19/09/2026
จาก Bangkok 1998 สู่ Aichi–Nagoya 2026
เกือบ 30 ปีของ “วิทยาศาสตร์การกีฬา มศว” กับเส้นทางเบื้องหลังความสำเร็จของกีฬาไทย
หากย้อนกลับไปดูประวัติของ ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เราจะพบเรื่องราวที่น่าสนใจว่า จุดเริ่มต้นของเราไม่ได้เกิดขึ้นจากห้องเรียนเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดขึ้นจาก “โจทย์ของประเทศ” ก่อนการแข่งขันกีฬา เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 กรุงเทพฯ 1998 ประเทศไทยกำลังเตรียมความพร้อมครั้งใหญ่ในฐานะเจ้าภาพ และในเวลานั้นวงการกีฬาไทยเริ่มตระหนักอย่างจริงจังว่า หากประเทศไทยต้องการแข่งขันกับนานาชาติ การพัฒนานักกีฬาไม่สามารถพึ่งเพียงพรสวรรค์ ประสบการณ์ของผู้ฝึกสอน หรือจำนวนชั่วโมงในการฝึกซ้อมเท่านั้น
ประเทศไทยจำเป็นต้องมีวิทยาศาสตร์การกีฬา Sports Science ต้องมีคนที่เข้าใจสรีรวิทยาการกีฬา ชีวกลศาสตร์ การฝึกและการเสริมสร้างสมรรถภาพ,การทดสอบและประเมินนักกีฬา เข้าใจการฟื้นฟูร่างกาย และที่สำคัญ ต้องสามารถนำ “ข้อมูล” มาเปลี่ยนเป็นการตัดสินใจในการพัฒนานักกีฬา
ด้วยเหตุนี้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งมีรากฐานด้านพลศึกษาและการกีฬามายาวนาน จึงเริ่มดำเนิน โครงการจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาในปี พ.ศ. 2539 ตามแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา เพื่อผลิตบุคลากรทางวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ประเทศกำลังต้องการ
ขณะเดียวกัน พื้นที่ มศว องครักษ์ ก็ได้รับการพัฒนาให้เป็นที่ตั้งของ ศูนย์กีฬาสิรินธร ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสนามแข่งขันและสนามฝึกซ้อมสำหรับเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ดังนั้น หากจะกล่าวว่า “เอเชียนเกมส์ คือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้วิทยาศาสตร์การกีฬา มศว ถือกำเนิดขึ้น” กับ โครงการจัดตั้งคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒก็คงไม่เกินความจริง
หลังจากนั้น โครงการได้พัฒนาเป็น ภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะพลศึกษา อย่างเป็นทางการ และเติบโตจากหน่วยงานที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับความต้องการด้านกีฬาของประเทศ สู่สถาบันการศึกษาที่ผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาออกไปทำงานในระบบกีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง เวลาผ่านไปเกือบสามทศวรรษ…
คนของวิทยาศาสตร์การกีฬาอาจไม่ได้เป็นคนที่ยืนอยู่บนโพเดียมรับเหรียญ ไม่ได้เป็นคนที่กล้องโทรทัศน์จับภาพหลังการแข่งขัน และชื่ออาจไม่ปรากฏอยู่ในสกอร์บอร์ด แต่ในทุกความสำเร็จของนักกีฬา ยังมีคนอีกจำนวนมากยืนอยู่ข้างหลัง พวกเขา กีฬาในระดับนานาชาติวันนี้จึงไม่ได้เป็นการแข่งขันระหว่าง “นักกีฬา” เพียงคนต่อคนอีกต่อไป
นักกีฬาหนึ่งคนอาจยืนแข่งขันอยู่เพียงลำพังในสนาม แต่เบื้องหลังเขา อาจมีคนอีกหลายสิบคนกำลังทำงานเพื่อให้ Performance ในวันนั้นดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บุคลากร คณาจารย์ นิสิต และศิษย์เก่าจากสายวิทยาศาสตร์การกีฬา มศว ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับระบบกีฬาในหลากหลายระดับ ตั้งแต่การวิจัย การทดสอบสมรรถภาพ การพัฒนานักกีฬามหาวิทยาลัย กีฬาอาชีพ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับนักกีฬาทีมชาติไทย
ห้องเรียนของเราจึงไม่ได้สิ้นสุดอยู่ที่รั้วของมหาวิทยาลัย แต่ต่อเนื่องไปถึงสนามฝึกซ้อม สนามแข่งขัน ทีมชาติ การแข่งขันระดับเอเชีย ชิงแชมป์โลก
และเวทีมหกรรมกีฬานานาชาติ จาก 13th Bangkok Asian Games 1998 ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของเรา
วันนี้กีฬาของเอเชียเดินทางมาถึง The 20th Asian Games Aichi–Nagoya 2026 เรื่องราวจึงเหมือนหมุนกลับมาบรรจบกันอีกครั้ง สนามแข่งขันเปลี่ยน นักกีฬาเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน แต่หลักการหนึ่งไม่เคยเปลี่ยน
ความสำเร็จทางการกีฬาไม่ได้เกิดขึ้นจากความพยายามเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความพยายามที่ได้รับการสนับสนุนด้วยองค์ความรู้ที่ถูกต้อง
เกือบ 30 ปีที่ผ่านมา เราไม่ได้เพียงผลิต “บัณฑิตวิทยาศาสตร์การกีฬา” แต่เรากำลังผลิตคนเบื้องหลังที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศกีฬาไทย
และบางที…เหรียญที่เราไม่เคยได้ อาจเป็นเหรียญเดียวกับที่เราเคยมีส่วนช่วยสร้างมันขึ้นมา
จากเอเชียนเกมส์ 1998 สู่เอเชียนเกมส์ 2026
นี่คือเส้นทางของ Sports Science SWU ศาสตร์ที่อาจทำงานอยู่หลังฉาก แต่ไม่เคยอยู่ห่างจากความสำเร็จของนักกีฬาไทย
SPORTS SCIENCE
Behind the Performance.
Behind the Athlete.
Behind the Success.