงเป็นเรื่องราวของนายทหารคนหนึ่งที่ผ่านทั้ง สนามรบและสนามพัฒนา
จากวันที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์รุนแรงตามแนวชายแดน
มาถึงวันที่ต้องคิดว่า…
ถ้าจะทำให้พื้นที่หนึ่งสงบอย่างยั่งยืน การรักษาความปลอดภัยอย่างเดียวเพียงพอจริงหรือไม่?
สำหรับ พล.อ.พิเชษฐ์ คำตอบส่วนหนึ่งดูเหมือนจะอยู่ที่การทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และทำให้พื้นที่กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง
จาก “นักรบ” จึงค่อย ๆ กลายเป็น “นักพัฒนา”
และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ชื่อของ “นายพลอีเอ็ม” ยังคงถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้
เพราะบางสนามรบต้องใช้กำลังเพื่อหยุดความรุนแรง แต่บางสนามรบอาจต้องใช้การพัฒนา เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งกลับมาเกิดซ้ำอีก
‼️"ขอความกรุณางดคัดลอกรูปภาพและข้อความไปเผยแพร่ต่อในแพลตฟอร์มอื่นทุกกรณี ขอบคุณครับ❌🙏
แง่คิด
ชีวิตของ พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร สะท้อนอีกมุมของคำว่า “นักรบ”
นักรบไม่ได้มีหน้าที่แค่ยืนอยู่แนวหน้า
บางครั้งหลังจากผ่านสนามรบมาแล้ว ภารกิจที่ยากกว่าอาจคือการทำให้พื้นที่ที่เคยมีความขัดแย้ง กลับมาเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิต ทำมาหากิน และเดินหน้าต่อได้
จาก ช่องบก ถึง ชายแดนใต้
จาก สนามรบ ถึง ผืนดิน
เส้นทางของ “แป๊ะ” จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สะท้อนว่า…
ชัยชนะของทหาร อาจไม่ได้วัดกันแค่ในวันที่เสียงปืนเงียบลง แต่อาจวัดกันที่วันที่ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
#เฟี้ยวจ้าด