รวมงานวิ่ง

รวมงานวิ่ง ผู้จัดงานสามารถส่งรายละเอียดประชาสัมพันธ์ได้ทาง Inbox

05/10/2026

นาฬิกาวิ่งบอกว่า GCT ซ้าย-ขวาไม่เท่ากัน! 😳
ตัวเลขนี้สำคัญแค่ไหน?
และเมื่อไหร่ที่ควรเริ่มสังเกต?
#วิ่ง #นักวิ่ง #มาราธอน #ฮาล์ฟมาราธอน #วิ่งให้สนุก

มาปั้นขาให้สตรองขั้นสุดด้วยการซ้อม Steady Climb กันเถอะเพื่อนๆ นักวิ่งคนไหนมีอาการ "เห็นเนินแล้วท้อ เห็นสะพานแล้วอยากเดิ...
05/10/2026

มาปั้นขาให้สตรองขั้นสุดด้วยการซ้อม Steady Climb กันเถอะ
เพื่อนๆ นักวิ่งคนไหนมีอาการ "เห็นเนินแล้วท้อ เห็นสะพานแล้วอยากเดิน" บ้าง? ยิ่งใครที่เป็นสายเทรลหรือมีแพลนไปงานวิ่งที่มีความชันสูงๆ บอกเลยว่าการซ้อมขึ้นเขาเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลย
โพสต์นี้เราจะพามาทำความรู้จักกับเทคนิคการซ้อมที่เรียกว่า "Steady Climb" ที่จะช่วยเปลี่ยนเนินสุดโหด ให้กลายเป็นเรื่องหมูๆ พร้อมแล้วมาลุยกันเลย! 🏔️🏃‍♀️
🤔 Steady Climb คืออะไร?
Steady Climb คือ "การวิ่งขึ้นเขาหรือทางชันด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ" ไม่ใช่การสปรินต์อัดขึ้นไปให้เร็วที่สุด (แบบนั้นเรียก Hill Sprint) แต่เป็นการเลี้ยงเพซ เลี้ยงหัวใจ (ให้อยู่ประมาณ Zone 2 ปลายๆ ถึง Zone 3) ให้เราสามารถวิ่งไต่ความชันไปได้เรื่อยๆ ยาวๆ โดยที่กล้ามเนื้อไม่ล้าจนระเบิดไปซะก่อน
✨ ทำไมเราถึงควรซ้อม Steady Climb?
สร้างขาให้แข็งแรง (Strength Building) : การวิ่งขึ้นเขาเป็นการฝึกแบบ Resistance training กลายๆ ทำให้กล้ามเนื้อสะโพก (Glutes) ต้นขา (Quads) และน่อง (Calves) แข็งแรงขึ้นมาก
พัฒนาความประหยัดพลังงาน (Running Economy) : เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ฟอร์มการวิ่งทางราบของคุณจะดีขึ้น วิ่งได้เร็วขึ้นโดยใช้พลังงานเท่าเดิม!
ฝึกความอดทนของจิตใจ : ไม่มีอะไรฝึกความอึดของจิตใจได้ดีเท่ากับการก้มหน้าก้มตาวิ่งขึ้นเนินยาวๆ อีกแล้ว 😅
💡 เทคนิคการวิ่ง Steady Climb ให้รอดและปลอดภัย
โน้มตัวจากข้อเท้า ไม่ใช่พับเอว : พยายามรักษาแกนกลางลำตัวให้ตรง โน้มไปข้างหน้าเล็กน้อยโดยใช้จุดหมุนที่ข้อเท้า การพับเอวจะทำให้หายใจลำบากและปวดหลัง
ซอยเท้าให้ถี่ขึ้น (High Cadence) : ก้าวสั้นๆ แต่ก้าวไวๆ จะช่วยลดภาระของกล้ามเนื้อต้นขา และทำให้เราใช้แรงสปริงจากข้อเท้าได้ดีขึ้น

แกว่งแขนช่วย: แขนคือจังหวะของขา ยิ่งชันยิ่งต้องสับแขนเป็นแนวตรงไปข้างหน้าและหลัง (อย่าแกว่งข้ามลำตัว) จะช่วยส่งแรงดึงตัวเราขึ้นไปได้
คุมหัวใจให้อยู่ : เริ่มต้นเนินให้ช้ากว่าที่คิดไว้เสมอ! ท่องไว้ว่าเราต้องเหลือแรงไปจนถึงยอดเนิน
🏙️ ไม่มีภูเขาให้ซ้อม ทำยังไงดี?
สำหรับนักวิ่งที่อาศัยอยู่ในเมือง (อย่างเช่นในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล) ไม่ต้องห่วงเลย! "ลู่วิ่งไฟฟ้า (Treadmill)" คือเพื่อนแท้ของเรา แค่ปรับความชันไปที่ 4-8% แล้ววิ่งต่อเนื่องสัก 10-20 นาที (ตามความฟิต) เราก็จะได้จำลองการทำ Steady Climb ที่สมบูรณ์แบบแล้ว
ลองเอาเทคนิคนี้ไปปรับใช้ในตารางซ้อม (สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็พอ) รับรองว่างานวิ่งครั้งหน้า เจอสะพานหรือเจอเขา เพื่อนๆ จะวิ่งแซงคนอื่นไปได้แบบหล่อๆ แน่นอน!
#วิ่งหนีเพซ #ซ้อมวิ่ง #สายเทรล #วิ่งขึ้นเขา #สาระการวิ่ง #ปั้นขาให้สตรอง

🏃‍♂️(วิ่งตอนเย็น)Road To Give ChiangRai 2026 💙,5Kวันที่ 28 พฤศจิกายน 2569🏁 START :  โรงแรมเลอ เมอริเดียน  จ.เชียงราย⏰🏃‍♂...
05/10/2026

🏃‍♂️(วิ่งตอนเย็น)
Road To Give ChiangRai 2026 💙
,
5K
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2569
🏁 START : โรงแรมเลอ เมอริเดียน จ.เชียงราย
⏰🏃‍♂️ เปิดลงทะเบียนแล้ว
✅ ดูวิธีสมัครได้ในคอมเม้นท์
🔻🔻🔻
🗂 ข่าวฝากประชาสัมพันธ์ : Road To Give ChiangRai 2026 💙

โหลดคาร์บยังไงไม่ให้เป็นภาระพุง? รวบตึงวิธีกิน ก่อน-ระหว่าง-หลังวิ่ง แบบฉบับคนอยากทุบ PB!เพื่อนๆ นักวิ่งเคยเป็นกันไหม? ซ...
05/10/2026

โหลดคาร์บยังไงไม่ให้เป็นภาระพุง? รวบตึงวิธีกิน ก่อน-ระหว่าง-หลังวิ่ง แบบฉบับคนอยากทุบ PB!
เพื่อนๆ นักวิ่งเคยเป็นกันไหม? ซ้อมมาอย่างดี ตามตารางเป๊ะๆ วิ่ง 20 โลแรกอย่างกะองค์เทพเคนย่าลง แต่พอถึงกิโลที่ 30-35 ขาก็เกิดหมดแรง หน้ามืดซะงั้น... อาการนี้นักวิ่งเขาเรียกกันว่า "ชนกำแพง" (Hitting the Wall) 🧱🏃‍♂️
สาเหตุหลักๆ อาจไม่ใช่เพราะเราซ้อมไม่ถึงนะครับ แต่เป็นเพราะ "พลังงานสะสมในร่างกาย (ไกลโคเจน) มันหมดเกลี้ยง!" ต่างหาก
ใ
โพต์นี้แอดมินเลยขอญาติสวมวิญญาณผู้เชี่ยวชาญ มาแกะกล่องความรู้เรื่อง "Marathon Nutrition" หรือโภชนาการสำหรับนักวิ่งมาราธอนให้เข้าใจกันง่ายๆ เอาไปปฎิบัติได้จริง แบ่งเป็น 3 เฟส ดังนี้ครับ 👇
1. เฟสก่อนแข่ง (Pre-Race) : "โหลดให้เต็มถัง แต่ไม่พังเพราะย่อยยาก" 🍝
ช่วง 2-3 วันก่อนแข่ง : ให้เน้นการทำ "Carb-loading" หรือกินคาร์โบไฮเดรตให้เยอะขึ้น (ประมาณ 7-10 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.) เน้นพวกข้าว แป้ง พาสต้า เพื่อสะสมไกลโคเจนไว้ในกล้ามเนื้อให้เต็มพิกัด ระวัง: ให้เพิ่มคาร์บ แต่ลดไขมันลงนะ ไม่ใช่กินแหลกทุกอย่าง!
เช้าวันแข่ง (2-4 ชม. ก่อนปล่อยตัว) : มื้อนี้สำคัญมาก! กินคาร์บที่ "ย่อยง่าย" เช่น ขนมปังขาวทาแยม กล้วยหอม หรือข้าวต้ม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกากใย (ไฟเบอร์) สูง อาหารรสจัด และของมันๆ เด็ดขาด ถ้าไม่อยากแวะทักทายห้องน้ำระหว่างทาง 🚽
2. เฟสระหว่างแข่ง (During Race) : "เติมให้ทัน ก่อนน้ำมันจะหมด" ⚡
ร่างกายของเราเก็บคาร์บไว้ใช้ได้เต็มที่ก็แค่ราวๆ 90-120 นาทีแรกของการวิ่ง หลังจากนั้นเราต้อง "เติม" เข้าไป
สูตรการเติม : ร่างกายต้องการคาร์โบไฮเดรตประมาณ 30-60 กรัม ต่อชั่วโมง (เจลพลังงาน 1 ซอง มักจะมีคาร์บ 20-25 กรัม) ดังนั้น ควรกินเจล 1 ซอง ทุกๆ 45-60 นาที
ทริค : อย่ารอให้หิวหรือหมดแรงแล้วค่อยกิน ให้กินตามเวลาที่ซ้อมมาเป๊ะๆ
น้ำและเกลือแร่ : จิบน้ำทุกๆ จุดให้น้ำ (ประมาณ 100-200 ml) และสลับกับน้ำเกลือแร่ (Sports Drink) เพื่อชดเชยโซเดียมที่เสียไปกับเหงื่อ ป้องกันตะคริวและภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) 💧
3. เฟสหลังแข่ง (Post-Race) : "ซ่อมแซมร่าง กลับมาเกิดใหม่" 🛠️
หลังวิ่งจบปุ๊บ (ภายใน 30-60 นาที) นี่คือ "นาทีทอง" ของการฟื้นฟูร่างกาย (Recovery Window)
ให้รีบเติมพลังด้วยอัตราส่วน คาร์โบไฮเดรต 3-4 ส่วน : โปรตีน 1 ส่วน เพื่อเติมไกลโคเจนคืนสู่กล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เมนูง่ายๆ ที่หาได้ตามเต็นท์เส้นชัยเลยคือ นมช็อกโกแลต 1 ขวด + กล้วยหอม นี่คือสุดยอดอาหาร Recovery เลยล่ะ ! 🍌🥛
เห็นไหมครับว่าเรื่องกินสำคัญไม่แพ้เรื่องซ้อมเลย มาราธอนไม่ได้วัดกันที่ใครวิ่งเร็วกว่ากันอย่างเดียว แต่วัดกันที่ใครบริหารพลังงานได้ดีกว่ากันด้วยครับ!
#วิ่งมาราธอน #โภชนาการนักวิ่ง #ความรู้เรื่องวิ่ง #วิ่งจบไม่เจ็บ #นักวิ่งมือใหม่ #วิ่งสร้างภาพ #กินเพื่อวิ่ง

รู้จัก Hill Repeat 2 สไตล์ ช่วยระเบิดพลังในการวิ่ง และสร้างปอดเหล็กในบทความเดียวเชื่อว่านักวิ่งหลายคนคงเคยได้ยินคำแนะนำว...
04/10/2026

รู้จัก Hill Repeat 2 สไตล์ ช่วยระเบิดพลังในการวิ่ง และสร้างปอดเหล็กในบทความเดียว
เชื่อว่านักวิ่งหลายคนคงเคยได้ยินคำแนะนำว่า "ถ้าอยากวิ่งเก่งขึ้น แข็งแรงขึ้น ให้ไปวิ่งขึ้นเนิน!" ใช่เลย การซ้อมวิ่งขึ้นเนิน หรือ Hill Repeat คือหนึ่งในอาวุธลับยอดฮิตของนักวิ่งทุกระดับ เพราะช่วยสร้างทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มระบบแอโรบิก และลดแรงกระแทกเมื่อเทียบกับการสปริ้นต์บนทางราบ
แต่รู้ไหมว่า Hill Repeat แบบสั้น (Short Hill Repeats) กับ แบบยาว (Long Hill Repeats) ให้ผลลัพธ์ทางระบบร่างกายและสปอร์ตไซน์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
โพสต์นี้เราจะพามาเจาะลึกว่า 2 สไตล์นี้ต่างกันอย่างไร และคุณควรเลือกซ้อมแบบไหนให้ตรงกับเป้าหมาย
⚡ 1. Hill Repeat แบบสั้น (Short Hill Repeats) : สายระเบิดพลัง พัฒนาความเร็วและความแข็งแรง
🔴 ลักษณะการซ้อม :
- เวลาต่อรอบ : 10 – 30 วินาที (ไม่เกิน 45 วินาที)
- ความชัน : ชันมาก (ประมาณ 8% – 15% ขึ้นไป)
- ความแรง (Effort) : ออกแรงเกือบสุดกำลัง 90% – 95%+ (Maximal / Near-maximal Effort)
- การพัก : พักยาวให้หายเหนื่อยสนิท (เดินหรือจ็อกกิ้งลงเนิน พักประมาณ 2 – 3 นาทีต่อรอบ)
- จำนวนรอบ : 6 – 10 รอบ
ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์
- พัฒนาประสาทและกล้ามเนื้อ (Neuromuscular Adaptation) : ช่วยฝึกให้ระบบประสาทส่งสัญญาณสั่งการเส้นใยกล้ามเนื้อแบบหดตัวเร็ว (Fast-twitch Muscle Fibers) มาใช้งานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- เพิ่มกำลังส่งในการวิ่ง (Stride Power & tendon stiffness) : เสริมความแข็งแรงให้ข้อเท้า เอ็นร้อยหวาย และกล้ามเนื้อขา ช่วยให้มีแรงส่งก้าววิ่งพุ่งไปข้างหน้าได้ดีขึ้น
- เพิ่ม Running Economy : ช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานและออกซิเจนได้คุ้มค่าขึ้นที่ความเร็วเท่าเดิม
🫁 2. Hill Repeat แบบยาว (Long Hill Repeats) : สายปอดเหล็ก พัฒนาความทนทาน และ VO2 max
🔴 ลักษณะการซ้อม
- เวลาต่อรอบ : 1 – 4 นาที
- ความชัน : ชันปานกลาง (ประมาณ 4% – 8%)\
- ความแรง (Effort) : ออกแรงหนักแบบต่อเนื่อง ระดับเดียวกับความเร็วแข่ง 5K หรือ 10K (ประมาณ Zone 4 ถึง VO2 Max Effort)
- การพัก : พักจ็อกกิ้งลงเนินสั้นกว่า (อัตราส่วน ซ้อม : พัก อยู่ที่ประมาณ 1:1 หรือ 1:1.5)
- จำนวนรอบ : 4 – 6 รอบ
ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์
- เพิ่ม $VO_2$ Max และความจุแอโรบิก : การวิ่งขึ้นเนินยาวๆ ทำให้หัวใจและปอดต้องทำงานหนักต่อเนื่อง ช่วยขยายขีดจำกัดการใช้ออกซิเจนสูงสุดของร่างกาย
- เพิ่มความทนทานต่อกรดแลกติก (Lactate Tolerance) : ฝึกให้ร่างกายและกล้ามเนื้อขจัดและทนต่อผลพลอยได้จากการเผาผลาญในสภาวะออกซิเจนไม่พอ ทำให้วิ่งความเร็วสูงได้นานขึ้นโดยขาไม่พัง
- สร้างจิตใจที่แข็งแกร่ง (Mental Toughness) : ฝึกก้าวผ่านความเมื่อยล้าบนทางลาดชัน ซึ่งจำเป็นมากสำหรับงานวิ่งที่มีความสูงสะสม (Elevation Gain) หรือสนามเทรล
📊 ซ้อมแบบไหนเมื่อไหร่ดี?
หัวข้อ Hill Repeat แบบสั้น Hill Repeat แบบยาว
จุดเด่นหลัก ความแข็งแรงกล้ามเนื้อ, ระบบหัวใจและปอด, VO2max
รอบขา, กำลังส่ง ความทนทาน
ความรู้สึกตอนวิ่ง เหนื่อยกล้ามเนื้อขาตึงปูด หัวใจเต้นแรง หายใจหอบถี่
แต่หัวใจไม่ล้าสะสม หายใจแทบไม่ทัน
เหมาะกับใคร? นักวิ่งที่อยากเพิ่มความเร็ว, นักวิ่งที่ซ้อมฮาล์ฟ/มาราธอน,
ปรับท่าวิ่ง, หรือเตรียมเข้าสู่ สายเทรล, หรือเตรียมลงแข่ง
ช่วงลงคอร์ท สนามที่มีเนิน
💡 คำแนะนำในการฝึก
หากเพื่อนๆ เพิ่งเริ่มต้น ให้เริ่มจาก Short Hill Repeats สัปดาห์ละ 1 ครั้งก่อน เพื่อสร้างฐานความแข็งแรงของข้อต่อและกล้ามเนื้อโดยไม่ภาระต่อระบบหัวใจมากเกินไป เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้ว ค่อยสลับมาซ้อม Long Hill Repeats เพื่อเติมความอึดของปอดและหัวใจ
#วิ่งขึ้นเนิน #ซ้อมวิ่ง #สปอร์ตไซน์ #เทคนิคการวิ่ง #นักวิ่งมินิมาราธอน #มินิมาราธอน #ฮาล์ฟมาราธอน #มาราธอน #สุขภาพและความงาม #รองเท้าวิ่ง

03/10/2026

3 สิ่งที่ต้องทำ ถ้าอยากเพิ่ม VO₂ Max 🫁🏃
1️⃣ Interval
2️⃣ Easy Run
3️⃣ Recovery ให้เพียงพอ
#วิ่งให้เร็วขึ้น #ซ้อมวิ่ง #นักวิ่งมือใหม่ #นักวิ่ง10K #นักวิ่งมาราธอน #วิ่งเพื่อสุขภาพ

หยุดซ้อมวิ่งขึ้นเขาแบบมั่วๆ! ถ้ายังไม่รู้ว่าความชันระดับไหนเหมาะกับคุณนักวิ่งหลายคนคงเคยได้ยินว่า "ถ้าอยากวิ่งเก่งขึ้น ต...
03/10/2026

หยุดซ้อมวิ่งขึ้นเขาแบบมั่วๆ! ถ้ายังไม่รู้ว่าความชันระดับไหนเหมาะกับคุณ
นักวิ่งหลายคนคงเคยได้ยินว่า "ถ้าอยากวิ่งเก่งขึ้น ต้องซ้อมวิ่งขึ้นเขา (Hill Training)" เพราะมันช่วยทั้งเรื่องความแข็งแรง เพิ่ม VO2 Max และทำให้รอบขาเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น
แต่คำถามที่หลายคนยังสงสัยตอนไปยืนอยู่บนลู่วิ่ง (Treadmill) หรือตอนไปหาเนินซ้อมคือ... "แล้วฉันต้องใช้ความชัน (Incline) กี่เปอร์เซ็นต์กันแน่?" 🤔
โพสต์นี้แอดมินขอเอาหลักการเลือก "ความชัน" ให้ตรงกับเป้าหมายมาฝากกันครับ บอกเลยว่าไม่ใช่แค่ปรับชันสุดแล้วจะดีที่สุดเสมอไปนะ!
ระดับความชันมีผลกับร่างกายเราต่างกัน แบ่งง่ายๆ ออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้
1️⃣ ความชัน 2-4% (เนินซึมๆ สร้างความทนทาน) 🐢
เหมาะสำหรับ : วันที่ซ้อมวิ่งยาว (Long Run) หรือ วิ่งคุมจังหวะ (Tempo)
ประโยชน์ : ระดับนี้จำลองเส้นทางถนนจริงที่มีการขึ้นลงแบบลูกคลื่น ช่วยให้ร่างกายคุ้นเคยกับการออกแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยโดยที่ "ฟอร์มการวิ่งไม่เสีย"
ข้อควรรู้ : นักวิจัยพบว่าการปรับความชันลู่วิ่งที่ 1% จะช่วยชดเชยแรงต้านของลม (Air Resistance) ทำให้ใช้พลังงานเทียบเท่ากับการวิ่งบนถนนราบของจริง
2️⃣ ความชัน 5-8% (เนินมาตรฐาน สาย Hill Repeats) 🔥
เหมาะสำหรับ : การซ้อมลงคอร์ทเนิน (Hill Intervals / Hill Repeats) วิ่งขึ้นเร็วๆ สลับเดินลง
ประโยชน์ : นี่คือ "Sweet Spot" หรือความชันในอุดมคติของการซ้อมเนินครับ! ความชันระดับนี้จะบังคับให้เราต้องยกเข่าสูงขึ้น แขนต้องแกว่งช่วย และที่สำคัญคือ กล้ามเนื้อก้น (Glutes) และ แฮมสตริง (Hamstrings) จะถูกกระตุ้นให้ทำงานหนักกว่าการวิ่งทางราบอย่างเห็นได้ชัด
เวลาที่แนะนำ : วิ่งขึ้นเต็มที่ 30 - 90 วินาที แล้วเดิน/จ็อกลงมาพัก ทำซ้ำ 6-10 รอบ
3️⃣ ความชัน 10-15% (เนินหฤโหด ระเบิดพลัง) 🚀
เหมาะสำหรับ : ซ้อมสปรินต์สั้นๆ (Hill Sprints)
ประโยชน์ : ความชันระดับนี้เราไม่ได้เน้นเรื่องความอึด (Aerobic) แล้วครับ แต่เราเน้น "พลังระเบิดของกล้ามเนื้อ" (Neuromuscular Power) ล้วนๆ ช่วยสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อที่ใช้ในการสปรินต์ และลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บของข้อเข่า เพราะการวิ่งขึ้นที่ชันมากๆ แรงกระแทก (Impact force) จะน้อยลงกว่าการสปรินต์ทางราบ
เวลาที่แนะนำ : สั้นๆ แค่ 8-12 วินาที (ใส่เต็มหลอด!) แล้วพักให้นานพอจนหายเหนื่อย
📌 การวิ่งขึ้นเขา (Uphill Running) ช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อเข่า แต่จะไปเพิ่มภาระให้กล้ามเนื้อน่อง ขาพับ และก้นแทน (ดังนั้นใครเจ็บเข่า การเดินชันหรือวิ่งชันเบาๆ อาจเป็นทางเลือกที่ดี แต่ต้องระวังเรื่องเอ็นร้อยหวาย)
(อ้างอิงจากงานวิจัย The Biomechanics of Uphill Running: Pa**lo et al., 2013)
💡 เวลาวิ่งขึ้นเขา พยายามโน้มตัวไปข้างหน้าจาก "ข้อเท้า" ไม่ใช่การพับเอวลงไป และสับแขนให้สัมพันธ์กับรอบขา จะช่วยให้เราพุ่งขึ้นเนินได้ดีขึ้นเยอะเลย!
#วิ่งขึ้นเขา #ซ้อมวิ่ง #นักวิ่ง #วิ่งไหนดี #ความรู้เรื่องวิ่ง #ความชันลู่วิ่ง #วิ่งมาราธอน #วิ่งเพื่อสุขภาพ #นักวิ่งสายสับ

02/10/2026

เมื่อยขาแล้วต้องซ้อมต่อ? นี่คือทักษะสำคัญของนักวิ่ง Ultra! 🏃‍♀️🔥
นักวิ่ง Ultra ไม่ได้ต้องฝึกแค่ตอนร่างกายสด แต่ต้องรู้จัก “วิ่งอย่างมีคุณภาพตอนเริ่มล้า” ด้วย
#วิ่งเทรล #วิ่งUltra #นักวิ่งเทรล #วิ่งระยะไกล #ซ้อมวิ่ง #นักวิ่ง

ดื่มกาแฟก่อนวิ่ง ช่วยเบิร์นไขมันได้จริงไหม? งานวิจัยใหม่มีคำตอบ!สายวิ่งสายคาเฟ่มามุงด่วน! เราคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า "คา...
02/10/2026

ดื่มกาแฟก่อนวิ่ง ช่วยเบิร์นไขมันได้จริงไหม? งานวิจัยใหม่มีคำตอบ!
สายวิ่งสายคาเฟ่มามุงด่วน! เราคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า "คาเฟอีน" หรือกาแฟแก้วโปรดที่เราชอบจิบก่อนออกไปวิ่งเนี่ย นอกจากจะช่วยให้ตาค้างตื่นตัวแล้ว ยังมีพลังแฝงที่ช่วยดึงไขมัน ออกมาใช้เป็นพลังงานได้ด้วย แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือมันจริงหรือแค่เรารู้สึกไปเอง?
ข่าวดีคือ ล่าสุดมีงานวิจัยที่เชื่อถือได้ (แบบ Double-blind) ออกมาคอนเฟิร์มเรื่องนี้จากการให้นักวิ่งไปวิ่งในสภาพแวดล้อมจริงๆ แล้ว แถมผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าสนใจมากซะด้วย!
ในการทดลองนี้ เขาให้นักวิ่ง 14 คน ไปวิ่งเอาท์ดอร์เป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม ในความเร็วระดับที่ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีที่สุดของแต่ละคน โดยให้ทานคาเฟอีนก่อนวิ่ง 1 ชั่วโมง เพื่อเทียบกับตอนที่ไม่ได้ทาน ผลสรุปออกมาว่า
🔥 เบิร์นไขมันได้เยอะขึ้นถึง 20% : ตอนที่ทานคาเฟอีน ร่างกายดึงไขมันมาใช้เฉลี่ยถึง 40.46 กรัม เทียบกับตอนไม่ทานที่ใช้ไปเพียง 33.62 กรัม
🔋 ประหยัดคาร์บได้ดีกว่า : พอร่างกายสวิตช์ไปดึงไขมันมาใช้เก่งขึ้น มันเลยประหยัดคาร์โบไฮเดรต หรือแหล่งพลังงานหลักของเราไว้ได้มากขึ้น (เผาผลาญคาร์บน้อยลง) ทำให้เรามีพลังงานเหลือเฟือ ไม่หมดก๊อกง่ายๆ
😌 วิ่งเหนื่อยน้อยลง ในความเร็วเท่าเดิม : แม้อัตราการเต้นของหัวใจจะไม่ต่างกัน แต่คาเฟอีนช่วยหลอกสมองให้เรารู้สึกว่า "การวิ่งครั้งนี้มันสบายจัง" ทำให้วิ่งสนุกและทนทานขึ้น
📌 ทริคการนำไปใช้จริง สำหรับสายวิ่ง :
ปริมาณที่เหมาะสม : แนะนำคาเฟอีนที่ 3 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (สำหรับคนทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 200-300 มก. หรือกาแฟดำประมาณ 1-2 ช็อต)
2. เวลาที่ควรดื่ม : ดื่มก่อนออกไปวิ่งประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้คาเฟอีนดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้เต็มที่
3. ข้อควรระวัง : ไม่ได้แปลว่ายิ่งเยอะยิ่งดี ที่สำคัญ ระวังการดื่มกาแฟช่วงเย็นบ่ายแก่ๆ เพราะถ้ามันทำให้คุณนอนไม่หลับ การอดนอนจะพรากประโยชน์ดีๆ ของการซ้อมวิ่งไปจนหมดเกลี้ยงเลยล่ะ!
คาเฟอีนในปริมาณที่พอเหมาะ ก่อนวิ่ง 1 ชั่วโมง ช่วยให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้ได้ดีขึ้น ประหยัดพลังงานหลัก และทำให้เรารู้สึกเหนื่อยน้อยลง !
🗂 เรียบเรียงจาก : marathonhandbook
#รวมงานวิ่ง #คาเฟอีน #กาแฟ #เบิร์นไขมัน

อย่าเพิ่งรีบเพิ่มระยะ! ถ้ายังไม่รู้ 4 กฎเหล็ก Long Run ที่สายวิ่งมาราธอนเขาใช้กันเชื่อว่าเพื่อนๆ นักวิ่งหลายคนที่กำลังซ้...
02/10/2026

อย่าเพิ่งรีบเพิ่มระยะ! ถ้ายังไม่รู้ 4 กฎเหล็ก Long Run ที่สายวิ่งมาราธอนเขาใช้กัน
เชื่อว่าเพื่อนๆ นักวิ่งหลายคนที่กำลังซ้อมเพื่อลง ฮาล์ฟ หรือ มาราธอน ต่างรู้ดีว่า "Long Run" หรือการวิ่งยาว คือหัวใจสำคัญในการสร้างปอดและกล้ามเนื้อ! 🫁🦵
แต่ปัญหาโลกแตกเลยก็คือ... พอลองเพิ่มระยะจาก 10 กม. ไป 12 กม. หรือจาก 15 กม. ไป 20 กม. ทีไร อาการเจ็บเข่า ITB เอ็นร้อยหวายอักเสบ หรืออาการล้าสะสมจนวิ่งต่อไม่ออก ก็ชอบถามหาทุกที 😭
โพสต์นี้เพจเราเลยรวบรวม 4 เทคนิคการเพิ่มระยะ Long Run แบบปลอดภัย ที่อ้างอิงจากหลักวิทยาศาสตร์การกีฬามาฝากกัน รับรองว่ากล้ามเนื้อไม่พัง วิ่งสนุกขึ้น แถมฟิตขึ้นแบบยั่งยืนแน่นอน!
💡 1. ใช้กฎ 10% และคุม "อัตราส่วนภาระงาน" (Acute:Chronic Workload Ratio)
หลายคนฮึกเหิม สัปดาห์นี้วิ่งยาว 10 กม. สัปดาห์หน้าจัดไป 15 กม. เลย! แบบนี้ร่างกายปรับตัวไม่ทันแน่นอน
หลักการง่ายๆ : ให้เพิ่มระยะทาง Long Run ไม่เกิน 10% ต่อสัปดาห์ เช่น ถ้าสัปดาห์นี้วิ่งยาวสูงสุด 10 กม. สัปดาห์ถัดไปควรวิ่งไม่เกิน 11 กม.
สัดส่วน Long Run ที่เหมาะสม : ระยะ Long Run ในวันเดียว ไม่ควรเกิน 25–30% ของระยะทางรวมทั้งสัปดาห์ (Weekly Volume) เพื่อไม่ให้ร่างกายรับภาระหนักเกินไปในวันเดียว
🔗 อ้างอิงจากงานวิจัยด้านการบาดเจ็บในนักกีฬา (Gabbett, T. J., 2016) ระบุว่า การเพิ่มปริมาณการซ้อมแบบก้าวกระโดด (Acute workload สูงกว่า Chronic workload เกิน 1.5 เท่า) จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บอย่างมีนัยสำคัญ
อ่านงานวิจัยเต็ม : British Journal of Sports Medicine (BJSM)
🔄 2. ถอยเพื่อก้าว... ต้องมี "Cutback Week" (สัปดาห์ผ่อน)
กล้ามเนื้อไม่ได้แข็งแรงขึ้น "ขณะวิ่ง" แต่แข็งแรงขึ้น "ช่วงที่ได้รับการซ่อมแซม" ต่างหาก! การเพิ่มระยะติดต่อกัน 4–5 สัปดาห์โดยไม่พัก จะทำให้ร่างกายล้าสะสมจนเกิดการบาดเจ็บ (Overuse Injury)
สูตร 3:1 (Periodization)
สัปดาห์ที่ 1 : วิ่งยาว 10 กม.
สัปดาห์ที่ 2: วิ่งยาว 11 กม.
สัปดาห์ที่ 3: วิ่งยาว 12 กม.
สัปดาห์ที่ 4 (Cutback Week) : ลดระยะลงเหลือ 8–9 กม. (ลดลงราวๆ 20–25%) เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูเต็มที่ แล้วค่อยเริ่มสัปดาห์ที่ 5 ที่ 13 กม.
🐢 3. วิ่งให้ช้าลง! (Easy Pace / Zone 2)
หัวใจของการซ้อม Long Run คือ "การฝึกระบบแอโรบิกและความทนทาน" ไม่ใช่การทำโซนความเร็ว (Pace)
เคล็ดลับ : วันวิ่งยาว ควรใช้วิ่งด้วยความเร็วที่คุยกับเพื่อนรู้เรื่องโดยไม่หอบ (Conversational Pace) หรืออยู่ในโซนหัวใจ Zone 2
การวิ่งช้าลงจะช่วยลดแรงกระแทกต่อข้อต่อและกระดูก ทำให้เรายืนระยะได้นานขึ้นโดยไม่บอบช้ำจนเกินไป
🍌 4. เติมพลังงานและน้ำให้ถูกเวลา
ถ้าต้องวิ่งยาวเกิน 75–90 นาที พลังงานไกลโคเจนในกล้ามเนื้อจะเริ่มหมด ถ้าไม่เติม ร่างกายจะสลายกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานแทน แถมทำให้ฟื้นตัวช้ามาก!
แนะนำ : จิบน้ำ/เกลือแร่ทุกๆ 15–20 นาที และเติมคาร์โบไฮเดรต (เจลพลังงาน/กล้วย) ประมาณ 30–60 กรัม ต่อชั่วโมงเมื่อวิ่งเกิน 70 นาทีขึ้นไป
📌 ถ้าอยากวิ่งยาวแบบไม่พัง "อย่าใจร้อน ค่อยๆ เพิ่มระยะ มีสัปดาห์ผ่อน คุม Pace ให้เบา และกินให้พอ" แค่นี้ระยะไกลแค่ไหนก็ไม่หวั่นแล้ว!

#เทคนิคการวิ่ง #วิ่งยาวไม่ให้เจ็บ #ตารางซ้อมวิ่ง #รองเท้าวิ่ง #สาระน่ารู้การวิ่ง #นักวิ่งมือใหม่ #วิ่งเพื่อสุขภาพ

ที่อยู่

Bangkok
10220

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ รวมงานวิ่งผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง รวมงานวิ่ง:

ทางลัด

แชร์