NROI Thailand

NROI Thailand

แชร์

NROI Thailand สถาบันผู้ตัดสินกีฬายิงปืนรณยุทธประเทศไทย

21/07/2026

3. หลักฐานและการพิจารณา
คณะกรรมการอุทธรณ์: match director จะตั้งคณะกรรมการอุทธรณ์ขึ้นมา (มักประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ หรือนักกีฬาประสบการณ์สูง 3 ท่านที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเหตุการณ์นั้น) เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและกฎเกณฑ์อย่างเที่ยงธรรม

ห้ามใช้หลักฐานวิดีโอส่วนตัว: ตามกฎทั่วไปของ IPSC ไม่ยอมรับ ภาพถ่ายหรือวิดีโอจากกล้องส่วนตัว กล้อง Action Cam ของนักกีฬา หรือผู้ชม มาใช้เป็นหลักฐานในการหักล้างคำตัดสินของกรรมการ เนื่องจากมุมกล้องอาจบิดเบือนความเป็นจริงได้ การตัดสินจะยึดตามหลักฐานในสนามและคำให้การของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก

Photos from สนามยิงปืนภูมิไพลิน phumpailin's post 27/06/2026
14/06/2026

สนามยิงปืนภูมิไพลิน ร่วมกับ SiamAirsoft จัดโครงการอบรมผู้ตัดสินกีฬายิงปืนรณยุทธ ระดับ 1 หรือ NROI Range Officer Handgun Seminar Level 1 ระหว่างวันที่ 13–14 มิถุนายน 2569 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

การอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจาก สถาบันผู้ตัดสินกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ และมาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้ตัดสินกีฬายิงปืนรณยุทธ โดยมุ่งเน้นความถูกต้อง ปลอดภัย เป็นธรรม และเป็นไปตามมาตรฐานการแข่งขัน

ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้หลักการสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ Range Officer อาทิ กฎกติกาการแข่งขัน การควบคุมความปลอดภัยในสนาม การให้คำสั่งนักกีฬา การพิจารณาเหตุการณ์ในสนามแข่งขัน ตลอดจนแนวทางการทำงานร่วมกับคณะกรรมการจัดการแข่งขัน เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการแข่งขันกีฬายิงปืนรณยุทธให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น

การจัดอบรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนาบุคลากรกีฬายิงปืนรณยุทธ และเป็นการสร้างเครือข่ายผู้ตัดสินรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และพร้อมสนับสนุนการจัดการแข่งขันในอนาคต

Photos from NROI Thailand's post 10/06/2026

บทที่ 12 เรื่องเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Matters)

บทที่ 12 เป็นบทสั้น ๆ ที่รวบรวมข้อกำหนดทั่วไปซึ่งใช้กับกฎ IPSC ทั้งฉบับ รวมถึงคำจำกัดความ (Glossary) ที่ใช้อ้างอิงตลอดทั้งเล่ม

12.1 ภาคผนวก (Appendices)

ภาคผนวกทั้งหมดที่แนบท้ายกฎ IPSC ถือเป็นส่วนหนึ่งของกฎอย่างเป็นทางการ และมีผลบังคับใช้เช่นเดียวกับเนื้อหาในบทต่าง ๆ ของกฎการแข่งขัน

12.2 ภาษา (Language)

ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการของกฎ IPSC

หากมีความแตกต่างหรือความคลาดเคลื่อนระหว่างฉบับภาษาอังกฤษกับฉบับแปลภาษาอื่น ให้ยึดฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลักเสมอ

12.3 ข้อสงวนสิทธิ์และความรับผิดชอบ (Disclaimers)

ผู้แข่งขันและผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบด้วยตนเองในการตรวจสอบว่า

ปืน
กระสุน
แม็กกาซีน
อุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ

ที่นำมาใช้ในการแข่งขัน ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศหรือพื้นที่ที่จัดการแข่งขัน

IPSC, เจ้าหน้าที่ IPSC และองค์กรที่เกี่ยวข้อง จะไม่รับผิดชอบต่อ

ความเสียหาย
อุบัติเหตุ
การบาดเจ็บ
การเสียชีวิต
การสูญหายของทรัพย์สิน

ที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานที่ถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายก็ตาม

12.4 การใช้สรรพนาม (Gender)

คำสรรพนามเพศชายที่ปรากฏในกฎ เช่น

he
him
his

ให้ถือว่าครอบคลุมถึงเพศหญิงด้วย เช่น

she
her

เพื่อความกระชับของการเขียนกฎ ไม่ได้มีเจตนาแบ่งแยกเพศแต่อย่างใด

12.5 คำศัพท์สำคัญ (Glossary)

บทนี้รวบรวมคำจำกัดความที่ใช้ตลอดทั้งเล่ม ตัวอย่างคำที่สำคัญได้แก่

Aftermarket

อุปกรณ์ที่ไม่ได้ผลิตโดยผู้ผลิตปืนดั้งเดิม (OEM/OFM) หรือมีตราสินค้าของผู้ผลิตรายอื่น

Aim / Aiming

การเล็งปืนไปยังเป้าหมาย

Allied Equipment

อุปกรณ์ประกอบการแข่งขัน เช่น

แม็กกาซีน
Speed Loader
ซองใส่แม็กกาซีน
แม่เหล็กสำหรับติดแม็กกาซีน

Attempt at a Course of Fire (COF)

ช่วงเวลาตั้งแต่เสียง Start Signal จนถึงเวลาที่ผู้แข่งขันแจ้ง RO ว่ายิงเสร็จแล้วตามขั้นตอนข้อ 8.3.6

12.6 การวัดระยะและขนาด (Measurements)

ค่าการวัดต่าง ๆ ที่ระบุในกฎ IPSC

มิลลิเมตร (mm)
เมตร (m)
นิ้ว (inch)
ฟุต (feet)

หากมีตัวเลขอยู่ในวงเล็บ ให้ถือเป็นข้อมูลอ้างอิงหรือแนวทางเท่านั้น

ค่าหลักที่มีผลบังคับใช้คือค่าที่ระบุไว้เป็นทางการในกฎ

Photos from NROI Thailand's post 10/06/2026

บทที่ 11: อนุญาโตตุลาการและการตีความกฎระเบียบ (Arbitration and Interpretation of Rules)
11.1 หลักการทั่วไป (General Principles)
11.1.1 การบริหารจัดการ (Administration)
ข้อพิพาทเป็นครั้งคราวเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในกิจกรรมการแข่งขันใด ๆ ที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบ เป็นที่ยอมรับกันว่าในระดับการแข่งขันที่สำคัญ ผลลัพธ์จะมีความหมายต่อตัวนักกีฬาแต่ละคนมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การวางแผนและการบริหารจัดการแข่งขันที่มีประสิทธิภาพจะช่วยป้องกันข้อพิพาทส่วนใหญ่หรือทั้งหมดได้
11.1.2 สิทธิ์การเข้าถึง (Access)
การอุทธรณ์อาจถูกยื่นต่ออนุญาโตตุลาการตามกฎต่อไปนี้ในทุก ๆ เรื่อง เว้นแต่จะมีการปฏิเสธไว้เป็นการเฉพาะโดยกฎข้ออื่น การอุทธรณ์ที่เกิดจากการตัดสิทธิ์การแข่งขัน (DQ) เนื่องจากความผิดพลาดด้านความปลอดภัย จะถูกรับพิจารณาเพื่อตัดสินใจเท่านั้นว่าสถานการณ์พิเศษนั้น ๆ ควรค่าแก่การพิจารณาโทษตัดสิทธิ์การแข่งขันใหม่ในระหว่างรอการไต่สวนหรือไม่ ทั้งนี้ การกระทำความผิดตามที่เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน (Match Official) อธิบายไว้นั้น ไม่สามารถโต้แย้งหรืออุทธรณ์ได้ และอาจยอมรับการบันทึกเสียงและ/หรือวิดีโอเป็นหลักฐานได้
11.1.3 การอุทธรณ์ (Appeals)
กรรมการประจำสนาม (Range Officer) จะเป็นผู้ตกลงใจในขั้นต้น หากผู้อุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินดังกล่าว จะต้องร้องขอให้หัวหน้ากรรมการประจำสเตจ (Chief Range Officer) สำหรับสเตจหรือพื้นที่ที่มีปัญหาเป็นผู้ตัดสิน หากยังคงมีความไม่เห็นด้วยอยู่ จะต้องร้องขอให้ผู้ควบคุมการแข่งขัน (Range Master) เป็นผู้พิจารณาตัดสิน
11.1.4 การอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ (Appeal to Committee)
หากผู้อุทธรณ์ยังคงไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน เขาสามารถอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ (Arbitration Committee) ได้โดยการยื่นอุทธรณ์ในฐานะฝ่ายริเริ่มโดยตรง (First Party Appeal)
1.1.5 การเก็บรักษาหลักฐาน – ผู้อุทธรณ์จะต้องแจ้งให้ Range Master (ผู้ควบคุมการแข่งขัน) ทราบถึงความประสงค์ที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ และอาจร้องขอให้เจ้าหน้าที่เก็บรักษาเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือหลักฐานอื่น ๆ ทั้งหมดเอาไว้เพื่อรอการไต่สวน ทั้งนี้ อาจยอมรับการบันทึกเสียงและ/หรือวิดีโอเป็นหลักฐานได้
11.1.6 การเตรียมคำอุทธรณ์ (Preparing the Appeal)
ผู้อุทธรณ์มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดเตรียมและส่งคำร้องที่เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกับค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม โดยทั้งสองสิ่งนี้จะต้องยื่นต่อ Range Master ภายในระยะเวลาที่กำหนด
11.1.7 หน้าที่ของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน (Match Official's Duty)
เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันคนใดก็ตามที่ได้รับคำร้องขออุทธรณ์ จะต้องแจ้งให้ Range Master ทราบโดยไม่ชักช้า และต้องบันทึกรายชื่อของพยานและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แล้วส่งต่อข้อมูลนี้ไปยัง Range Master
11.1.8 หน้าที่ของผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน (Match Director's Duty)
เมื่อได้รับคำอุทธรณ์จาก Range Master แล้ว ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน (Match Director) จะต้องเรียกประชุมคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการในสถานที่ที่เป็นส่วนตัวโดยเร็วที่สุด
11.1.9 หน้าที่ของคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ (Arbitration Committee's Duty)
คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎ IPSC ฉบับปัจจุบัน และตัดสินให้สอดคล้องกับกฎเหล่านั้น ในกรณีที่กฎระเบียบจำเป็นต้องมีการตีความ หรือในกรณีที่เหตุการณ์นั้น ๆ ไม่ได้มีการระบุไว้ในกฎโดยเฉพาะ คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการจะใช้ดุลยพินิจที่ดีที่สุดภายใต้เจตนารมณ์ของกฎระเบียบ

11.2 องค์ประกอบของคณะกรรมการ (Composition of Committee)
11.2.1 สำหรับการแข่งขันระดับ Level III หรือสูงกว่า (Level III or Higher Matches)
องค์ประกอบของคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการจะต้องเป็นไปตามกฎดังต่อไปนี้:
11.2.1.1 ประธาน IPSC หรือผู้แทน หรือเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันที่ได้รับการรับรองซึ่งแต่งตั้งโดย Match Director (ตามลำดับนี้) จะทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการโดยไม่มีสิทธิ์ออกเสียง
11.2.1.2 อนุญาโตตุลาการจำนวน 3 ท่าน จะได้รับการแต่งตั้งโดยประธาน IPSC หรือผู้แทน หรือโดย Match Director (ตามลำดับนี้) โดยมีสิทธิ์ออกเสียงท่านละ 1 เสียง
11.2.1.3 หากเป็นไปได้ อนุญาโตตุลาการควรเป็นผู้เข้าแข่งขันในแมตช์นั้นและควรเป็นเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันที่ได้รับการรับรอง
11.2.1.4 ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ประธานหรือสมาชิกคนใดในคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ จะต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคำตัดสินในขั้นต้น หรือการอุทธรณ์ที่เกิดขึ้นตามมา ซึ่งนำไปสู่การอนุญาโตตุลาการครั้งนี้
11.2.2 สำหรับการแข่งขันระดับ Level I และ II (Level I and II Matches)
Match Director สามารถแต่งตั้งคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการซึ่งประกอบด้วยผู้มีประสบการณ์ 3 ท่าน ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการอุทธรณ์ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนโดยตรงต่อผลลัพธ์ของการอุทธรณ์ หากเป็นไปได้ อนุญาโตตุลาการควรเป็นเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันที่ได้รับการรับรอง สมาชิกคณะกรรมการทุกคนจะมีสิทธิ์ออกเสียง เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันที่มีอาวุโสสูงสุด หรือบุคคลที่มีอาวุโสสูงสุดหากไม่มีเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน จะทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการ

11.3 กำหนดเวลาและลำดับขั้นตอน (Time Limits and Sequences)
11.3.1 กำหนดเวลาในการยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ (Time Limit for Appeal to Arbitration)
การอุทธรณ์เป็นลายลักษณ์อักษรจะต้องยื่นต่อ Range Master ด้วยแบบฟอร์มที่ถูกต้อง พร้อมแนบค่าธรรมเนียมที่กำหนด ภายในเวลา 1 ชั่วโมงนับจากเวลาที่เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันได้บันทึกคำตัดสินที่มีการโต้แย้งนั้น หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ จะถือว่าการอุทธรณ์เป็นโมฆะและจะไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อไป ทั้งนี้ Range Master จะต้องบันทึกเวลาและวันที่ที่ได้รับใบคำร้องขออุทธรณ์ลงในแบบฟอร์มนั้นทันที

11.3.2 กำหนดเวลาในการตัดสิน (Decision Time Limit)
คณะกรรมการจะต้องพิจารณาและมีคำตัดสินภายใน 24 ชั่วโมงนับจากเวลาที่มีการร้องขออุทธรณ์ หรือก่อนที่ Match Director จะประกาศผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการเป็นขั้นสุดท้าย (แล้วแต่ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก่อน) หากคณะกรรมการไม่สามารถตัดสินได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้อุทธรณ์ ทั้งที่เป็นฝ่ายริเริ่มโดยตรง (First Party) และฝ่ายที่สาม (Third Party) (ดูระเบียบข้อ 11.7.1) ชนะการอุทธรณ์โดยอัตโนมัติ และจะได้รับเงินค่าธรรมเนียมคืน

11.4 ค่าธรรมเนียม (Fees)
11.4.1 จำนวนเงิน (Amount)
สำหรับการแข่งขันระดับ Level III หรือสูงกว่า ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้อุทธรณ์ในการยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ จะอยู่ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่ากับค่าสมัครเข้าแข่งขันประเภทบุคคลสูงสุด (แล้วแต่ว่าจำนวนใดจะต่ำกว่า) ในสกุลเงินท้องถิ่น สำหรับการแข่งขันระดับอื่น ๆ คณะผู้จัดการแข่งขันอาจเป็นผู้กำหนดค่าธรรมเนียมเองได้ แต่ต้องไม่เกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าในสกุลเงินท้องถิ่น ทั้งนี้ หากเป็นการยื่นอุทธรณ์โดย Range Master เกี่ยวกับประเด็นในแมตช์การแข่งขัน จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
11.4.2 การจ่ายคืน/การจัดการเงินค่าธรรมเนียม (Disbursement)
หากคณะกรรมการมีคำตัดสินให้ยอมรับคำอุทธรณ์ จะต้องคืนค่าธรรมเนียมที่จ่ายมาให้แก่ผู้อุทธรณ์ แต่หากคณะกรรมการมีคำตัดสินปฏิเสธคำอุทธรณ์ จะต้องยึดค่าธรรมเนียมนั้นไว้ และต้องส่งต่อเงินค่าธรรมเนียมพร้อมคำตัดสินไปยังสถาบันกรรมการผู้ตัดสินระดับภูมิภาคหรือระดับชาติ (RROI หรือ NROI) สำหรับการแข่งขันระดับ Level I และ II หรือส่งไปยังสมาคมผู้ตัดสินปืนรณยุทธนานาชาติ (IROA) สำหรับการแข่งขันระดับ Level III หรือสูงกว่า

11.5 กฎระเบียบและวิธีปฏิบัติ (Rules of Procedure)
11.5.1 หน้าที่และขั้นตอนของคณะกรรมการ (Committee's Duty and Procedure)
คณะกรรมการจะพิจารณาศึกษาข้อร้องเรียนที่เป็นลายลักษณ์อักษร และจะถือครองเงินค่าธรรมเนียมที่ผู้อุทธรณ์จ่ายไว้ในนามของผู้จัดการแข่งขัน จนกว่าจะมีคำตัดสิน
11.5.2 การให้ข้อมูลเพิ่มเติม (Submissions)
คณะกรรมการอาจกำหนดให้ผู้อุทธรณ์เข้าชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำร้องด้วยตนเอง และอาจซักถามผู้อุทธรณ์ในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอุทธรณ์ได้

11.5.3 การไต่สวน (Hearing)
ผู้อุทธรณ์อาจได้รับคำขอให้ออกจากห้องพิจารณา ในระหว่างที่คณะกรรมการกำลังรับฟังหลักฐานเพิ่มเติมอื่น ๆ
11.5.4 พยาน (Witnesses)
คณะกรรมการอาจรับฟังคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน รวมถึงพยานคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอุทธรณ์ และคณะกรรมการจะตรวจสอบหลักฐานทั้งหมดที่ถูกยื่นเข้ามา
11.5.5 การซักถาม (Questions)
คณะกรรมการสามารถซักถามพยานและเจ้าหน้าที่ในประเด็นใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการอุทธรณ์
11.5.6 การแสดงความคิดเห็น (Opinions)
สมาชิกในคณะกรรมการทุกคนจะต้องละเว้นจากการแสดงความคิดเห็นหรือคำตัดสินใด ๆ ในระหว่างที่กระบวนการอุทธรณ์กำลังดำเนินอยู่

11.5.7 การตรวจสอบพื้นที่ (Inspect Area)
คณะกรรมการสามารถเข้าไปตรวจสอบสนามยิงปืนหรือพื้นที่ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอุทธรณ์ และสามารถขอให้บุคคลหรือเจ้าหน้าที่ใด ๆ ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการพิจารณา ร่วมเดินทางไปตรวจสอบด้วยได้
11.5.8 การแทรกแซงหรือใช้อิทธิพลอย่างไม่ถูกต้อง (Undue Influence)
บุคคลใดก็ตามที่พยายามเข้ามาแทรกแซงหรือชักจูงสมาชิกของคณะกรรมการด้วยวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่การเสนอหลักฐาน อาจถูกลงโทษทางวินัยตามดุลยพินิจของคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการ
11.5.9 การประชุมลับเพื่อหาข้อสรุป (Deliberation)
เมื่อคณะกรรมการพอใจว่าได้รับข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการอุทธรณ์ครบถ้วนแล้ว จะทำการประชุมลับเป็นการส่วนตัวและพิจารณาตัดสินโดยใช้เสียงข้างมาก

11.6 คำตัดสินและการดำเนินการหลังจากนั้น (Verdict and Subsequent Action)
11.6.1 คำตัดสินของคณะกรรมการ (Committee Decision)
เมื่อคณะกรรมการมีคำตัดสินเรียบร้อยแล้ว จะเรียกตัวผู้อุทธรณ์ เจ้าหน้าที่สนามที่เกี่ยวข้อง และ Range Master เพื่อแจ้งคำตัดสินให้ทราบ
11.6.2 การบังคับใช้คำตัดสิน (Implement Decision)
ถือเป็นความรับผิดชอบของ Range Master ที่จะต้องนำคำตัดสินของคณะกรรมการไปปฏิบัติ โดย Range Master จะต้องปิดประกาศคำตัดสินในสถานที่ที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ทั้งนี้ คำตัดสินดังกล่าวจะไม่มีผลย้อนหลัง และจะไม่มีผลต่อเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าการตัดสินนี้
11.6.3 คำตัดสินเป็นที่สิ้นสุด (Decision is Final)
คำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุดและไม่สามารถอุทธรณ์ซ้ำได้ เว้นแต่ในความเห็นของ Range Master มีการได้รับหลักฐานใหม่หลังจากคำตัดสิน แต่ต้องเกิดขึ้นก่อนที่ Match Director จะประกาศผลอย่างเป็นทางการขั้นสุดท้าย ซึ่งทำให้จำเป็นต้องมีการพิจารณาใหม่อีกครั้ง
11.6.4 บันทึกการประชุม (Minutes)
คำตัดสินของคณะกรรมการอนุญาโตตุลาการจะถูกบันทึกไว้ และจะใช้เป็นบรรทัดฐาน (Precedent) สำหรับเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามมาในระหว่างการแข่งขันแมตช์นั้น

11.7 การอุทธรณ์โดยบุคคลภายนอก (Third Party Appeals)
11.7.1 การอุทธรณ์อาจถูกยื่นโดยบุคคลอื่นในฐานะ "การอุทธรณ์โดยบุคคลภายนอก (Third Party Appeal)" ได้เช่นกัน ซึ่งในกรณีดังกล่าว ข้อบัญญัติทั้งหมดในบทนี้ยังคงมีผลบังคับใช้ทุกประการ

11.8 การตีความกฎระเบียบ (Interpretation of Rules)
11.8.1 การตีความกฎและข้อบังคับเหล่านี้ถือเป็นความรับผิดชอบของสภาบริหาร IPSC (IPSC Executive Council)
11.8.2 บุคคลที่ต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับกฎข้อใดก็ตาม จะต้องส่งคำถามเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าจะทางโทรสาร (Fax) จดหมาย หรืออีเมล ไปยังสำนักงานใหญ่ของ IPSC
11.8.3 การตีความกฎทั้งหมดที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ IPSC จะถือเป็นบรรทัดฐาน และจะนำไปใช้กับการแข่งขันที่ได้รับการรับรองจาก IPSC ทั้งหมด โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ครบ 7 วันนับจากวันที่เผยแพร่ ทั้งนี้ การตีความดังกล่าวทั้งหมดจะต้องได้รับการให้สัตยาบันหรือการแก้ไขเพิ่มเติมในการประชุมสมัชชา IPSC (IPSC Assembly) ครั้งถัดไป

Photos from NROI Thailand's post 10/06/2026

บทที่ 10 บทลงโทษและการตัดสิทธิ์ (Penalties & Disqualification)

บทนี้ถือว่าสำคัญที่สุดสำหรับนักกีฬา IPSC ทุกคน เพราะการกระทำเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ถูก DQ (Disqualification) และออกจากการแข่งขันทันที

10.1 Procedural Error (PE)

คือการทำผิดขั้นตอนของสเตจ

บทลงโทษ

-10 คะแนน ต่อครั้ง

ตัวอย่าง

ยิงผิดลำดับตามที่สเตจกำหนด
ไม่ปฏิบัติตาม Procedure
เหยียบเลย Fault Line
ไม่ใช้มือที่สเตจกำหนด
10.2 Failure To Engage

กรณีไม่ยิงเป้าที่กำหนดไว้ในสเตจ

จะได้รับ

Miss Penalty
และอาจได้รับ Procedural Error เพิ่ม

ขึ้นอยู่กับลักษณะการกระทำ

10.3 Unsportsmanlike Conduct

การกระทำที่ขัดต่อจิตวิญญาณของการแข่งขัน

ตัวอย่าง

จงใจโกง
จงใจทำผิดกฎเพื่อเอาเปรียบ
ปกปิดข้อมูลสำคัญ
พยายามหลีกเลี่ยงการตรวจอุปกรณ์

บทลงโทษ

DQ ทันที
10.4 Disqualification (DQ)

DQ คือ

การถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันทั้งหมด

คะแนนทุกสเตจจะถูกยกเลิก

ไม่สามารถแข่งขันต่อได้

10.5 ความผิดด้านความปลอดภัย (Safety Violations)

เป็นสาเหตุ DQ ที่พบบ่อยที่สุด

10.5.1 จับปืนนอก Safety Area

ห้าม

ชักปืน
ใส่ซอง
ถอดซอง
ตรวจปืน

นอก

Safety Area
หรือภายใต้คำสั่ง RO

DQ ทันที

10.5.2 ชี้ปืนไปในทิศทางไม่ปลอดภัย

เรียกว่า

Unsafe Muzzle Direction

หากปากกระบอกปืนชี้ไปยังบุคคลอื่น

DQ ทันที

10.5.3 Breaking the 180

สาเหตุ DQ อันดับ 1 ของ IPSC

เมื่อปากกระบอกปืนหมุนเลยแนว 180 องศาที่สนามกำหนด

DQ ทันที

ตัวอย่างที่พบบ่อย

หันกลับหลังพร้อมถือปืน
วิ่งถอยหลัง
Reload พร้อมหมุนตัวผิดทิศ
10.5.4 ปืนตก (Dropped Firearm)

หากปืนหลุดจากมือ

ไม่ว่าจะ

มีลูก
ไม่มีลูก

ถือเป็น DQ

ข้อสำคัญ

ห้ามหยิบปืนเอง

RO จะเป็นผู้ดำเนินการเท่านั้น

10.5.5 นิ้วอยู่บนไกในขณะไม่ยิง

หาก RO เห็นว่า

นิ้วอยู่ภายในโกร่งไกระหว่าง

Reload
เคลื่อนที่
แก้ปืนขัดข้อง

DQ ทันที

10.5.6 ยิงพื้นใกล้ตัว

กระสุนตกใกล้ตัวผู้ยิงเกินเกณฑ์ที่กำหนด

DQ

แม้จะเป็นอุบัติเหตุก็ตาม

10.5.7 ยิงขณะเคลื่อนที่ผิดพลาด

เช่น

กระสุนหลุดออกระหว่าง

วิ่ง
Reload
เปลี่ยนท่า

DQ

10.5.8 ใช้ปืนมากกว่า 1 กระบอก

ในสเตจเดียว

DQ

10.5.9 ปืนบรรจุกระสุนหลุดจากซอง

ถือเป็น DQ เช่นกัน

10.5.10 ยิงก่อน Start Signal

เรียกว่า Premature Shot

DQ

10.5.11 ยิงหลัง Stop

เมื่อ RO สั่ง

Stop!

ต้องหยุดทันที

หากยังยิงต่อ

DQ

10.5.12 ยิงข้ามแนวปลอดภัยของสนาม

เช่น

กระสุนข้าม Berm
กระสุนออกนอกพื้นที่ควบคุม

DQ

10.5.13 จับกระสุนใน Safety Area

ห้ามอย่างเด็ดขาด

ไม่ว่าจะเป็น

กระสุนจริง
แม็กกาซีนที่บรรจุกระสุน
Speed Loader ที่บรรจุกระสุน

DQ ทันที

10.5.14 พกปืนบรรจุกระสุนในพื้นที่แข่งขัน

หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของสนาม

DQ

10.5.15 ถอดอุปกรณ์นิรภัยโดยจงใจ

เพื่อหวัง Reshoot

ถือเป็นการโกง

DQ

10.5.16 อุปกรณ์ต้องห้าม

เช่น

ปืนอัตโนมัติ
Binary Trigger
Laser Sight
กระสุนเจาะเกราะ
กระสุนเพลิง
กระสุน Tracer

DQ

10.6 พฤติกรรมไม่เหมาะสม (Unsportsmanlike Conduct)

ตัวอย่าง

โกงคะแนน
เปลี่ยนอุปกรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
จงใจทำผิดกฎ
ขัดขวางเจ้าหน้าที่

DQ

สถานการณ์ DQ ที่พบบ่อยที่สุดสำหรับมือใหม่
อันดับ 1

Breaking 180

อันดับ 2

นิ้วเข้าโกร่งไกระหว่างเคลื่อนที่

อันดับ 3

หยิบปืนนอก Safety Area

อันดับ 4

จับกระสุนใน Safety Area

อันดับ 5

ปืนหล่น

กฎทอง 4 ข้อที่ช่วยให้ไม่โดน DQ
1

ปากกระบอกปืนต้องอยู่ในทิศทางปลอดภัยเสมอ

2

นิ้วอยู่นอกโกร่งไกจนกว่าจะเล็งเป้า

3

ห้ามจับปืนนอก Safety Area

4

ห้ามนำกระสุนเข้าพื้นที่ Safety Area

สรุปบทที่ 10

สิ่งที่ทำให้ DQ บ่อยที่สุด

❌ Breaking 180

❌ นิ้วอยู่บนไกระหว่างเคลื่อนที่

❌ ปืนตก

❌ จับปืนนอก Safety Area

❌ จับกระสุนใน Safety Area

❌ ยิงก่อนสัญญาณเริ่ม

❌ ยิงหลังคำสั่ง Stop

❌ ใช้อุปกรณ์หรือกระสุนต้องห้าม

Photos from NROI Thailand's post 09/06/2026

บทที่ 9 การให้คะแนน (Scoring)

บทนี้เป็นหัวใจของการแข่งขัน IPSC เพราะแม้จะยิงเร็วที่สุด แต่หากคะแนนไม่ดี ก็อาจแพ้ผู้ที่ยิงช้ากว่าได้

หลักการของ IPSC คือ

Accuracy + Power + Speed

หรือ DVC (Diligentia, Vis, Celeritas)

9.1 การให้คะแนนเป้ากระดาษ

เป้ากระดาษ IPSC แบ่งเป็นโซนคะแนน

A Zone
C Zone
D Zone

แต่ละเป้ามาตรฐานจะนับคะแนนจากการยิง 2 นัด (Comstock Scoring)

คะแนนสำหรับ Major
โซน คะแนน
A 5
C 4
D 2
คะแนนสำหรับ Minor
โซน คะแนน
A 5
C 3
D 1
สิ่งสำคัญ

A Zone ได้ 5 คะแนนเท่ากันทั้ง Major และ Minor

ความแตกต่างจะเกิดขึ้นเมื่อยิงไม่เข้ากลาง

ตัวอย่าง

ยิงเป้า 2 นัด

ผู้แข่งขัน Major

C + C = 8 คะแนน

ผู้แข่งขัน Minor

C + C = 6 คะแนน

ดังนั้น Major จะได้เปรียบเมื่อยิงพลาดจาก A Zone

9.2 เป้าเหล็ก

เป้าเหล็กไม่มีคะแนน A/C/D

หลักการคือ

ล้ม = ได้คะแนนเต็ม
ไม่ล้ม = 0 คะแนน

ไม่ว่ากระสุนจะโดนตรงไหนของเป้า

9.3 No Shoot

คือเป้าห้ามยิง

โดยทั่วไปเป็น

สีต่างจากเป้าปกติ
หรือมีเครื่องหมาย X

หากยิงโดน No Shoot

จะถูกหัก

-10 คะแนน ต่อ 1 นัดที่ดีที่สุดบน No Shoot ไม่เกินสองรอยยิง

ตัวอย่าง

โดน No Shoot 3 นัด

โดนหัก20 คะแนน

เพราะนับเพียงรอยกระสุนเพียง สองนัด

9.4 Miss

หากยิงไม่ครบตามจำนวน Hit ที่กำหนด

จะถูกปรับ

Miss = -10 คะแนน

ต่อ 1 Hit ที่ขาด

ตัวอย่าง

เป้าต้องยิง 2 นัด

แต่โดนเพียง 1 นัด

จะโดน

คะแนนจาก Hit ที่โดนจริง
และ Miss Penalty อีก 10 คะแนน
9.5 Procedural Penalty (PE)

เกิดจากการทำผิดขั้นตอนของสเตจ

ตัวอย่าง

ยิงผิดตำแหน่ง
ไม่ปฏิบัติตาม Procedure
เหยียบเลย Fault Line

โทษคือ

-10 คะแนน ต่อครั้ง
9.6 Hit Factor

IPSC ใช้ระบบ Hit Factor

ไม่ใช่การนับคะแนนรวมอย่างเดียว

สูตรคือ

Hit Factor=
Time
Points


ตัวอย่าง

นักกีฬา A

คะแนน 120
เวลา 20 วินาที

Hit Factor = 6.00

นักกีฬา B

คะแนน 115
เวลา 17 วินาที

Hit Factor = 6.76

แม้คะแนนน้อยกว่า

แต่ใช้เวลาน้อยกว่า

จึงชนะสเตจ

9.7 Stage Points

ผู้ที่มี Hit Factor สูงสุดในสเตจ

จะได้รับ

100%

ของคะแนนสเตจ

คนอื่นจะได้ตามสัดส่วน

ตัวอย่าง

อันดับ 1

HF = 10

ได้รับ 100 คะแนนสเตจ

อันดับ 2

HF = 8

ได้รับ

80 คะแนนสเตจ

เพราะ

8 ÷ 10 × 100 = 80

9.8 คะแนนรวมการแข่งขัน

หลังยิงครบทุกสเตจ

นำ Stage Points ของทุกสเตจมารวมกัน

ผู้ที่ได้คะแนนรวมสูงสุด

เป็นผู้ชนะการแข่งขัน

ตัวอย่างจริง

นักกีฬา A

สเตจ คะแนน
Stage 1 100
Stage 2 85
Stage 3 92

รวม = 277

นักกีฬา B

สเตจ คะแนน
Stage 1 95
Stage 2 91
Stage 3 96

รวม = 282

นักกีฬา B ชนะ

แม้จะไม่ได้อันดับ 1 ทุกสเตจ

แต่มีความสม่ำเสมอมากกว่า

กลยุทธ์สำคัญของ IPSC

มือใหม่มักคิดว่า

"ยิงเร็วที่สุด = ชนะ"

ซึ่งไม่จริง

ตัวอย่าง

นักกีฬา A

เวลา 12 วินาที
Miss 3 เป้า
No Shoot 1 เป้า

ผลลัพธ์มักแย่กว่าคนที่ยิงช้ากว่าเล็กน้อยแต่โดน A Zone เกือบทั้งหมด

หลักการที่นักกีฬา IPSC ระดับสูงใช้
ยิง A Zone เป็นหลัก
ลด Miss ให้เป็นศูนย์
หลีกเลี่ยง No Shoot
เคลื่อนที่เร็ว
Reload อย่างมีประสิทธิภาพ
ลดเวลาระหว่างเป้า (Transitions)

Photos from NROI Thailand's post 09/06/2026

บทที่ 8 ขั้นตอนการปฏิบัติในสนามยิง (Range Commands & Course of Fire)

บทที่ 8 ถือเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขัน IPSC เพราะกำหนดลำดับคำสั่งของ RO และวิธีปฏิบัติของผู้แข่งขันในสเตจ

8.1 สภาพปืนพร้อมยิง (Firearm Ready Conditions)

Stage Briefing จะระบุสภาพปืนเริ่มต้นไว้เสมอ

ตัวอย่างที่พบได้บ่อย

Condition 1
บรรจุแม็กกาซีน
มีกระสุนในรังเพลิง
เซฟเปิดใช้งาน (ถ้ามี)

เช่น ปืน 1911 ใน Standard Division

Condition 2
มีกระสุนในรังเพลิง
นกสับลดลง

ใช้กับบาง Division ตามที่กฎกำหนด

Condition 3
บรรจุแม็กกาซีน
ไม่มีลูกในรังเพลิง

เป็นสภาพเริ่มต้นที่พบได้บ่อยในหลายสเตจ

Condition 4
ไม่มีแม็กกาซีน
ไม่มีลูกในรังเพลิง

ใช้ในบางสเตจที่ต้องการเพิ่มความท้าทาย

8.2 สภาพผู้แข่งขันพร้อมยิง (Competitor Ready Condition)

Stage Briefing จะกำหนดด้วยว่า

ผู้แข่งขันต้องอยู่ในลักษณะใดเมื่อเริ่มสเตจ เช่น

ยืนตัวตรง
มือแนบลำตัว
มือเหนือไหล่
นั่งเก้าอี้
ถือวัตถุ
นอนคว่ำ
หันหลังให้เป้า

ผู้แข่งขันต้องอยู่ในตำแหน่งตามที่กำหนดก่อนเสียง Start Signal

8.3 คำสั่งของ Range Officer
1. "Make Ready"

เป็นคำสั่งแรกของ RO

หลังได้รับคำสั่งนี้ ผู้แข่งขันสามารถ

ชักปืน
บรรจุกระสุน
เตรียมปืนตาม Ready Condition
ตรวจสอบศูนย์เล็ง
ปิดเซฟ (ตามประเภทปืน)

เมื่อพร้อมแล้วให้กลับเข้าสู่ตำแหน่งเริ่มต้น

2. "Are You Ready?"

RO จะถาม

"Are You Ready?"

หากผู้แข่งขันพร้อม

ไม่จำเป็นต้องตอบ

การนิ่งเฉยถือว่าพร้อม

หากยังไม่พร้อม

ให้แจ้ง RO ทันที

3. "Standby"

เป็นคำสั่งเตือนก่อนเริ่มยิง

หลังคำสั่งนี้

RO จะปล่อย Start Signal ภายในประมาณ 1-4 วินาที

ห้ามขยับก่อนเสียงสัญญาณ

4. Start Signal

โดยปกติเป็นเสียง Beep จาก Timer

เมื่อได้ยินสัญญาณ

การแข่งขันเริ่มต้นทันที

เวลาจะถูกนับตั้งแต่จุดนี้

8.4 การปฏิบัติระหว่างการยิง

หลัง Start Signal

ผู้แข่งขันสามารถ

✅ เคลื่อนที่

✅ เปลี่ยนแม็กกาซีน

✅ เลือกตำแหน่งยิง

✅ เลือกลำดับเป้า

✅ เลือกวิธีแก้ปัญหาของสเตจ

ได้อย่างอิสระ

ตราบใดที่ไม่ละเมิดกฎความปลอดภัย

8.5 การบรรจุกระสุนซ้ำ (Reload)

ผู้แข่งขันสามารถ Reload ได้ทุกเมื่อ

ยกเว้นสเตจที่ระบุเงื่อนไขเฉพาะ

การ Reload เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การแข่งขัน

8.6 การเคลื่อนที่พร้อมปืน

สามารถเคลื่อนที่พร้อมปืนได้

แต่ต้อง

ชี้ปืนในทิศทางปลอดภัย
นิ้วอยู่นอกโกร่งไก

หาก RO เห็นว่านิ้วอยู่บนไกระหว่างเคลื่อนที่ อาจถูก DQ ได้

8.7 การยิงจากตำแหน่งต่าง ๆ

เมื่อสเตจกำหนด Fault Line

ผู้แข่งขันต้อง

ไม่เหยียบเกินเส้น
ไม่แตะพื้นนอกพื้นที่กำหนด

หากฝ่าฝืนจะได้รับ Procedural Penalty

8.8 การยิงเสร็จสิ้น

เมื่อผู้แข่งขันยิงครบแล้ว

RO จะเริ่มขั้นตอนความปลอดภัย

1. "If You Are Finished, Unload And Show Clear"

ผู้แข่งขันต้อง

ถอดแม็กกาซีน
เปิดสไลด์ค้าง
คัดลูกออกจากรังเพลิง
แสดงให้ RO ตรวจ

หากยังมีกระสุนค้างอยู่ ต้องดำเนินการแก้ไขจนกว่าจะปลอดภัย

2. "If Clear, Hammer Down"

เมื่อ RO ตรวจแล้วว่าปืนว่าง

ผู้แข่งขันต้อง

ปล่อยสไลด์ปิด
เหนี่ยวไกในทิศทางปลอดภัย

เพื่อยืนยันว่าไม่มีลูกในรังเพลิง

สำหรับปืนบางประเภท RO อาจใช้คำสั่งอื่นตามระบบการทำงานของปืน

3. "Holster"

หลัง Hammer Down

ให้เก็บปืนเข้าซอง

4. "Range Is Clear"

เมื่อ RO ประกาศ

Range Is Clear

จึงถือว่าการยิงจบสมบูรณ์

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าไปเก็บคะแนนและรีเซ็ตสเตจได้

ความผิดที่พบบ่อยและนำไปสู่ DQ ทันที
1. ยิงโดยไม่ได้รับคำสั่ง

เช่น

ลั่นปืนก่อน Start Signal
ยิงระหว่าง Make Ready

DQ ทันที

2. หันปากกระบอกปืนเกิน Safe Angle

เรียกว่า Breaking the 180

เป็นสาเหตุ DQ ที่พบบ่อยที่สุด

3. นิ้วอยู่บนไกระหว่าง
เคลื่อนที่
Reload
แก้ไขปืนขัดข้อง

DQ ทันที

4. ปืนตก

หากผู้แข่งขันทำปืนหล่น

ห้ามหยิบเอง

RO จะเป็นผู้ดำเนินการ

โดยปกติถือเป็น DQ

5. ยิงโดยไม่ตั้งใจ (Accidental Discharge)

เช่น

ยิงลงพื้นใกล้ตัว
ยิงขณะ Reload
ยิงระหว่างเคลื่อนที่

DQ ทันที

6. กระสุนข้าม Berm หรือพื้นที่ปลอดภัย

ถือเป็นความผิดร้ายแรง

DQ ทันที

สรุปบทที่ 8 แบบสั้นที่สุด

จำลำดับนี้ให้แม่น

Make Ready
Are You Ready?
Standby
Beep
ยิงแข่งขัน
Unload And Show Clear
Hammer Down
Holster
Range Is Clear

และจำกฎทอง 3 ข้อของ IPSC

✅ ปากกระบอกปืนต้องอยู่ในทิศทางปลอดภัยเสมอ

✅ นิ้วอยู่นอกโกร่งไกจนกว่าจะเล็งเป้า

✅ ปืนถือว่า "พร้อมยิง" อยู่เสมอ ต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวังสูงสุด

Photos from NROI Thailand's post 09/06/2026

บทที่ 7 เจ้าหน้าที่การแข่งขัน (Match Officials)

บทนี้สำคัญมาก เพราะเจ้าหน้าที่แต่ละตำแหน่งมีอำนาจและหน้าที่แตกต่างกัน

7.1 Range Officer (RO)

เป็นเจ้าหน้าที่ที่ผู้แข่งขันพบมากที่สุด

หน้าที่

ควบคุมความปลอดภัย
ออกคำสั่งประจำสเตจ
จับเวลา
ให้คะแนน
บันทึกผล

RO มีอำนาจหยุดการยิงทันทีหากพบเหตุไม่ปลอดภัย

7.2 Chief Range Officer (CRO)

หัวหน้า RO ประจำสเตจ

หน้าที่

ดูแล RO ทั้งหมดในสเตจ
ตรวจสอบความถูกต้องของการปฏิบัติงาน
แก้ปัญหาเบื้องต้นภายในสเตจ
7.3 Range Master (RM)

ตำแหน่งสำคัญที่สุดด้านกฎและความปลอดภัย

อำนาจหน้าที่

อนุมัติสเตจ
ตีความกฎ
ตรวจสอบความปลอดภัย
ตัดสินข้อพิพาท
อนุมัติการเปลี่ยนอุปกรณ์

คำตัดสินของ Range Master มีผลบังคับใช้ทันที เว้นแต่มีการอุทธรณ์ตามขั้นตอน IPSC

7.4 Match Director (MD)

ผู้จัดการแข่งขัน

รับผิดชอบ

งบประมาณ
สถานที่
เจ้าหน้าที่
ตารางการแข่งขัน
การบริหารงานทั้งหมด

แต่ไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงกฎ IPSC

7.5 Stats Officer

รับผิดชอบ

การคำนวณคะแนน
การจัดอันดับ
การประกาศผล
สิ่งที่นักกีฬาใหม่ควรรู้เกี่ยวกับ RO

ระหว่างอยู่ในสเตจ

ให้ปฏิบัติตามคำสั่ง RO เท่านั้น

คำสั่งของเพื่อนร่วมทีม ผู้ชม หรือโค้ช ไม่มีผลเหนือ RO

หากไม่เข้าใจคำสั่ง

สามารถสอบถาม RO ได้ก่อนเริ่มยิง

แต่หลัง Start Signal แล้ว ต้องดำเนินการตามสเตจด้วยตนเอง

Photos from NROI Thailand's post 09/06/2026

บทที่ 6 โครงสร้างการแข่งขัน (Match Structure)

บทนี้อธิบายการจัดการแข่งขัน การแบ่งระดับการแข่งขัน และการจัดอันดับผลการแข่งขัน

6.1 ระดับการแข่งขัน (Match Levels)

IPSC แบ่งการแข่งขันออกเป็นหลายระดับ ได้แก่

Level I
การแข่งขันภายในสโมสร
ใช้สำหรับฝึกซ้อมและพัฒนาทักษะ
กฎบางข้อสามารถผ่อนปรนได้ตามที่ IPSC อนุญาต
Level II
ระดับจังหวัดหรือภูมิภาค
มีการรับรองอย่างเป็นทางการมากขึ้น
Level III
ระดับประเทศ
ต้องปฏิบัติตามกฎ IPSC อย่างเคร่งครัด
มีการตรวจ Power Factor และ Chronograph
Level IV
ระดับทวีป
Level V
การแข่งขันชิงแชมป์โลก (World Shoot)
6.2 Division

ผู้แข่งขันจะถูกจัดอันดับภายใน Division ของตนเอง

ตัวอย่าง Division ที่ใช้ใน IPSC Handgun

Open
Standard
Production
Production Optics
Classic
Revolver
Optic

ผู้แข่งขันต้องใช้อุปกรณ์ให้ตรงตามข้อกำหนดของ Division ที่สมัคร

6.3 Categories

การจัดกลุ่มผู้แข่งขันเพิ่มเติม

เช่น

Overall
Lady
Junior , lady junior
super junior , lady super junior
grand junior , lady grand junior
Senior , lady senior
Super Senior

หากมีจำนวนผู้สมัครถึงเกณฑ์ขั้นต่ำจึงจะเปิดรางวัลใน Category นั้น

6.4 Team Classification

บางการแข่งขันมีการแข่งขันแบบทีม

ทีมจะถูกจัดอันดับแยกจากอันดับบุคคล

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10240