26/08/2026
ไม่พลาดทุกความสำเร็จของนักกีฬาไทย🇹🇭 ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ–นาโกย่า 2026” ระหว่างวันที่ 19 ก.ย. - 4 ต.ค. 2569
📺 ติดตามชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันได้ทางช่อง NBT, T Sports 7, ช่อง 9 MCOT HD, ONE 31, MONOMAX SPORTS TV, ไทยรัฐทีวี 32 และ PPTV HD 36 รวมทั้งช่องทางออนไลน์/สตรีมมิ่ง ทาง AIS PLAY ผ่านแอปพลิเคชันและกล่อง AIS PLAYBOX
รวมใจ ส่งไทยเป็นหนึ่ง 🇹🇭
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ผู้สนับสนุนการถ่ายทอดสด การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ไอจิ-นาโกย่า 2026
#ถ่ายทอดสด #รวมใจส่งไทยเป็นหนึ่ง
24/08/2026
🏆 จากหางโจวสู่นาโกย่า
แชมป์เก่าทัพไทย กับความท้าทายครั้งใหม่ในเอเชียนเกมส์ 2026
จากเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 "หางโจว 2022" ทัพนักกีฬาไทยสร้างผลงานคว้ามาได้ 12 เหรียญทอง 14 เหรียญเงิน และ 32 เหรียญทองแดง
มาถึงเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 "ไอจิ-นาโกย่า 2026" นักกีฬาไทยหลายคนที่เคยขึ้นโพเดียมสูงสุดในหางโจว กำลังกลับมาอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้มีเพียงภารกิจรักษาความสำเร็จเดิม เพราะสำหรับบางคนคือการกลับมาป้องกันแชมป์ ขณะที่บางคนต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ทั้งการเปลี่ยนรุ่น เปลี่ยนประเภทการแข่งขัน หรือเจอกับคู่แข่งรุ่นใหม่จากนานาประเทศ
🥇 ตะกร้อชาย-หญิง
ภารกิจรักษาความเป็นเจ้าแห่งเอเชีย
หากพูดถึงหนึ่งในกีฬาความหวังของไทยในเอเชียนเกมส์ ชื่อของ เซปักตะกร้อ ต้องอยู่ในลำดับต้น ๆ
ที่หางโจว 2022 ตะกร้อไทยคว้าเหรียญทองได้ถึง 4 รายการ และยังคงเป็นหนึ่งในกีฬาที่ไทยถูกจับตามองมากที่สุดเมื่อเข้าสู่การแข่งขันไอจิ-นาโกย่า 2026
ครั้งนี้ทีมไทยส่งแข่งขัน 4 ประเภท คือทีมชุดชาย, ทีมชุดหญิง, ทีมเดี่ยวชาย และทีม 4 คนหญิง ซึ่งต่างจากครั้งที่แล้วเพราะครั้งนี้ไม่มีประเภททีมเดี่ยวหญิงบรรจุในการแข่งขัน
ภารกิจของตะกร้อไทยจึงไม่ใช่เพียงการคว้าเหรียญทอง แต่คือการรักษามาตรฐานของกีฬาที่ไทยครองความยิ่งใหญ่บนเวทีเอเชียมาอย่างต่อเนื่อง
🥋 “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง
จากแชมป์หางโจว สู่ความท้าทายในรุ่นใหม่
อีกหนึ่งนักกีฬาที่แฟนกีฬาไทยจับตามองคือ “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง
ในเอเชียนเกมส์ที่หางโจว บัลลังก์สร้างผลงานยอดเยี่ยม คว้าเหรียญทองเทควันโดชาย รุ่น 63 กิโลกรัม กลายเป็นหนึ่งในความสำเร็จครั้งสำคัญของเทควันโดไทย
แต่การกลับมาที่ไอจิ-นาโกย่าครั้งนี้ บัลลังก์ต้องขยับขึ้นมาแข่งขันในรุ่น 68 กิโลกรัม ซึ่งเป็นพิกัดที่เขากวาดความสำเร็จอย่างต่อเนื่องเมื่อปีที่แล้ว ทั้งเหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัยโลก, แชมป์โลก และเหรียญทองซีเกมส์
นั่นหมายความว่า แม้จะเปลี่ยนรุ่น แต่ใช่ว่าเจ้าตัวจะไม่คุ้นเคย ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายคือกฎกติกาใหม่ รวมถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้นในฐานะเจ้าของเหรียญทอง ที่จะเป็นบททดสอบของ “หยู” ในการพิสูจน์ว่า ผลงานจากหางโจวไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จในอดีต แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวขึ้นไปอีกระดับ
🌊 “ดาว” ศิริพร แก้วดวงงาม
แชมป์เก่า กับวินด์เซิร์ฟประเภทใหม่
เรื่องราวของ “ดาว” ศิริพร แก้วดวงงาม น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเธอคือแชมป์เก่าจากหางโจว แต่การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้ลงแข่งขันในประเภทเดิม
ที่หางโจว 2022 ศิริพรคว้าเหรียญทองวินด์เซิร์ฟหญิงในประเภท RS:X หลังสร้างผลงานยอดเยี่ยมในช่วงท้ายของการแข่งขัน
แต่ที่ไอจิ-นาโกย่า 2026 เธอจะลงแข่งขันในประเภท iQFOiL หญิง
ดังนั้นภารกิจครั้งนี้จึงไม่ใช่การ “ป้องกันแชมป์” ในรายการเดิม แต่คือการนำประสบการณ์จากการเป็นแชมป์เอเชียนเกมส์ มาปรับตัวกับอุปกรณ์และรูปแบบการแข่งขันที่แตกต่างออกไป
จาก RS:X ที่เคยพาเธอขึ้นไปยืนบนโพเดียมสูงสุดที่หางโจว
สู่ iQFOiL ที่กำลังรอการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง
⛳ “เปียโน” อาภิชญา ยุบล
แชมป์เก่าบนแฟร์เวย์ กับเป้าหมายครั้งใหม่
ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งนักกีฬาที่สร้างประวัติศาสตร์ในหางโจวอย่าง “เปียโน” อาภิชญา ยุบล
ในเอเชียนเกมส์ 2022 อาภิชญาคว้า 2 เหรียญทอง ให้กับประเทศไทย จากประเภทบุคคลหญิงและประเภททีมหญิง ร่วมกับ "ปลาย" พัชรจุฑา คงกระพันธ์ และ "แพงกี้" แอลล่า แกลิทสกีย์
จากนักกอล์ฟหญิงที่แจ้งเกิดบนเวทีเอเชียนเกมส์ วันนี้ “เปียโน” มีประสบการณ์ในระดับนานาชาติมากขึ้น และก้าวไปเล่นใน LPGA Tour อย่างเต็มตัว รวมถึงสร้างผลงานระดับลุ้นแชมป์มาแล้ว
การกลับมาป้องกันแชมป์ที่ไอจิ-นาโกย่าจึงเป็นอีกบททดสอบสำคัญของเธอทั้งในประเภทบุคคลและประเภททีม ที่มี พัชรจุฑา และ "ซิม" ณัฐกฤตา วงศ์ทวีลาภ เป็นอีก 2 นักกอล์ฟหญิงที่ร่วมเดินทางลุ้นความสำเร็จในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้
ถึงแม้ทุกคนจะพกดีกรีเหรียญทองจากหางโจว 2022 แต่ความมุ่งมั่น ทุ่มเท และความตั้งใจที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้คนในประเทศไม่เคยลดน้อยลง
เพราะบนเวทีเอเชียนเกมส์...
ไม่มีใครการันตีเหรียญทองจากความสำเร็จในครั้งก่อน
ทุกคนต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่
และพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง
รวมใจ ส่งไทยเป็นหนึ่ง 📍 สถานที่: ไอจิ–นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น 🗓 วันที่: 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ผู้สนับสนุนนักกีฬาไทย ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ไอจิ-นาโกย่า 2026
#แชมป์เก่าทัพไทยกับความท้าทายครั้งใหม่ #เอเชียนเกมส์ครั้งที่20 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #การกีฬาแห่งประเทศไทย #กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ #รวมใจส่งไทยเป็นหนึ่ง
22/08/2026
🇹🇭 ย้อนรอยผลงานทัพไทยในเอเชียนเกมส์
มหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ จัดการแข่งขันมาแล้วทั้งหมด 19 ครั้ง สำหรับประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันมาตั้งแต่ครั้งแรกในปี 1951 และตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ทัพนักกีฬาไทยได้สร้างผลงานและความทรงจำมากมายบนเวทีแห่งนี้
จาก เหรียญเงินแรกในปี 1958 สู่ เหรียญทองแรกในปี 1962 ก่อนจะเดินหน้าสะสมเหรียญรางวัลมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันไทยคว้าเหรียญรางวัลในเอเชียนเกมส์มาแล้วรวม 144 เหรียญทอง 189 เหรียญเงิน และ 311 เหรียญทองแดง
รวมถึงความสำเร็จของ “พรชัย เค้าแก้ว” ที่สร้างสถิติเป็นนักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์มากที่สุดถึง 10 เหรียญทองจากการลงแข่ง 5 สมัย
ในการแข่งขันครั้งล่าสุดที่หางโจว 2022 ทัพไทยคว้ามาได้ 12 เหรียญทอง 14 เหรียญเงิน 32 เหรียญทองแดง และครั้งนี้ที่ ไอจิ-นาโกย่า 2026 เป้าหมายของทัพไทยถูกวางไว้ที่ ไม่น้อยกว่า 15 เหรียญทอง 🇹🇭
อีกหนึ่งบทใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
จากความสำเร็จในอดีต สู่ความท้าทายครั้งใหม่ของทัพไทย
รวมใจ ส่งไทยเป็นหนึ่ง 📍 สถานที่: ไอจิ–นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น 🗓 วันที่: 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ผู้สนับสนุนนักกีฬาไทย ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ไอจิ-นาโกย่า 2026
#ย้อนรอยผลงานทัพไทยในเอเชียนเกมส์ #เอเชียนเกมส์ครั้งที่20 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #การกีฬาแห่งประเทศไทย #กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ #รวมใจส่งไทยเป็นหนึ่ง
21/08/2026
🏆 กีฬาน่าลุ้น “ไอจิ-นาโกย่า 2026”
ภารกิจเชียร์ไทย ลุ้นไทยไปด้วยกัน
อีกไม่นาน แฟนกีฬาชาวไทยจะได้ร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทย ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกย่า 2026” ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569
ครั้งนี้มีการแข่งขันมากถึง 43 ชนิดกีฬา และมีทั้งกีฬาที่แฟนชาวไทยคุ้นเคย รวมถึงกีฬาใหม่ที่เพิ่งถูกบรรจุเข้าสู่การแข่งขันเป็นครั้งแรก ทำให้เอเชียนเกมส์ครั้งนี้มีเรื่องราวให้ติดตามมากกว่าการลุ้นเหรียญรางวัล
และนี่คือ 9 กีฬาน่าลุ้นในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้
🏸 แบดมินตัน — ศึกใหญ่ที่แทบไม่ต่างจากชิงแชมป์โลก
แบดมินตันถือเป็นหนึ่งในกีฬาที่แฟนกีฬาไทยให้ความสนใจอย่างมาก และทุกครั้งที่ลงแข่งขันในเวทีเอเชียนเกมส์ การันตีความเข้มข้น เพราะต้องเจอกับนักกีฬาชั้นนำของทวีป ที่ยืนอยู่แถวหน้าของโลกเช่นกัน
โดยเฉพาะในประเภทชายเดี่ยวที่ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ จะเป็นหนึ่งในความหวังสำคัญของไทย รวมถึงทีมนักแบดมินตันไทยในประเภทอื่น ๆ ที่พร้อมลงสนามลุ้นเหรียญรางวัล
สำหรับเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ แบดมินตันจะจัดการแข่งขันที่ Ichinomiya City Municipal Gymnasium ตั้งแต่วันที่ 20-29 กันยายน 2569
กีฬาเดิมที่เพิ่มเติมคือความเข้มข้น และทุกแต้มมีความหมาย
🏐 วอลเลย์บอล — ศึกแห่งความมันส์ที่แฟนไทยรอคอย
อีกหนึ่งกีฬาที่แทบจะกลายเป็น “กีฬาประจำใจ” ของแฟนกีฬาไทย
โดยเฉพาะวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ซึ่งทุกครั้งที่ลงสนามในเวทีระดับเอเชีย จะได้รับเสียงเชียร์จากแฟนกีฬาจำนวนมาก
การแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่น่าติดตาม ทั้งเรื่องฟอร์มการเล่นของทีมไทย การปะทะกับคู่แข่งระดับเอเชีย และการเดินหน้าสู่เป้าหมายบนเวทีใหญ่
นอกจากวอลเลย์บอลในร่มแล้ว ยังมี วอลเลย์บอลชายหาด เป็นอีกหนึ่งรายการในโปรแกรมการแข่งขันด้วย โดยวอลเลย์บอลในร่มแข่งขันที่ Okazaki Chuo Sogo Park Gymnasium และ Park Arena Komaki ประเภททีมหญิงแข่งวันที่ 16-22 กันยายน 2569 ส่วนทีมชายแข่งวันที่ 27 กันยายน - 3 ตุลาคม 2569 ขณะที่วอลเลย์บอลชายหาดแข่งที่ Hekinan Ryokuchi Beach Court วันที่ 20 กันยายน - 3 ตุลาคม 2569
เกมที่ไม่ได้วัดกันแค่ฝีมือ แต่ต้องใช้ทั้งทีมเวิร์กและหัวใจ
🥇 ตะกร้อ — กีฬาความหวังสูงสุดของไทย
หากพูดถึงกีฬาที่ชื่อของประเทศไทยถูกจับตามองมากที่สุดในเอเชียนเกมส์ คงหนีไม่พ้น เซปักตะกร้อ
ด้วยพื้นฐานและศักยภาพของนักกีฬาไทย ทำให้ตะกร้อเป็นหนึ่งในกีฬาความหวังของทัพไทย และเป็นกีฬาที่แฟนชาวไทยมีโอกาสได้ลุ้นเหรียญรางวัลหลายรายการ ซึ่งครั้งนี้ส่งแข่ง 4 ประเภทคือ ทีมชุดชาย, ทีมชุดหญิง, ทีมเดี่ยวชาย และทีม 4 คนหญิง
การแข่งขันครั้งนี้จะจัดขึ้นที่ Nagoya City Mizuho Park Gymnasium ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน - 3 ตุลาคม 2569 และยังคงเป็นหนึ่งในกีฬาที่น่าจับตามองของเจ้าภาพญี่ปุ่นที่พัฒนาฝีมือขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและชาติคู่แข่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะมาเลเซียคู่แข่งสำคัญในประเภททีมชายและเวียดนามในประเภททีมหญิง
ลูกฟาดหนึ่งครั้ง อาจเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นเหรียญทอง
🏃 กรีฑา — เมื่อทุกเสี้ยววินาทีมีความหมาย
กีฬาที่เรียกได้ว่าเป็นบททดสอบพื้นฐานของความเป็นนักกีฬา และเป็นไฮไลต์ของทุกมหกรรมกีฬา
กรีฑารวมการแข่งขันหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ลู่วิ่ง ลานประลองพละกำลัง ไปจนถึงรายการที่วัดทั้งความเร็ว พลัง ความแข็งแกร่ง และความอึด แข่งขันที่สนาม Nagoya City Mizuho Park Athletic Stadium วันที่ 24-29 กันยายน 2569
แน่นอนว่าอีเวนต์ที่แฟนกีฬาให้ความสนใจมากที่สุดคือ วิ่ง 100 ม. ซึ่งทัพไทยมีนักกีฬาที่ก้าวเข้าสู่โลกของความเร็วต่ำกว่า 10 วินาทีได้สำเร็จเป็นคนแรกของประเทศคือ "บิว" ภูริพล บุญสอน ที่ต้องขับเคี่ยวชิงเหรียญทองกับคู่แข่งชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ รวมถึงชาติจากตะวันออกกลางที่มองข้ามไม่ได้
เพราะในลู่วิ่งกรีฑา เวลาเพียงเสี้ยววินาที อาจเป็นเส้นแบ่งระหว่าง “ผู้ชนะ” กับ “ผู้ตาม”
🥋 เทควันโด — เกมแห่งความเร็วและชั้นเชิง
อีกหนึ่งกีฬาต่อสู้ที่แฟนไทยมีความคุ้นเคยและมีความหวังในการแข่งขันระดับเอเชีย
เทควันโดไม่ได้มีเพียงพลังของการเตะ แต่ยังต้องอาศัย ความเร็ว การอ่านเกม การออกอาวุธ และการวางแผนในแต่ละยก
สำหรับไอจิ-นาโกย่า 2026 เทควันโดจะมีทั้ง เคียวรูกิ (ต่อสู้), พุมเซ่ (ท่ารำ) และ Virtual Taekwondo หรือเทควันโดเสมือนจริง ให้ติดตาม โดยจัดการแข่งขันที่ Toyohashi Gymnasium วันที่ 1-3 ตุลาคม 2569
ทุกวินาทีในสนามจึงมีความหมาย เพราะคู่ต่อสู้ระดับเอเชียพร้อมลงโทษความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว
🏋️ ยกน้ำหนัก — กีฬาแห่งพละกำลังและกลยุทธ์
กีฬายกน้ำหนักไม่ใช่แค่ “ใครยกได้หนักที่สุด” จะเป็นผู้ชนะเสมอไป
เพราะเบื้องหลังความสำเร็จคือการผสมผสานระหว่าง พละกำลัง เทคนิค สมาธิ และการวางแผน
โค้ชและนักกีฬาต้องเลือกน้ำหนักให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รู้ว่าจะเร่งเมื่อใด และต้องรักษาความสมบูรณ์ของท่าให้ได้ และมีหลายครั้งที่การเรียกน้ำหนัก เปลี่ยนผลลัพธ์ของการแข่งขันได้ทันที
ในไอจิ-นาโกย่า 2026 ยกน้ำหนักจะจัดการแข่งขันที่ Nagoya City Trade and Industry Center วันที่ 23-29 กันยายน 2569
สำหรับแฟนกีฬาไทย นี่คืออีกหนึ่งสนามที่น่าจับตา เพราะทุกครั้งที่นักกีฬาไทยขึ้นเวที เราอาจได้เห็นทั้งความแข็งแกร่งและการลุ้นแบบหายใจไม่ทั่วท้อง
ยกครั้งเดียวอาจเปลี่ยนตารางเหรียญทั้งประเทศ
⚡ 3 กีฬาใหม่ที่แฟนไทยไม่ควรพลาด
นอกจากกีฬาหลักแล้ว ไอจิ-นาโกย่า 2026 ยังมีการแข่งขันที่น่าสนใจจากกีฬาที่กำลังเติบโตในเอเชีย และหนึ่งในนั้นมีนักกีฬาไทยเป็นตัวความหวังอีกด้วย
เทคบอล — เมื่อฟุตบอลมาเจอกับโต๊ะโค้ง
เทคบอลเป็นกีฬาที่นำทักษะฟุตบอลมาผสมกับโต๊ะรูปทรงโค้งคล้ายโต๊ะปิงปอง ผู้เล่นต้องใช้ทุกส่วนของร่างกายในการควบคุมลูกบอลและส่งข้ามโต๊ะ
ที่สำคัญคือ ไอจิ-นาโกย่า 2026 จะเป็นครั้งแรกที่เทคบอลได้รับการบรรจุเป็นกีฬาชิงเหรียญในเอเชียนเกมส์ หลังได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการในปี 2026
และนี่คือกีฬาที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับแฟนไทย เพราะนักกีฬาไทยมีพื้นฐานจากกีฬาอย่างตะกร้อซึ่งสามารถนำมาต่อยอดกับเทคบอลได้เป็นอย่างดี และก้าวไปถึงระดับคว้าแชมป์โลกได้มาแล้ว โดยจะทำการแข่งขันที่ Nagoya City Higashi Sports Center วันที่ 17-20 กันยายน 2569
กีฬาหน้าใหม่ แต่ไทยมีโอกาสสร้างชื่อบนเวทีเอเชีย
🎮 อีสปอร์ต — เมื่อเกมกลายเป็นสนามแข่งขัน
อีกหนึ่งกีฬาที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของวงการกีฬาในยุคใหม่
ต่อเนื่องจาก หางโจว 2022 อีสปอร์ตได้รับการบรรจุในโปรแกรมการแข่งขัน ไอจิ-นาโกย่า 2026 และเป็นหนึ่งในกีฬาที่สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย เสนอให้จัดการแข่งขันในครั้งนี้ และแทบเรียกได้ว่าเป็นมหกรรมกีฬาอีสปอร์ตเพราะแข่งขันกันถึง 13 เกม ระหว่างวันที่ 23 กันยายน - 2 ตุลาคม ที่ Aichi Sky Expo
จากเดิมที่การแข่งขันเกมถูกมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความบันเทิง วันนี้นักกีฬาต้องอาศัยทั้ง ทักษะ การตัดสินใจ ความเร็วในการตอบสนอง การวางแผน และการทำงานเป็นทีม
จึงเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่น่าติดตาม โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อาจได้เห็น “เกมที่คุ้นเคย” ในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งนักกีฬาตัวแทนทีมชาติไทยพกดีกรีระดับแชมป์โลกเข้าร่วมการแข่งขันด้วยเช่นกัน
จากหน้าจอ สู่เวทีชิงเหรียญระดับเอเชีย
🎾 พาเดล — กีฬาใหม่ที่กำลังมาแรง
ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
พาเดล (Padel) เป็นกีฬาประเภทแร็กเกตที่ผสมผสานทักษะของเทนนิสและสควอช เล่นในสนามขนาดเล็กที่มีผนังกระจกและตาข่ายล้อมรอบ โดยการแข่งขันส่วนใหญ่เน้นประเภทคู่
และครั้งนี้พาเดลจะเปิดตัวในฐานะกีฬาชิงเหรียญของเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก เช่นเดียวกับเทคบอล โดยแข่งขันที่ Nagoya City Higashi Sports Center วันที่ 28 กันยายน - 3 ตุลาคม 2569
ที่สำคัญสำหรับแฟนกีฬาไทย คือเรามีนักกีฬาไทยลงแข่งขัน ทำให้กีฬาชนิดนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งกีฬาใหม่ที่คนไทยได้ทำความรู้จักและร่วมเชียร์ไปพร้อมกัน
🇹🇭 9 กีฬา กับ 1 เป้าหมายของทัพไทย
จากกีฬาที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง แบดมินตัน วอลเลย์บอล ตะกร้อ กรีฑา เทควันโด และยกน้ำหนัก
ไปจนถึงกีฬาใหม่ที่กำลังเติบโตอย่าง เทคบอล อีสปอร์ต และพาเดล
ไอจิ-นาโกย่า 2026 จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องของเหรียญทอง แต่ยังเป็นเวทีที่ทำให้เราได้เห็นว่า วงการกีฬากำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และนักกีฬาไทยพร้อมแค่ไหนที่จะก้าวไปสู่เวทีระดับเอเชีย
รวมใจ ส่งไทยเป็นหนึ่ง 📍 สถานที่: ไอจิ–นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น 🗓 วันที่: 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ผู้สนับสนุนนักกีฬาไทย ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ไอจิ-นาโกย่า 2026
#กีฬาน่าลุ้น #เอเชียนเกมส์ครั้งที่20 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #การกีฬาแห่งประเทศไทย #กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ #รวมใจส่งไทยเป็นหนึ่ง
17/08/2026
🏆 จากฮีโร่…สู่บทบาทโค้ชทัพไทย
ส่งต่อประสบการณ์จากสนาม สู่ภารกิจ “ไอจิ-นาโกย่า 2026”
ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยเป็นคนที่ยืนอยู่กลางสนาม สู้เพื่อเหรียญรางวัลและชื่อเสียงของประเทศไทย
แต่ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 “ไอจิ-นาโกย่า 2026” บทบาทของพวกเขาเปลี่ยนไป
จากนักกีฬาที่เคยคว้าเหรียญและสร้างตำนานในเอเชียนเกมส์มาแล้วด้วยตัวเอง วันนี้พวกเขากลับมาสู่เวทีเดิมอีกครั้ง ในฐานะ ผู้ฝึกสอนและทีมงานที่คอยถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับนักกีฬารุ่นน้อง
เพราะบางครั้ง ประสบการณ์จากคนที่เคยผ่านสนามจริง อาจเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้นักกีฬารุ่นใหม่ก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม
และนี่คืออดีตฮีโร่ทัพไทย ที่เปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้เล่น” มาเป็น “ผู้ส่งต่อ”
พรชัย เค้าแก้ว และภัทรพงษ์ ยุพดี จากคู่หูตำนานตะกร้อ สู่ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย
ชื่อของ “ปุ้ย” พรชัย เค้าแก้ว แทบจะเป็นชื่อที่แฟนตะกร้อไทยไม่ต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติม อดีตตัวฟาดทีมชาติไทย เจ้าของสถิติ 10 เหรียญทองจากเอเชียนเกมส์ 5 สมัย และ 18 เหรียญทองจากซีเกมส์ 10 สมัย ถือเป็นหนึ่งในนักกีฬาไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์เอเชียนเกมส์
ประสบการณ์ของพรชัยครอบคลุมตั้งแต่เอเชียนเกมส์ 2002, 2006, 2010, 2014 และ 2018 ซึ่งทุกครั้งล้วนจบลงด้วยเหรียญทอง วันนี้บทบาทของ “ราชาหน้าตาข่าย” ขยับไปอีกขั้น
พรชัยได้รับหน้าที่เป็น ผู้ฝึกสอนเซปักตะกร้อชายทีมชาติไทย และทำงานร่วมกับ "โน้ตเท้าตะขอ" ภัทรพงษ์ ยุพดี ตัวชงเจ้าของ 8 เหรียญทองเอเชียนเกมส์ ในทีมสตาฟฟ์ชุดเตรียมสู้ศึก "ไอจิ-นาโกย่า 2026" โดยล่าสุดทั้งคู่ยังทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนทีมชายในการแข่งขันคิงส์คัพ 2026 และคว้าแชมป์ทั้งประเภททีมเดี่ยวและทีมชุดไปครอง
จากคนที่เคยเป็นผู้ทำคะแนน วันนี้พรชัยต้องเปลี่ยนมาเป็นคนที่มองเกมทั้งสนาม ขณะที่ ภัทรพงษ์ เปลี่ยนจากบทบาท "ตัวชง" มาเป็นผู้ส่งต่อประสบการณ์ เพื่อภารกิจสำคัญในการทวงความสำเร็จให้ทัพตะกร้อไทยบนเวทีไอจิ-นาโกย่า
วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ และอรอุมา สิทธิรักษ์ จากตำนาน 7 เซียน สู่โค้ชรุ่นใหม่
อีกหนึ่งชื่อที่แฟนกีฬาจำได้ดีคือ “กัปตันกิ๊ฟ” วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ และ "อร" อรอุมา สิทธิรักษ์ ตำนานลูกยางสาวไทยชุด “7 เซียน” ที่ช่วยให้วอลเลย์บอลไทยประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ โดยปัจจุบันทำหน้าที่ผู้ช่วยของ "โค้ชอ็อต" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย โดย วิลาวัณย์ มีประสบการณ์ด้านบทบาทผู้ฝึกสอนมาแล้วไม่น้อยทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ ส่วน อรอุมา เพิ่งได้เข้ามาทำหน้าที่อย่างเต็มตัว หลังประกาศอำลาเส้นทางนักกีฬาอาชีพในปีนี้
ทั้งคู่มีส่วนร่วมกับทีมชาติไทยในยุคที่สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีเอเชียนเกมส์ โดยเฉพาะ เหรียญทองแดงที่อินชอน 2014 และเหรียญเงินที่จาการ์ตา 2018 ซึ่งเหรียญเงินในปี 2018 ถือเป็นผลงานดีที่สุดของวอลเลย์บอลหญิงไทยในประวัติศาสตร์เอเชียนเกมส์
จากคนที่เคยสร้างตำนาน สร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้แฟนกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย วันนี้พวกเธอเปลี่ยนมาเป็นคนที่ช่วยวางแผนและถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับรุ่นน้อง และที่ ไอจิ-นาโกย่า ทุกสิ่งที่ทั้งคู่สั่งสมมา จะกลายเป็นประโยชน์กับทีมลูกยางสาวไทยอย่างแน่นอน
ชัชวาล ขาวละออ – ฮีโร่เหรียญทอง สู่โค้ชเทควันโดไทย
หากพูดถึงอดีตฮีโร่เทควันโดไทย ชื่อของ “โค้ชแม็ก” ชัชวาล ขาวละออ คืออีกหนึ่งคนที่มีเรื่องราวผูกพันกับเอเชียนเกมส์โดยตรง
ในเอเชียนเกมส์ 2010 ที่กว่างโจว ชัชวาลลงแข่งขันในรุ่นไม่เกิน 54 กิโลกรัม และคว้าเหรียญทอง หลังเอาชนะ คิม ซองโฮ จากเกาหลีใต้ 8-6 คะแนน กลายเป็นนักเทควันโดชายไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์
ไม่เพียงเท่านั้น ใน หางโจว 2022 ชัชวาล ที่เปลี่ยนบทบาทมาเป็นโค้ช ยังมีส่วนสำคัญกับความสำเร็จของ "หยู" บัลลังก์ ทับทิมแดง ที่คว้าเหรียญทองรุ่น 63 กก. ชาย ไปจนถึงการคว้าเหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัยโลกที่ประเทศเยอรมนี และแชมป์โลกที่อู๋ซีในปี 2025
จากฮีโร่ที่เคยยืนอยู่บนโพเดียม วันนี้ “โค้ชแม็ก” เปลี่ยนบทบาทมาเป็นหนึ่งในทีมผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง
และ "ไอจิ-นาโกย่า 2026" จะเป็นอีกหนึ่งตำนานที่ "โค้ชแม็ก" ได้สานต่อความสำเร็จบนเวทีเอเชียนเกมส์อีกครั้ง
สุดาพร สีสอนดี – จากเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ สู่บทบาทผู้ช่วยโค้ช
อีกหนึ่งฮีโร่ไทยที่กลายมาเป็นผู้ฝึกสอนในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้คือ “แต้ว” สุดาพร สีสอนดี อดีตนักมวยสากลหญิงทีมชาติไทย เหรียญเงินเอเชียนเกมส์ 2018 รุ่นไลต์เวต 60 กิโลกรัม และเหรียญเงินชิงแชมป์โลกในปีเดียวกัน ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า เหรียญทองแดงโอลิมปิก โตเกียว 2020 ซึ่งเป็นเหรียญโอลิมปิกเหรียญแรกของนักมวยสากลหญิงไทย และหลังจากประสบความสำเร็จบนสังเวียน เธอเริ่มเปลี่ยนบทบาทมาเป็น ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนมวยสากลหญิงทีมชาติไทย ตั้งแต่ช่วงหลังโอลิมปิกโตเกียว
บทบาทใหม่ของ “แต้ว” จึงไม่ใช่แค่การสอนเทคนิคการชก แต่คือการนำประสบการณ์จากวันที่เคยเป็นนักมวยรุ่นน้องที่ต้องรอโอกาส มาถ่ายทอดให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ที่กำลังเดินตามเส้นทางเดียวกัน
🇹🇭 จากคนที่เคยคว้าเหรียญ…สู่คนที่กำลังสร้างเหรียญให้รุ่นต่อไป
เอเชียนเกมส์ “ไอจิ-นาโกย่า 2026” จึงไม่ได้มีเพียงนักกีฬาที่กำลังสร้างชื่อบนสนามแข่งขัน
แต่ยังมี อดีตฮีโร่ของทัพไทย ที่กลับมาอีกครั้งในบทบาทใหม่
พวกเขาเคยผ่านทั้งความกดดัน ความพ่ายแพ้ และช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้เพื่อเหรียญรางวัลด้วยตัวเอง
วันนี้ประสบการณ์เหล่านั้นกำลังถูกส่งต่อไปยังนักกีฬารุ่นใหม่
จากคนที่เคยลงสนามเพื่อคว้าเหรียญ
สู่คนที่อยู่ข้างสนาม เพื่อพานักกีฬารุ่นต่อไปคว้าเหรียญ
และเมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 19 กันยายนนี้ อีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตาไม่แพ้ผลงานของนักกีฬา คือการได้เห็นว่า “ฮีโร่รุ่นพี่” จะช่วยสร้างฮีโร่รุ่นใหม่ของไทยได้ไกลแค่ไหน
รวมใจ ส่งไทยเป็นหนึ่ง 📍 สถานที่: ไอจิ–นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น 🗓 วันที่: 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ผู้สนับสนุนนักกีฬาไทย ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ไอจิ-นาโกย่า 2026
#กีฬาลุ้นทองของทัพไทย #เอเชียนเกมส์ครั้งที่20 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #การกีฬาแห่งประเทศไทย #กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ #รวมใจส่งไทยเป็นหนึ่ง
14/08/2026
🥇 กีฬาลุ้นทองของทัพไทย “ไอจิ-นาโกย่า 2026”
เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองไอจิ-นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ และหนึ่งในสิ่งที่แฟนกีฬาไทยรอติดตามคือการลุ้นว่า ทัพนักกีฬาไทยจะมีใครก้าวขึ้นไปคว้าเหรียญทองบนเวทีเอเชียได้บ้าง
ตลอดหลายครั้งที่ผ่านมา ไทยมีชนิดกีฬาที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและเป็นความหวังในการลุ้นเหรียญทองอยู่เสมอ ขณะเดียวกันก็มีนักกีฬารุ่นใหม่ที่กำลังขึ้นมาท้าทายเวทีระดับเอเชีย
และนี่คือชนิดกีฬามีลุ้นเหรียญทองของไทย ที่ไอจิ-นาโกย่า 2026
🥇 ตะกร้อ – ความหวังทองทุกมหกรรมกีฬา
หากพูดถึงกีฬาที่เป็นเหมือน “เจ้าประจำ” ของเหรียญทองไทยในเอเชียนเกมส์ ชื่อของ เซปักตะกร้อ ย่อมอยู่ในลำดับต้น ๆ
นักกีฬาไทยยังคงรักษามาตรฐานในระดับแนวหน้าของเอเชียได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งประเภทชายและหญิง ขณะที่ขุมกำลังก็มีความแข็งแกร่งและมีนักกีฬาให้เลือกใช้งานหลายคน
ผลงานในเวทีนานาชาติที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีมไทยได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นทีมชายหรือทีมหญิง โดยเฉพาะทีมชุดที่เพิ่งคว้าแชมป์ทั้งสองประเภทในคิงส์คัพปีล่าสุด
เมื่อถึงเอเชียนเกมส์ ความแข็งแกร่ง ประสบการณ์ และความเข้าใจในเกมของนักกีฬาไทย จะเป็นอาวุธสำคัญในการลุ้นเหรียญทอง
ถ้าอยากรู้ว่าทัพไทยจะเก็บเหรียญทองจากกีฬาที่คุ้นเคยได้มากแค่ไหน ตะกร้อคือหนึ่งในกีฬาที่ห้ามพลาด
🥇 เทคบอล – ความหวังที่พร้อมสร้างประวัติศาสตร์
เทคบอลกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่แฟนกีฬาไทยต้องจับตา หลังจากนักกีฬาไทยสร้างผลงานโดดเด่นบนเวทีนานาชาติ
จุดแข็งสำคัญของไทยคือ นักกีฬาเทคบอลหลายคนมีพื้นฐานจาก เซปักตะกร้อ ทำให้มีทักษะการใช้เท้า การควบคุมบอล และการเล่นลูกกลางอากาศที่ยอดเยี่ยม
นอกจากนี้ นักกีฬาไทยหลายคนยังผ่านการแข่งขันระดับโลกและคว้าแชมป์มาแล้ว ทำให้มีทั้งประสบการณ์และความมั่นใจเมื่อต้องเจอกับคู่แข่งจากชาติชั้นนำ
ผลงานในเอเชียนบีชเกมส์ 2026 ที่ซานย่า ซึ่งทัพเทคบอลไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ยิ่งเพิ่มความมั่นใจก่อนเข้าสู่เวทีใหญ่
นี่คืออีกหนึ่งกีฬาที่อาจสร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์ให้แฟนกีฬาไทยได้ร่วมลุ้นไปพร้อมกัน
🥇 เทควันโด – ยุคใหม่ของจอมเตะไทย
หลังจากยุคของ “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เทควันโดไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่บทใหม่ พร้อมกับนักกีฬารุ่นใหม่ที่พร้อมก้าวขึ้นมารับความท้าทาย
หนึ่งในชื่อที่ถูกจับตามองคือ “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง จอมเตะหนุ่มรุ่น 68 กิโลกรัม เจ้าของแชมป์โลกปี 2025 และเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2022 ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในนักกีฬาความหวังของไทย
นอกจากบัลลังก์แล้ว ทีมเทควันโดไทยยังมีนักกีฬาฝีมือดีที่พร้อมขึ้นสังเวียน และมีระบบการพัฒนานักกีฬาที่ต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น
แม้การแข่งขันในเอเชียนเกมส์จะต้องเจอกับมหาอำนาจอย่างเกาหลีใต้ จีน และอิหร่าน แต่ด้วยศักยภาพของนักกีฬาไทย ทำให้ทุกครั้งที่จอมเตะไทยลงสนาม แฟนกีฬายังมีเหตุผลที่จะลุ้นถึงเหรียญทอง
ไอจิ-นาโกย่า 2026 อาจเป็นเวทีที่เราได้เห็นการเริ่มต้นบทใหม่ของเทควันโดไทยอย่างเต็มตัว
🥇 มวยสากล – ประสบการณ์และหัวใจนักสู้ของกำปั้นไทย
มวยสากลเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่สร้างความสุขให้แฟนกีฬาไทยมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และครั้งนี้ก็ยังมีนักชกฝีมือดีพร้อมขึ้นเวทีเพื่อไล่ล่าเหรียญทอง
โดยเฉพาะนักชกหญิงอย่าง จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง ที่มีประสบการณ์จากเวทีโอลิมปิก รวมถึง ปุณณ์รวี รื่นรส ที่ผ่านการแข่งขันระดับนานาชาติมาอย่างโชกโชน
ประสบการณ์บนเวทีใหญ่คือหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของนักชกไทย เพราะการแข่งขันระดับเอเชียนเกมส์เต็มไปด้วยคู่แข่งจากชาติที่มีระบบมวยแข็งแกร่ง ทั้งจีน อุซเบกิสถาน และคาซัคสถาน
แต่สิ่งหนึ่งที่มวยไทยมีไม่แพ้ใครคือ หัวใจนักสู้
ทุกหมัด ทุกยก และทุกวินาทีบนเวทีอาจเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นเหรียญทอง
ถ้าเป็นกีฬาที่ต้องลุ้นกันแบบหมัดต่อหมัด มวยสากลคือหนึ่งในกีฬาที่แฟนไทยต้องส่งเสียงเชียร์ให้ดังที่สุด
🥇 กรีฑา – ลุ้นความเร็วจาก “บิว” ภูริพล
อีกหนึ่งกีฬาที่แฟนกีฬาไทยต้องจับตาเป็นพิเศษคือ กรีฑา โดยเฉพาะการแข่งขันวิ่งระยะสั้น ซึ่งไทยมีความหวังสำคัญอย่าง “บิว” ภูริพล บุญสอน
เจ้าของฉายา “เทพบิว” ถือเป็นหนึ่งในนักวิ่งระยะสั้นที่โดดเด่นที่สุดของไทยในยุคปัจจุบัน และจะเป็นชื่อที่แฟนกีฬาจับตามองในทั้ง 100 เมตร และ 200 เมตร
ด้วยสถิติวิ่ง 100 ม. ต่ำกว่า 10 วินาที รวมกับประสบการณ์จากการแข่งขันระดับนานาชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภูริพลมีความพร้อมมากขึ้นสำหรับการต่อสู้กับยอดนักวิ่งจากทั่วเอเชีย
การแข่งขันระยะสั้นอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่ทุกจังหวะตั้งแต่ออกจากบล็อกสตาร์ต การเร่งความเร็ว ไปจนถึงเส้นชัย ล้วนมีความหมาย
และเมื่อ “บิว” ยืนอยู่บนลู่วิ่ง นั่นคือช่วงเวลาที่แฟนกีฬาไทยสามารถร่วมลุ้นไปพร้อมกันว่า ความเร็วของหนึ่งในนักวิ่งดาวรุ่งของเอเชีย จะพาเขาไปได้ไกลแค่ไหน
100 เมตร หรือ 200 เมตร — อย่ากะพริบตา เพราะเหรียญอาจตัดสินกันในเสี้ยววินาที! 🇹🇭💨
🥇 ยกน้ำหนัก – ความหวังจากเวทีที่ไทยคุ้นเคย
อีกหนึ่งกีฬาที่แฟนกีฬาไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี และมักสร้างความสุขให้กับคนไทยในมหกรรมกีฬาระดับเอเชียคือ ยกน้ำหนัก
ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมในกีฬาชนิดนี้ ทั้งจากความสำเร็จของนักกีฬารุ่นพี่ และการพัฒนานักกีฬารุ่นใหม่ที่ก้าวขึ้นมาทดแทนอย่างต่อเนื่อง
เสน่ห์ของยกน้ำหนักคือการแข่งขันที่ต้องอาศัยทั้ง พละกำลัง เทคนิค สมาธิ และความแม่นยำ เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนสถานการณ์ของการแข่งขันได้ทันที
นักกีฬาไทยจึงไม่ได้มีเพียงพลังในการยก แต่ยังต้องวางแผนการยกให้เหมาะสม อ่านเกมของคู่แข่ง และควบคุมสภาพร่างกายและจิตใจให้ได้ตลอดการแข่งขัน
เมื่อก้าวขึ้นเวทีที่ไอจิ-นาโกย่า ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่นักยกน้ำหนักไทยอีกครั้ง เพื่อดูว่านักกีฬารุ่นใหม่จะสามารถสานต่อความสำเร็จของรุ่นพี่ และนำเหรียญรางวัลกลับมาฝากแฟนกีฬาไทยได้มากแค่ไหน
เพราะทุกครั้งที่นักยกไทยเดินเข้าสู่เวที นั่นคืออีกหนึ่งช่วงเวลาที่คนไทยมีโอกาสได้ร่วมลุ้นกับการยกเพียงครั้งเดียวที่อาจเปลี่ยนเป็นเหรียญทองได้ 🇹🇭🏋️♂️
🥇 เรือใบ – เมื่อชัยชนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝีมือเพียงอย่างเดียว
อีกหนึ่งกีฬาที่ไทยมีศักยภาพและสามารถสร้างเซอร์ไพรส์ได้เสมอคือ เรือใบ
ความน่าสนใจของกีฬาชนิดนี้อยู่ที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันเพียงความสามารถของนักกีฬา แต่ยังต้องรับมือกับ ลม คลื่น กระแสน้ำ และสภาพสนามแข่งขัน ที่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ตลอดเวลา
นักกีฬาไทยมีประสบการณ์ในระดับนานาชาติ และผลงานในเอเชียนบีชเกมส์ 2026 ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีมเรือใบและไคท์บอร์ดไทย
แต่การไปแข่งขันที่ญี่ปุ่นย่อมมาพร้อมกับความท้าทายใหม่ นักกีฬาจะต้องอ่านสภาพลมและน้ำให้ขาด พร้อมปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสนามจริง
นี่จึงเป็นกีฬาที่แฟนไทยอาจต้องลุ้นกันจนถึงช่วงสุดท้าย เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของลม อาจเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ในพริบตา
🥇 กอล์ฟ – พลังของทีมสาวไทยบนเวทีเอเชีย
กอล์ฟหญิงไทยเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามอง เพราะประเทศไทยมีนักกอล์ฟหญิงฝีมือระดับโลกอยู่มากมาย
จุดแข็งสำคัญคือ ความสามารถและสมาชิกทีม เพราะไทยไม่ได้มีเพียงนักกอล์ฟตัวความหวังคนเดียว แต่มีนักกอล์ฟหลายคนที่สามารถสร้างผลงานในระดับนานาชาติได้
เมื่อรวมกับประสบการณ์จากการแข่งขันระดับอาชีพ ทำให้ทีมกอล์ฟหญิงไทยมีศักยภาพที่จะต่อสู้กับคู่แข่งระดับแนวหน้าของเอเชีย ทั้งเกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น
แน่นอนว่าเกมกอล์ฟเต็มไปด้วยรายละเอียด ทุกช็อตสามารถสร้างความแตกต่างได้ และสภาพสนามก็มีส่วนสำคัญต่อผลการแข่งขัน
หากนักกอล์ฟสาวไทยเล่นได้ตามมาตรฐาน เหรียญทองกอล์ฟก็เป็นอีกหนึ่งความหวังที่แฟนไทยสามารถร่วมลุ้นได้แบบเต็มตัว
🥇 อีสปอร์ต – เกมแห่งยุคใหม่ กับความหวังของนักกีฬาไทย
จากเกมในคอมพิวเตอร์และมือถือ สู่เวทีการแข่งขันระดับเอเชีย อีสปอร์ต กลายเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาอย่างรวดเร็ว
ไทยมีจุดแข็งจากฐานนักกีฬาและผู้เล่นจำนวนมาก รวมถึงประสบการณ์การแข่งขันในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะเกมประเภทฟุตบอลอีสปอร์ตที่นักกีฬาไทยมีความคุ้นเคยและสร้างผลงานมาอย่างต่อเนื่อง
การแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นอีกเวทีสำคัญที่จะพิสูจน์ว่า นักกีฬาอีสปอร์ตไทยสามารถก้าวขึ้นมาต่อสู้กับคู่แข่งชั้นนำของเอเชียได้มากแค่ไหน
แม้จะต้องเจอกับคู่แข่งที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งญี่ปุ่น เวียดนาม และชาติชั้นนำอื่น ๆ แต่ด้วยประสบการณ์และศักยภาพของนักกีฬาไทย
อีสปอร์ตอาจเป็นหนึ่งในกีฬาที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนกีฬารุ่นใหม่ และนำเหรียญทองกลับบ้านได้เช่นกัน
🇹🇭 ทุกเหรียญทอง เริ่มต้นจากเสียงเชียร์
จากตะกร้อที่เป็นความหวังดั้งเดิมของไทย เทคบอลที่กำลังสร้างชื่อ เทควันโดในยุคใหม่ มวยสากลที่เต็มไปด้วยหัวใจนักสู้ ไปจนถึงเรือใบ กอล์ฟ และอีสปอร์ต
แต่ละชนิดกีฬามีเส้นทางที่แตกต่างกัน
บางกีฬาอาศัยประสบการณ์
บางกีฬาต้องใช้พลังและความแม่นยำ
บางกีฬาต้องอ่านเกมและสภาพแวดล้อม
และบางกีฬาต้องอาศัยความกล้าในเสี้ยววินาที
แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ทุกคนกำลังเดินทางไปไอจิ-นาโกย่า เพื่อทำให้ดีที่สุดในนามทีมชาติไทย 🇹🇭
เพราะเมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ไม่มีคำว่าเป้าหมาย ไม่มีตัวเลข ไม่มีการคาดการณ์
มีเพียงนักกีฬาไทยที่กำลังต่อสู้เพื่อเหรียญรางวัล และเสียงเชียร์จากคนไทยที่อยู่ข้างหลัง
รวมใจ ส่งไทยเป็นหนึ่ง 📍 สถานที่: ไอจิ–นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น 🗓 วันที่: 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ผู้สนับสนุนนักกีฬาไทย ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ไอจิ-นาโกย่า 2026
#กีฬาลุ้นทองของทัพไทย #เอเชียนเกมส์ครั้งที่20 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #การกีฬาแห่งประเทศไทย #กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ #รวมใจส่งไทยเป็นหนึ่ง
10/08/2026
💙 การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เบื้องหลังทุกความสำเร็จนักกีฬาไทย
เมื่อพูดถึงความสำเร็จของนักกีฬาไทย หลายคนอาจนึกถึงภาพของการฝึกซ้อมอย่างหนัก การแข่งขันที่เข้มข้น หรือช่วงเวลาที่นักกีฬายืนรับเหรียญรางวัลบนโพเดียม
แต่ก่อนจะไปถึงวันนั้น ยังมี "ทีมหลังบ้าน" ที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกสมาคมกีฬาและนักกีฬามีความพร้อมที่สุดสำหรับการแข่งขัน
สำหรับ เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 "ไอจิ-นาโกย่า 2026" และ เอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ คือกลไกสำคัญที่ร่วมผลักดันทัพนักกีฬาไทยในทุกมิติ ตั้งแต่การเก็บตัวฝึกซ้อม การแข่งขันระดับนานาชาติ ไปจนถึงการดูแลด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาและสวัสดิการต่าง ๆ เพื่อให้นักกีฬาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่บนเวทีเอเชีย
💰 สนับสนุนตั้งแต่วันแรกของการเก็บตัว
การสร้างนักกีฬาระดับเอเชียไม่ใช่เรื่องของการฝึกซ้อมเพียงไม่กี่เดือน แต่ต้องอาศัยการเตรียมตัวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี
กกท. และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จึงร่วมสนับสนุนงบประมาณให้กับสมาคมกีฬาต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งค่าเก็บตัวฝึกซ้อม ค่าเดินทางเข้าร่วมการแข่งขัน ค่าอุปกรณ์กีฬา และการเตรียมทีมในทุกด้าน
ก่อนการแข่งขันเอเชียนเกมส์และเอเชียนพาราเกมส์ 2026 คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติได้อนุมัติงบประมาณสนับสนุนการเตรียมทีมรวมกว่า 423 ล้านบาท เพื่อให้การเตรียมความพร้อมของนักกีฬาไทยเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
🔬 งบประมาณไม่ได้มีไว้แค่ส่งแข่งขัน
ปัจจุบันการเตรียมนักกีฬาระดับนานาชาติ ต้องอาศัยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาเสริมในทุกขั้นตอน
งบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จึงถูกนำไปสนับสนุนการทำงานของฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา ทั้งการตรวจสมรรถภาพร่างกาย การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ การฟื้นฟูร่างกาย โภชนาการกีฬา กีฬาเวชศาสตร์ จิตวิทยาการกีฬา รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อวางแผนการฝึกซ้อมให้เหมาะสมกับนักกีฬาแต่ละคน
เป้าหมายสำคัญ คือช่วยให้นักกีฬาลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ ฟื้นฟูร่างกายได้รวดเร็ว และสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก่อนเข้าสู่การแข่งขัน
🥇 ทุกเหรียญรางวัลมีคุณค่า และได้รับการตอบแทน
นอกจากการสนับสนุนก่อนการแข่งขันแล้ว กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติยังจัดสรรเงินรางวัลเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่นักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย
สำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ นักกีฬาที่คว้า
🥇 เหรียญทอง ได้รับ 2 ล้านบาท
🥈 เหรียญเงิน ได้รับ 1 ล้านบาท
🥉 เหรียญทองแดง ได้รับ 500,000 บาท
ส่วนการแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์ กำหนดเงินรางวัลไว้ที่
🥇 เหรียญทอง 1 ล้านบาท
🥈 เหรียญเงิน 500,000 บาท
🥉 เหรียญทองแดง 250,000 บาท
เงินรางวัลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการตอบแทนความสำเร็จ แต่ยังสะท้อนถึงคุณค่าของความทุ่มเทตลอดหลายปีที่ผ่านมา
🎯 เป้าหมายเดียวกัน...พาทัพไทยสู่ความสำเร็จ
สำหรับเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 การกีฬาแห่งประเทศไทย ตั้งเป้าหมายให้ทัพนักกีฬาไทยคว้าไม่น้อยกว่า 15 เหรียญทอง พร้อมสนับสนุนการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเต็มกำลัง
ขณะที่เอเชียนพาราเกมส์ ตั้งเป้ารักษามาตรฐานผลงานด้วยการคว้า 24 เหรียญทอง เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของทัพนักกีฬาพาราไทยในระดับเอเชีย
เป้าหมายเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความคาดหวังเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งสมาคมกีฬา ผู้ฝึกสอน นักกีฬา ฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่ร่วมกันสร้างระบบสนับสนุนอย่างรอบด้าน
🇹🇭 ทุกความสำเร็จ...เกิดจากทีมที่แข็งแกร่ง
เบื้องหลังทุกเหรียญรางวัลของนักกีฬาไทย ไม่ได้มีเพียงผู้ที่ยืนอยู่บนสนามแข่งขัน แต่ยังมีบุคลากรจำนวนมากที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ทั้งผู้ฝึกสอน แพทย์ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา เจ้าหน้าที่ประจำทีม ตลอดจน การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่ร่วมกันวางรากฐานและสนับสนุนการพัฒนานักกีฬาไทยอย่างต่อเนื่อง
เพราะทุกการสนับสนุนในวันนี้ คืออีกหนึ่งพลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้นักกีฬาไทยก้าวไปสู่ความสำเร็จ และสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศบนเวทีเอเชียนเกมส์ "ไอจิ-นาโกย่า 2026"
รวมใจ ส่งไทยเป็นหนึ่ง 📍 สถานที่: ไอจิ–นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น 🗓 วันที่: 19 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ผู้สนับสนุนนักกีฬาไทย ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ไอจิ-นาโกย่า 2026
#เบื้องหลังความสำเร็จนักกีฬาไทย #เอเชียนเกมส์ครั้งที่20 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #การกีฬาแห่งประเทศไทย #กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ #รวมใจส่งไทยเป็นหนึ่ง