Thai baoding kuaijiao association

Thai baoding kuaijiao association

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Thai baoding kuaijiao association, โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้, 2nd floor Summakorn Place Ramkhamheang soi 110
ชั้น 2 สัมมาก, Bangkok.

มวยปล้ำเป่าติ้ง มีแหล่งกำเนิดอยู่ที่เมืองเป่าติ้ง มณฑลเหอเป่ย

ในอดีตเป่าติ้งเป็นหัวเมืองสำคัญทางการทหารของจีน มวยนี้จึงถูกพัฒนาและใช้ในการทหารและการอารักขาเป็นหลัก โดยเป็นมวยที่มีทั้งเทคนิคตีจับล๊อคทุ่ม แต่จะมีจุดเด่นไปที่การจับและทุ่มเป็นหลัก

22/08/2026

พวกเราฝึกมวยจีนมาก็มาก
แต่ความเชื่องมงายว่าฝึกตันเถียนมากๆท้องล่างจะกลมโตเอวตันเป็นโอ่งเพราะพลังชี่ล้นนี่ก็เพิ่งเคยได้ยิน
ที่ล้นๆนี่ไขมันมากกว่านะครับ พุงมากกว่าแล้วมาอ้างเรื่องชี่ ห้ามฝึกกำลัง ห้ามฝึกการปะทะ ห้ามฝึกความแข็งแรง ล้วนแต่เป็นเรื่องโกหกครับ
“ขี้เกียจฝึกเอง ฝึกสบายๆ มักง่าย ผลลัพธ์ก็มักจะออกมาสบายๆมักง่ายครับ”
การฝึกศิลปะการต่อสู้มันควรทำให้ร่างกายเราแข็งแรงและสุขภาพโดยรวมดีขึ้น มิใช่นั่งอยู่กับที่แล้วใช้วาจาฝึกมวย

#保定快跤 #摔跤 #對摔 #對練

16/08/2026

抖帶功 (โต่วไต้กง) หรือ กงสะบัดเข็มขัด เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ฝึกกำลังพื้นฐานของมวยปล้ำเป่าติ้ง (保定快跤)

การฝึกนี้มุ่งพัฒนา แรงระเบิด(爆发力)ความชัดเจนของทิศทางแรง(劲路)และการเปลี่ยนของทิศทางแรง(变劲)โดยมีเป้าหมายคือใช้แรงจากทั้งตัวถ่ายทอดเข้าสู่เข็มขัดอย่างเต็มกำลังเสมือนจะฉีกเข็มขัดออก ส่งผลให้เกิดการฉีกตัวของเข็มขัดอย่างรุนแรงจนเกิดเสียง

เมื่อฝึกฝนท่าพื้นฐานจนเกิดความชำนาญแล้ว กลไกของแรงที่ฝึกจาก 抖帶功 ก็สามารถนำไปเชื่อมโยงกับ ท่าทุ่มต่าง ๆ ได้ทั้งหมด เสมือนเป็นการจำลองการออกแรงจริงในการทุ่ม

ดังนั้น 抖帶功 จึงไม่ใช่การฝึกว่าใครทำเสียงเข็มขัดได้ดังกว่ากัน แต่เป็นการฝึกกำลังโดยตรง เพื่อพัฒนาโครงสร้าง การถ่ายแรง และการประสานกำลังทั้งร่างกาย ซึ่งสุดท้ายแล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับท่าทุ่มได้โดยตรง

#保定快跤 #抖帶 #摔跤 #練功法 #抖帶功

12/08/2026

Baoding kuaijiao in public park 🤼

#保定快跤 #摔跤 #對練 #對摔

08/08/2026

ใครที่เคยได้ยินว่า “มวยจีนไม่ฝึกกำลัง ไม่ฝึกเวท” อาจต้องลองมองใหม่ครับ

คนจีนสมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นนักรบ ทหาร หรือผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้จีนในหลายสำนัก ต่างมีการฝึกด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า สือซั่ว (石锁) ซึ่งมีประวัติย้อนกลับไปได้อย่างน้อยถึงสมัยราชวงศ์ซ่ง หรือราว 1,000 ปีมาแล้ว(หากใครไม่เคยเห็นสือซั่ว แอดมินทำการลงภาพไว้ด้านล่างในคอมเม้นแล้ว)

เพราะฉะนั้น หากมีอาจารย์ท่านใดบอกว่าห้ามฝึกเวท เพราะจะทำให้ไม่ ซง (松) หรือทำให้ไม่มี เน่ยจิ้น (内劲) ก็ควรพิจารณาแนวคิดนั้นให้รอบด้าน เพราะจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ การฝึกกำลังเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกมวยจีนมาโดยตลอด
แน่นอนว่า ซง (松) และ เฉิน (沉) เป็นหลักสำคัญของมวยจีน แต่ก็เป็นเพียงองค์ประกอบส่วนหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่ศิลปะการต่อสู้จีนแบบดั้งเดิมให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ Functional Strength (实用力量) และ Whole Body Power (整劲) หรือการใช้กำลังของร่างกายทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงการสร้างกล้ามเนื้อเฉพาะส่วน

ในคลิปนี้ใช้ Kettlebell เป็นอุปกรณ์ฝึก ซึ่งตอบโจทย์การพัฒนา Functional Strength และ Whole Body Power ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการส่งกำลังจากสะโพก ซึ่งเป็นข้อต่อที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดของร่างกาย
หากย้อนกลับไปศึกษาบันทึกหรือสำนักมวยจีนสายดั้งเดิมที่เน้นการใช้งานจริง จะพบว่ามีการฝึกด้วย สือซั่ว (石锁) อย่างแพร่หลาย ซึ่งทั้งรูปร่าง ลักษณะ และหลักการใช้งาน มีความใกล้เคียงกับ Kettlebell ในปัจจุบันมาก

ในความเห็นของแอดมิน เราจึงไม่จำเป็นต้องตามหาสือซั่วโบราณมาฝึกก็ได้ เพราะ Kettlebell แม้จะมีต้นกำเนิดจากรัสเซีย แต่หลักการฝึกและแนวคิดใกล้เคียงกับสือซั่วมากๆ และต้องยอมรับว่า kettlebell ในปัจจุบันมีความสมดุล จับถนัดมือ แถมยังมีมาตรฐานในการผลิตที่ดีกว่าอุปกรณ์สมัยโบราณเสียอีก

นอกจากสือซั่วแล้ว การฝึกด้วยอาวุธที่มีน้ำหนักมาก เช่น หอกใหญ่ ดาบใหญ่ หรืออุปกรณ์ฝึกอื่น ๆ ก็ล้วนถูกใช้เพื่อพัฒนากำลังเช่นกัน แต่แนวคิดสำคัญของมวยจีนไม่ใช่การสร้างกล้ามเนื้อให้ใหญ่ที่สุด หากเป็นการสร้าง “กำลังทั้งตัว” ที่สามารถถ่ายทอดแรงจากพื้น ผ่านขา สะโพก ลำตัว ไปจนถึงปลายแขนและอาวุธได้อย่างเป็นหนึ่งเดียว หรือที่เรียกว่า 整劲 (Whole Body Power)
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการฝึกกำลังจึงเป็นส่วนหนึ่งของมวยจีนมาโดยตลอด เพียงแต่เป็นการฝึกกำลังเพื่อการใช้งานจริง(functional strength)ไม่ใช่การสร้างรูปร่างเพียงอย่างเดียว

เพราะฉะนั้น หากใครกล่าวว่ามวยจีน “ห้ามฝึกกำลัง” หรือ “ห้ามฝึกเวท” ก็ควรกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์และวิธีการฝึกของมวยจีนดั้งเดิมเสียใหม่ ท่านผู้นั้นอาจจะไม่ได้รู้จริงแต่แรกหรือเจตนาหลอกลวงปิดบัง เพราะหลักฐานที่มีอยู่ชี้ให้เห็นตรงกันว่า การฝึกกำลังเป็นส่วนหนึ่งของศิลปะการต่อสู้จีนมาโดยตลอด ความเชื่อที่ว่ามวยจีนไม่ควรฝึกกำลังนั้น ไม่ใช่แนวคิดของมวยจีนโบราณ แต่เป็นความเชื่องมงายซึ่งถูกส่งต่อกันมาในยุคหลัง อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะมีคนเรียกตัวเองว่า “อาจารย์” แต่จงตัดสินจากหลักฐาน ประวัติศาสตร์ และผลลัพธ์ของการฝึกจริง เพราะตำแหน่งไม่ได้การันตีความรู้ และคำพูดก็ไม่อาจเปลี่ยนข้อเท็จจริงได้

#保定快跤 #摔跤 #練功法

25/07/2026

เมื่อวิทยาศาสตร์การกีฬาสมัยใหม่อธิบายแรงที่คล้ายของมวยจีนมากๆ
ไม่ว่าจะเป็น 沉劲 桩功 马步 虚灵顶劲 螺旋劲
พื้นฐานต่างๆของการเข้าใจแรงทั้งตัวแบบที่มวยปล้ำจีนต้องการ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


2nd Floor Summakorn Place Ramkhamheang Soi 110 ชั้น 2 สัมมาก
Bangkok
10240