MuntoSport Training

MuntoSport Training

แชร์

เน้นการฝึกเบสิกฟุตบอล ทักษะส่วนบุคคล เพื่อความแข็งแรงและความคล่องตัว

14/08/2026

การควบคุมบอลและกำลังขาคือ สิ่งสำคัญ 👈⚽️
#ฝึกซ้ำๆฝึกบ่อยๆเพื่อให้เกิดความชำนาญ_ยังไม่เน้นแข่ง🤫

14/08/2026

Basics and Controls ทั้ง2เท้า > ซ้าย~ขวา คือสิ่งสำคัญ
#ฝึกซ้ำๆฝึกบ่อยๆเพื่อให้เกิดความชำนาญ_ยังไม่เน้นแข่ง🤫

10/08/2026

อ่านให้จบและจะเข้าใจ

บอลเด็ก การพัฒนาที่ไม่ต่อเนื่อง
จาก U12 ที่มีรายการแข่งเต็มประเทศ กับคำถามใหญ่เมื่อเด็กต้องก้าวผ่านวัยรุ่น ทำไม “นักเตะที่มีแวว” จึงหายไประหว่างทาง?
เก่งตอนเด็ก ไม่ได้แปลว่าจะไปถึงอาชีพ
ฟุตบอลเด็กไทยกับปัญหา “พัฒนาไม่ต่อเนื่อง” ชัยชนะวันนี้ อาจไม่ใช่คำตอบของวันข้างหน้า

▫ ฟุตบอลเยาวชนไทยมีภาพที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง
ทุกสัปดาห์มีการแข่งขัน U10, U12, U13, U14, U16, U18 กระจายอยู่ทั่วประเทศ มีทั้งรายการของกรมพลศึกษา รายการของโรงเรียน อะคาเดมี สโมสรฟุตบอล และทัวร์นาเมนต์เอกชน
เด็กจำนวนไม่น้อยเริ่มต้นจากสนามเล็ก ๆ
บางคนเล่นฟุตบอลกับเพื่อน
บางคนพ่อแม่พาไปอะคาเดมี
บางคนมาจากโรงเรียน
บางคนเริ่มจากฟุตบอลเดินสายของเด็ก
หลายคนมีพรสวรรค์ มีทักษะ และมีความฝันเหมือนกัน
แต่คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า
“เด็กคนนี้เก่งแค่ไหนตอนอายุ 10–12 ปี?”
คำถามคือ
“อีก 8 ปีข้างหน้า เด็กคนนี้จะยังพัฒนาได้อีกหรือไม่?”
เพราะการเป็นแชมป์ฟุตบอลเยาวชน ไม่ได้หมายความว่าเราผลิตนักฟุตบอลอาชีพได้สำเร็จ
และเด็กที่ยิงประตูได้มากที่สุดใน U12 ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดเมื่ออายุ 20 ปี
นี่คือจุดที่ฟุตบอลเยาวชนต้องกลับมาทบทวนคำว่า การพัฒนานักเตะ Player Development

▫ เด็กโตเร็ว อาจได้เปรียบก่อน
เรื่องที่ต้องพูดถึงวันนี้ก็คือ เด็กที่มีการเจริญเติบโตทางร่างกายเร็วกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน หรือ Early Maturation เพราะในฟุตบอลเยาวชน ความแตกต่างนี้มีผลอย่างมาก
เด็กอายุ 12 ปีสองคนอาจมีอายุเท่ากันตามบัตรประชาชน แต่ร่างกายอาจไม่ได้อยู่ในระยะการพัฒนาเดียวกัน เพราะเด็กที่โตเร็วอาจ
• ตัวใหญ่กว่า
• แข็งแรงกว่า
• วิ่งเร็วกว่า
• ปะทะได้ดีกว่า
• ยิงบอลแรงกว่า
• เล่นลูกกลางอากาศได้ดี
• ครองบอลภายใต้แรงปะทะได้ง่ายกว่า
เมื่ออยู่ในสนาม เด็กคนนี้จึงดู “เก่งกว่า”
โค้ชเห็นผลงาน
ทีมชนะ
ยิงประตูได้
ผู้ปกครองพอใจ
แมวมองสนใจ
ทุกอย่างดูเหมือนกำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง
แต่ปัญหาคือ...
เด็กคนอื่นกำลังจะโตตามมา
เมื่ออายุ 14–15 ปี ความแตกต่างทางร่างกายอาจลดลง
เมื่อถึง 16–18 ปี เด็กที่เคยได้เปรียบจากรูปร่างอาจไม่ได้เหนือกว่าคนอื่นอีกต่อไป
และถ้าในช่วงที่ตัวเองได้เปรียบ เด็กไม่ได้พัฒนาทักษะ การตัดสินใจ และความเข้าใจเกมอย่างเพียงพอ สิ่งที่เคยเป็น “ข้อได้เปรียบ” ก็อาจหายไป
นี่คือเหตุผลที่การประเมินนักเตะเยาวชนไม่ควรมองเพียงว่า
“ใครเก่งที่สุดตอนนี้”
แต่ต้องมองว่า
“ใครมีศักยภาพที่จะเก่งขึ้นอีก”

▫ ฟุตบอลเด็กไม่ควรสร้างแค่ “นักชนะ”
ปัญหาอีกเรื่องคือวัฒนธรรมการแข่งขัน
เมื่อมีการแข่งขัน ทุกคนต้องการชนะ
แน่นอนว่าไม่มีใครผิดที่ต้องการชัยชนะ
แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ ชัยชนะกลายเป็น KPI หลักเพียงตัวเดียว
โค้ชต้องการชนะ
ผู้ปกครองต้องการชนะ
โรงเรียนต้องการแชมป์
อะคาเดมีต้องการผลงาน
สโมสรต้องการชื่อเสียง
สุดท้ายเด็กจึงถูกเลือกจากสิ่งที่ทำให้ทีมชนะ “วันนี้”
มากกว่าสิ่งที่จะทำให้เขาเป็นนักฟุตบอลที่ดี “ในอนาคต”
เด็กตัวใหญ่ถูกเลือก
เด็กเร็วถูกเลือก
เด็กยิงประตูได้ถูกเลือก
เด็กที่เล่นตามคำสั่งได้ถูกเลือก
ส่วนเด็กที่ยังตัวเล็ก แต่มีเทคนิคดี มีความคิดสร้างสรรค์ หรือมีความเข้าใจเกมสูง อาจต้องรอ
นี่คือสิ่งที่ต้องระวัง
เพราะฟุตบอลอาชีพไม่ได้ต้องการเพียงนักเตะที่ชนะการแข่งขัน U12
แต่ต้องการนักเตะที่สามารถแข่งขันในระดับอาชีพได้

▫ จาก ทักษะส่วนตัว ต้องไปสู่ การเล่นร่วมกับคนอื่น
การพัฒนาที่ถูกต้องจึงไม่ควรหยุดอยู่ที่ความสามารถเฉพาะตัว
จุดเริ่มต้นคือ
Individual หรือ ทักษะส่วนตัว
เด็กต้องมีพื้นฐานฟุตบอลที่ดี
• First Touch
• Passing
• Receiving
• Dribbling
• Finishing
• 1 ต่อ 1
• การใช้เท้าซ้ายและขวา
• การควบคุมบอล
• การสแกนพื้นที่
• การตัดสินใจ
เด็กต้องรู้ว่า
“บอลอยู่กับฉัน ฉันทำอะไรได้บ้าง?”
แต่เมื่อเข้าสู่การเล่นที่ซับซ้อนขึ้น คำถามจะเปลี่ยนเป็น
“ถ้าบอลอยู่กับเพื่อน ฉันต้องทำอะไร?”
นี่คือการเข้าสู่ระดับ
Unit หรือ เล่นร่วมกับคนอื่น
จากตัวคนเดียวเป็นกลุ่มเล็ก
2 คน
3 คน
4 คน
5 คน
เด็กเริ่มเรียนรู้เรื่อง
• Support
• Cover
• Movement
• Space
• Passing options
• Combination play
• Pressing
• Transition
ฟุตบอลเริ่มเปลี่ยนจาก
“ฉันเก่ง”
เป็น
“ฉันทำให้เพื่อนเล่นง่ายขึ้น”
นี่คือพัฒนาการที่สำคัญมาก

▫ Individual → Unit → Team
เมื่อผ่าน Unit แล้วจึงค่อยพัฒนาไปสู่
Team หรือ การเล่นตามระบบ
เด็กต้องเข้าใจว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ
ไม่ใช่เพียงว่า
“ฉันเล่นตำแหน่งอะไร?”
แต่ต้องรู้ว่า
“ทีมกำลังทำอะไร และฉันต้องทำอะไรเพื่อให้ระบบทำงาน?”
ตรงนี้เริ่มเข้าสู่ Tactical Development
เช่น
• Build-up
• Pressing
• Mid-block
• Low-block
• Transition
• Rest defense
• Overload
• Width
• Depth
• Set pieces
และที่สำคัญคือ การตัดสินใจ Decision Making
เพราะฟุตบอลระดับอาชีพไม่ได้วัดว่าใครวิ่งเร็วที่สุดเพียงอย่างเดียว
แต่วัดว่า ใครตัดสินใจได้ถูกต้องในเวลา 1–2 วินาที

▫ เด็กต้องมีโอกาส “ผิด”
นี่คืออีกเรื่องที่สำคัญ
ถ้าโค้ชเยาวชนต้องการชนะทุกนัด เด็กจะถูกสอนให้
อย่าทำพลาด
แต่การพัฒนานักฟุตบอลกลับต้องการให้เด็ก
กล้าลอง
กล้าเลี้ยง
กล้าจ่ายบอลทะลุ
กล้าหันหนีคู่แข่ง
กล้าใช้เท้าข้างที่ไม่ถนัด
กล้าตัดสินใจ
แน่นอนว่าเด็กจะเสียบอล
แต่การเสียบอลใน U12 เพื่อเรียนรู้ อาจมีคุณค่ามากกว่าการชนะ 1-0 ด้วยการเตะบอลทิ้งตลอดเกม
ฟุตบอลเยาวชนจึงต้องแยกให้ออกระหว่าง
ความผิดพลาดที่เกิดจากการเรียนรู้
กับ
ความผิดพลาดที่เกิดจากการขาดวินัย
สองเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน

▫ ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือ “รอยต่อ”
เด็กจำนวนหนึ่งสามารถผ่านช่วง U10-U12 ได้ดี
แต่เริ่มมีปัญหาเมื่อเข้าสู่
U14 → U16 → U18
เพราะฟุตบอลเปลี่ยนเร็วมาก
คู่แข่งเร็วขึ้น
แรงปะทะมากขึ้น
พื้นที่น้อยลง
เวลาในการตัดสินใจลดลง
แท็กติกซับซ้อนขึ้น
เด็กที่เคยมีเวลา 3–4 วินาทีในการเล่นบอล อาจเหลือเพียง 1–2 วินาที
ถ้าระบบพัฒนาไม่ได้วางแผนเรื่องนี้ไว้ เด็กจะเกิด “ช่องว่าง”
และนี่คือสิ่งที่เรียกว่า
ช่องว่างของการพัฒนา
เด็กไม่ได้หยุดเก่ง
แต่สภาพแวดล้อมฟุตบอลเปลี่ยนเร็วกว่าเขาจะปรับตัวทัน

▫ แล้วทำไมบางคนหายไป?
คำตอบไม่ได้มีเพียงข้อเดียว
มีทั้ง
ร่างกาย เด็กบางคนโตช้ากว่าเพื่อน
เทคนิค ทักษะไม่พัฒนาเร็วพอ
แท็กติก อ่านเกมไม่ทัน
จิตใจ รับแรงกดดันไม่ได้
โอกาส ไม่มีทีม ไม่มีการแข่งขัน หรือไม่ได้รับโอกาส
ระบบ เปลี่ยนโค้ช เปลี่ยนอะคาเดมี เปลี่ยนโรงเรียน
การศึกษา ต้องเลือกเรียนกับฟุตบอล
เศรษฐกิจครอบครัว ค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์ ค่าฝึกซ้อม
และอีกเรื่องที่พูดกันไม่มากพอคือ
เด็กเบื่อฟุตบอล เด็กที่เคยรักฟุตบอล อาจรู้สึกว่าฟุตบอลกลายเป็นภาระ
ซ้อมทุกวัน
แข่งขันทุกสัปดาห์
ถูกเปรียบเทียบ
ถูกตำหนิ
ต้องชนะ
สุดท้ายเลือกหยุด

▫ ฟุตบอลไทยต้องเปลี่ยนคำถาม
เราอาจต้องเลิกถามว่า
“อะคาเดมีนี้ได้แชมป์กี่รายการ?”
แล้วถามว่า
“อะคาเดมีนี้ส่งนักเตะขึ้นทีมชุดใหญ่ได้กี่คน?”
และไม่ใช่เพียงจำนวน
ต้องถามต่อว่า
พวกเขาเล่นฟุตบอลอาชีพได้นานแค่ไหน?
นี่คือความแตกต่างระหว่าง
การแข่งขันรุ่นเยาวชน
กับ
การพัฒนานักเตะ
เพราะเป้าหมายของ อะคาเดมี ไม่ควรจบที่ถ้วยรางวัล เพราะ
ถ้วยรางวัลอยู่ในตู้
แต่นักฟุตบอลอยู่ในสนาม

▫ ทิ้งท้ายไว้ตรงนี้ก่อน
ฟุตบอลเด็กที่ดีจึงไม่ควรถูกตัดสินด้วยคำว่า “เก่งหรือไม่เก่ง” ตอนอายุ 10–12 ปีเพียงอย่างเดียว
เด็กต้องมีพื้นที่ให้เติบโต
เด็กโตเร็วต้องไม่ถูกตีความว่าเก่งกว่าเสมอไป
เด็กตัวเล็กต้องไม่ถูกตัดสินว่าไม่มีอนาคต
เด็กที่ผิดพลาดต้องได้รับการสอน
เด็กที่โดดเด่นต้องได้รับการท้าทาย
และที่สำคัญที่สุด...
ระบบต้องพัฒนาเด็ก ไม่ใช่ใช้เด็กเพื่อสร้างผลงานให้ระบบ
เพราะคำถามสุดท้ายไม่ใช่
“วันนี้เด็กคนนี้ได้แชมป์หรือไม่?”
แต่คือ
“อีก 5–8 ปี เขาจะยังเล่นฟุตบอลได้ดีขึ้นหรือไม่?”
และเมื่อเด็กผ่าน Individual → Unit → Team แล้ว
คำถามต่อไปจะยากกว่าเดิม
ทำอย่างไรให้เด็กคนหนึ่งเปลี่ยนจาก “นักเตะเยาวชนที่เก่ง” ไปเป็น “นักฟุตบอลอาชีพที่อยู่รอดได้ในชีวิตจริง”

----------------------------------
By Hugtadad

#ฟุตบอลเยาวชน #บอลเด็ก #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #วิเคราะห์บอลไทย #พัฒนาฟุตบอลไทย #อะคาเดมีฟุตบอล

27/07/2026

เพราะความเก่งมันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ .,. ทุกการฝึกมันคือการทำซ้ำๆเพื่อให้เกิดความชำนาญและความเคยชิน
#คนที่มีวินัยกับตัวเองเท่านั้นที่จะไปได้เร็วกว่า
Training รอบเช้า 08.00 น.⚽️💯☝️
#เด็กมันโต้ 👈

10/06/2026

ไม่ใช่พรสวรรค์แต่มันคือ “วินัย”
#ฟ้ามืดฝนตกจะหนักจะเบาถ้าใจมันสู้อุปสรรคมันก็แค่นิดๆ👈

22/04/2026

แก่นของเกมฟุตบอล 7 คนมี ​4 หลักการสร้างทีม
​1. สู้ด้วย "พื้นที่"
​พื้นที่น้อยกว่า แต่สำคัญกว่ามาก
​เวลาบุก: ขยายพื้นที่ (ถ่างออก)
​เวลารับ: บีบพื้นที่ (หุบเข้า)
​“ใครคุมพื้นที่ได้ คนนั้นคุมจังหวะเกม”
​2. สู้ด้วย "จำนวนผู้เล่น"
​สร้างความได้เปรียบ ณ จุดที่บอลอยู่
​สร้างสถานการณ์มากกว่า (เช่น 3 ต่อ 2)
​วิ่งซ้อน / วิ่งเติม เพื่อเพิ่มตัวเลือก
​“เล่นให้มากกว่าคู่แข่งในจุดที่บอลอยู่”
​3. สู้ด้วย "พละกำลัง"
​ใช้แรงสูงในพื้นที่แคบและเกมเร็ว เน้นการเร่งสปีดสั้น
และการกดดันเพื่อเปลี่ยนจากรับเป็นรุกให้เร็ว
​ข้อควรระวัง:
❌ ไม่ใช่ใช้แรงมั่ว : ​✔️ แต่ต้องใช้ให้ถูกจังหวะ
​“แรงต้องมาในจังหวะที่ได้เปรียบ”
​4. สู้ด้วย "การประหยัดพละกำลัง"
​สิ่งสำคัญที่ทีมเก่งต้องทำ
​ปิดทางจ่ายบอล และวิ่งตอนจำเป็น เท่านั้น
​ใช้การยืนตำแหน่งแทนการวิ่งมั่ว และเน้นเล่นบอลจังหวะเดียว
​“คนที่ประหยัดแรงได้ จะมีแรงตัดสินเกมตอนท้าย”

#สรุปภาพรวม
​คุมพื้นที่ เล่นง่ายกว่า มีคนมากกว่า เล่นง่าย ใช้แรงถูกจังหวะ ได้เปรียบ ประหยัดแรง เล่นได้ทั้งเกม และเหลือแรงไว้ปิดเกม” ⚽💯📌

Photos from MuntoSport Training 's post 09/04/2026

ไปลุยกันลูกกอก U11 ⚽️💯👈 (อา 3 พ.ค.69)
DreamStar X MuntoSport Training
#เด็กปั้นตามรอยรุ่นพี่

Photos from MuntoSport Training 's post 09/04/2026

ไปลุยกันวัยรุ่น U15 ⚽️💯👈 (อา 3 พ.ค.69)
DreamStar X MuntoSport Training
#กลับมารวมตัวกันอีกครั้งอดีตลูกศิษย์โค้ชโต้

17/03/2026

ฟุตบอล เมื่อเจอสถานการณ์แข่งขันจริง บางวันมีฟอร์มการเล่นที่ดี บางวันมีฟอร์มการเล่นที่ไม่ดี มันอยู่ที่ความพร้อมของร่างกายและสภาพจิตใจ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ถ้าเรามีฝันกับมัน เราก็ต้องมีความมุ่งมั่นที่จะฝึกซ้อมต่อไป ไม่ต้องไปแข่งกับใคร แค่พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นวันละ1%ก็พอ⚽️💯👈
เช้า 07.30 Private Training บนพื้นที่แคบๆ ⚽️💯📌
#ฟุตบอลพื้นฐาน #เบสิกฟุตบอล #โค้ชฟุตบอลเด็ก

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Chiang Mai?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


88/103 ม. 2 ต. สันกลาง อ. สันกำแพง
Chiang Mai
50130

เวลาทำการ

จันทร์ 18:00 - 20:00
อังคาร 18:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 11:00
13:00 - 15:00
อาทิตย์ 09:00 - 11:00
13:00 - 15:00