31/08/2026
น่าติดตาม เป็นกำลังใจให้ทั้ง2ฝ่ายครับ ✌️⚽️
แม้ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ได้แปลว่าไม่มีสัญญา
1. สโมสรเปิดตัวหัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่างเป็นทางการผ่าน Facebook ของสโมสร
2. มีการเข้าปฏิบัติหน้าที่และร่วมฝึกซ้อมกับนักฟุตบอล
3. มีการทำหน้าที่ในการแข่งขันนัดอุ่นเครื่อง
4. มีการจ่ายและรับเงินเดือนแล้ว 1 เดือน
พฤติการณ์เหล่านี้ มีน้ำหนักแสดงถึงการตกลงว่าจ้างและการปฏิบัติตามข้อตกลงที่เกิดขึ้นจริง แม้ยังไม่มีเอกสารสัญญาที่ลงลายมือชื่อก็ตาม
สัญญาไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมี “กระดาษ” เพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นจากการตกลงและการปฏิบัติของคู่สัญญาด้วย
# Lawyersoccer | กฎหมายฟุตบอล
30/08/2026
เป็นกำลังใจให้ครับ ✌️
แถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง
สโมสร อยุธยา พีเค เอฟซี
จากกรณีที่อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนได้เผยแพร่ข้อความเกี่ยวกับการเข้ารับหน้าที่ การทำงาน และการยุติบทบาทกับสโมสร อยุธยา พีเค เอฟซี
สโมสรเคารพสิทธิของทุกฝ่ายในการนำเสนอเรื่องราวจากมุมของตนเอง และเดิมทีสโมสรไม่มีความประสงค์ที่จะนำรายละเอียดภายในทีมออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารงานและชื่อเสียงของสโมสร และข้อมูลบางส่วนแตกต่างจากข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์ในส่วนที่สโมสรรับทราบ สโมสรจึงเห็นว่าจำเป็นต้องชี้แจงอย่างละเอียด เพื่อให้สังคมได้รับข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายอย่างครบถ้วน
สโมสรขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้
1. #เป้าหมายของสโมสร และคำว่า “สนับสนุนการทำงานของโค้ช”
ตั้งแต่เริ่มต้น สโมสรมีเป้าหมายในการสร้างทีมเพื่อแข่งขันในศึกไทยลีก 3 และต้องการพาทีมไปให้ไกลที่สุดตามเป้าหมายที่วางไว้
สโมสรยอมรับว่ามีการพูดคุยกับอดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนว่าจะให้การสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม คำว่า “สนับสนุน” ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายบริหารจะไม่มีส่วนในการกำหนดนโยบาย งบประมาณ โครงสร้างทีม หรือทิศทางของสโมสร
การฝึกซ้อม ระบบการเล่น แท็กติก การจัดตัว และการตัดสินใจในสนาม เป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของทีมงานผู้ฝึกสอน
ขณะที่งบประมาณ นโยบาย การจัดสรรทรัพยากร โครงสร้างบุคลากร และทิศทางโดยรวมขององค์กร เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร
ฟุตบอลอาชีพจึงจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทั้งสองฝ่าย ภายใต้เป้าหมายและความรับผิดชอบร่วมกัน
2. #ก่อนรับงานสโมสรมีนักฟุตบอลเซ็นสัญญาแล้ว 23 คน
จากข้อความที่มีการกล่าวในลักษณะว่า ภายหลังจากเข้ามาทำงานแล้วฝ่ายบริหารเป็นผู้หานักฟุตบอลเข้ามาเองทั้งหมด สโมสรเห็นว่าจำเป็นต้องชี้แจงลำดับเหตุการณ์ให้ชัดเจน
ก่อนที่อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนจะตัดสินใจเข้ามาร่วมงาน สโมสรได้ดำเนินการสร้างทีมและเซ็นสัญญากับนักฟุตบอลไปแล้วจำนวน 23 คน
ในการพูดคุยก่อนรับงาน มีการพูดคุยถึงโครงสร้างทีมและนักฟุตบอลที่สโมสรมีอยู่แล้ว
อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนรับทราบว่าสโมสรมีนักฟุตบอลเซ็นสัญญาอยู่ก่อนแล้วเกือบครบทีม รวมถึงรับทราบว่ามีนักฟุตบอลรายใดอยู่ในทีมบ้าง
ภายหลังจากรับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว จึงมีการตัดสินใจร่วมงานกัน
ดังนั้น นักฟุตบอล 23 คนดังกล่าว ไม่ได้เป็นนักฟุตบอลที่ฝ่ายบริหารนำเข้ามาภายหลังเพื่อแทรกแซงการทำงานของหัวหน้าผู้ฝึกสอน แต่เป็นโครงสร้างทีมที่มีอยู่ก่อน และเป็นข้อมูลที่อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนรับทราบก่อนตัดสินใจรับงาน
3. #สโมสรยังเปิดโอกาสให้เสนอผู้เล่นเพิ่มเติม
แม้สโมสรจะมีนักฟุตบอลที่เซ็นสัญญาอยู่ก่อนแล้วจำนวน 23 คน ภายหลังหัวหน้าผู้ฝึกสอนเข้ารับหน้าที่ สโมสรยังเปิดโอกาสให้ทีมงานผู้ฝึกสอนประเมินผู้เล่นเดิม และเสนอผู้เล่นเพิ่มเติมในตำแหน่งที่เห็นว่าจำเป็น
อย่างไรก็ตาม การที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนเสนอผู้เล่น ไม่ได้หมายความว่าสโมสรจะต้องเซ็นสัญญากับผู้เล่นทุกรายโดยอัตโนมัติ
การเซ็นสัญญานักฟุตบอลจำเป็นต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบ ทั้งคุณภาพ ความเหมาะสม จำนวนผู้เล่น งบประมาณ โครงสร้างทีม และนโยบายของสโมสร
จึงเป็นเรื่องปกติในการบริหารทีมที่ผู้เล่นบางรายได้รับการพิจารณา และบางรายไม่ได้รับการเซ็นสัญญา
4. #กรณีนักฟุตบอลต่างชาติที่เข้ามาทดสอบฝีเท้า
นักฟุตบอลต่างชาติที่มีการกล่าวถึง เข้ามาร่วมทีมในสถานะ “ผู้เข้าทดสอบฝีเท้า” และยังไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลของสโมสร
สโมสรรับทราบว่านักฟุตบอลรายดังกล่าวรู้จักกับอดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนมาก่อนที่จะเข้ามาทดสอบกับทีม
ในช่วงแรก ฝ่ายบริหารให้เกียรติการประเมินของทีมงานผู้ฝึกสอน จึงเปิดโอกาสให้นักฟุตบอลรายดังกล่าวร่วมฝึกซ้อมและลงเล่นในการแข่งขันอุ่นเครื่องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีโอกาสแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่
ฝ่ายบริหารไม่ได้ขัดขวางการทดลองใช้งานนักฟุตบอลรายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังจากติดตามทั้งการฝึกซ้อมและการแข่งขันในระยะหนึ่ง ฝ่ายบริหารประเมินว่า ผลงานและศักยภาพโดยรวมยังไม่อยู่ในระดับที่สโมสรคาดหวังสำหรับนักฟุตบอลต่างชาติที่จะนำมาใช้ในการแข่งขันไทยลีก 3
ขณะที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนมีความคิดเห็นว่าควรเก็บนักฟุตบอลรายดังกล่าวไว้เป็นตัวเลือก
กรณีนี้จึงเป็นความแตกต่างในการประเมินคุณภาพและความเหมาะสมของนักฟุตบอลระหว่างฝ่ายบริหารกับทีมงานผู้ฝึกสอน
5. #สถานะของนักฟุตบอลต่างชาติในขณะเข้ามาทดสอบ
ในช่วงที่นักฟุตบอลรายดังกล่าวเข้ามาร่วมฝึกซ้อมกับทีม นักฟุตบอลยังมีสถานะเป็น นักศึกษา และพำนักอยู่ในประเทศไทยโดยถือ วีซ่านักท่องเที่ยว
ในขณะนั้นนักฟุตบอลยังไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพกับสโมสร และยังไม่ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเป็นนักฟุตบอลอาชีพของสโมสร
สถานะในช่วงเวลาดังกล่าวจึงเป็น ผู้เข้าทดสอบฝีเท้า
ระหว่างการทดสอบ สโมสรได้ให้การสนับสนุนเรื่องที่พัก ชุดฝึกซ้อม และอำนวยความสะดวกในส่วนที่เกี่ยวข้อง
การสนับสนุนดังกล่าวเป็นการดูแลในช่วงทดสอบ และไม่ได้หมายความว่าสโมสรได้รับรองหรือรับปากว่าจะต้องเซ็นสัญญากับนักฟุตบอลรายดังกล่าวในภายหลัง
เมื่อฝ่ายบริหารประเมินแล้วเห็นว่ายังไม่ตอบโจทย์ สโมสรจึงตัดสินใจไม่ดำเนินการเซ็นสัญญา
ต่อมาสโมสรได้กำหนดทิศทางการสร้างทีมสำหรับฤดูกาลนี้โดยให้ความสำคัญกับนักฟุตบอลไทย
6. #เรื่องบทสนทนาและข้อสงสัยเกี่ยวกับนักฟุตบอลต่างชาติ
มีการนำบทสนทนาบางส่วนภายในทีมเกี่ยวกับนักฟุตบอลรายดังกล่าวมาเปิดเผยต่อสาธารณะ
สโมสรยอมรับว่า ในระหว่างการทำงานอาจมีการตั้งคำถามหรือความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกิดขึ้น แต่บทสนทนาแต่ละครั้งย่อมมีบริบทและเหตุการณ์ประกอบ
สโมสรจึงไม่ประสงค์จะนำบทสนทนาส่วนบุคคลมาตอบโต้กันทีละประโยคผ่านสื่อสังคมออนไลน์
และสโมสร ไม่ขอกล่าวหาว่าบุคคลใดได้รับผลประโยชน์จากนักฟุตบอลหรือเอเย่นต์โดยปราศจากหลักฐาน
สิ่งที่สโมสรยืนยันคือ ฝ่ายบริหารมีหน้าที่ประเมินและตั้งคำถามเกี่ยวกับนักฟุตบอลที่จะถูกนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับโครงสร้างทีมและทรัพยากรของสโมสร
7. #เรื่องการแข่งขันอุ่นเครื่องและการหมุนเวียนทดลองผู้เล่น
สโมสรเข้าใจเป็นอย่างดีว่า การแข่งขันอุ่นเครื่องมีวัตถุประสงค์เพื่อทดลองผู้เล่น ทดลองระบบ และเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
สโมสรไม่ได้ตัดสินอนาคตของหัวหน้าผู้ฝึกสอนจากผลแพ้หรือชนะของการแข่งขันอุ่นเครื่องเพียงนัดใดนัดหนึ่ง
ฝ่ายบริหารติดตามภาพรวมตลอดช่วงการเตรียมทีม ทั้งพัฒนาการของทีม รูปแบบการเล่น การบริหารจัดการทีม การใช้นักฟุตบอล บรรยากาศภายในทีม และทิศทางการเตรียมทีมก่อนการแข่งขันจริง
ผลการแข่งขันจึงเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของการประเมิน ไม่ใช่เหตุผลเพียงประการเดียวในการตัดสินใจ
8. #เรื่องการรับฟังความคิดเห็นของนักฟุตบอล
สโมสรยอมรับว่ามีการพูดคุยกับนักฟุตบอลและบุคลากรภายในทีม เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานและบรรยากาศของทีม
การรับฟังความคิดเห็นจากนักฟุตบอล ไม่ได้หมายความว่านักฟุตบอลเป็นผู้กำหนดแท็กติก หรือเป็นผู้ตัดสินว่าจะให้หัวหน้าผู้ฝึกสอนอยู่หรือออก
ในฐานะผู้บริหารองค์กร สโมสรมีหน้าที่รับฟังข้อมูลจากหลายฝ่าย ทั้งทีมงานผู้ฝึกสอน นักฟุตบอล และบุคลากรสนับสนุน
ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งในการประเมินภาพรวม
การแต่งตั้งหรือยุติบทบาทหัวหน้าผู้ฝึกสอนเป็นการตัดสินใจและความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารสโมสร
9. #เหตุผลในการยุติบทบาท
การตัดสินใจยุติบทบาทไม่ได้เกิดจากนักฟุตบอลคนใดคนหนึ่ง ผลการแข่งขันนัดใดนัดหนึ่ง หรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง
จากการทำงานร่วมกันในช่วงเตรียมทีม ฝ่ายบริหารพบว่ามีความแตกต่างกันในหลายด้าน ทั้งแนวทางการทำงาน การสื่อสาร การบริหารจัดการทีม และทิศทางการสร้างทีม
เมื่อประเมินภาพรวมแล้ว สโมสรเห็นว่า แนวทางการทำงานของทั้งสองฝ่ายไม่สอดคล้องกันเพียงพอที่จะดำเนินการทำงานร่วมกันต่อไป
สโมสรจึงตัดสินใจยุติบทบาทในวันที่ 23 สิงหาคม ก่อนการแข่งขันอย่างเป็นทางการจะเริ่มต้นขึ้น
การตัดสินใจดังกล่าวเป็นการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร และสโมสรพร้อมรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง
10. #เรื่องสัญญาการทำงาน
จากข้อความที่มีการกล่าวถึงการทำงานโดยไม่มีสัญญาที่ชัดเจน สโมสรเห็นว่าจำเป็นต้องชี้แจงข้อเท็จจริงในส่วนนี้
ตั้งแต่วันที่มีการพูดคุยเกี่ยวกับการเข้ารับหน้าที่ สโมสรได้จัดเตรียมและนำสัญญาการทำงานมาให้อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนพิจารณาและลงนามแล้ว
อย่างไรก็ตาม ในวันดังกล่าวยังไม่มีการลงนามในสัญญา และภายหลังอดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนได้เริ่มเข้ามาปฏิบัติหน้าที่กับสโมสร
ตลอดระยะเวลาการทำงาน สโมสรไม่ได้รับการแจ้งว่ามีเงื่อนไขส่วนใดของสัญญาที่เห็นว่าไม่ชัดเจน คลุมเครือ หรือประสงค์ให้แก้ไข และไม่ได้รับการร้องขอให้มีการแก้ไขเงื่อนไขใดเป็นการเฉพาะ
ดังนั้น การที่ยังไม่มีสัญญาที่ลงนามร่วมกัน ไม่ได้เกิดจากการที่สโมสรไม่เคยจัดทำหรือนำสัญญามาให้พิจารณา
อย่างไรก็ตาม สโมสรยอมรับว่า เมื่อยังไม่มีการลงนามในวันแรก ฝ่ายบริหารเองก็ควรติดตามให้กระบวนการดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์ก่อนหรือโดยเร็วภายหลังเริ่มปฏิบัติหน้าที่
สโมสรจะนำเรื่องนี้ไปปรับปรุงกระบวนการด้านเอกสารให้รัดกุมยิ่งขึ้น
11. #ระยะเวลาการทำงานและค่าตอบแทนที่สโมสรได้จ่าย
อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนเริ่มปฏิบัติหน้าที่วันที่ 13 กรกฎาคม และยุติบทบาทวันที่ 23 สิงหาคม รวมระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ 42 วัน เมื่อนับรวมวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุด
โดยปกติสโมสรมีกำหนดจ่ายเงินเดือนวันที่ 5 ของทุกเดือน
สำหรับงวดแรก แม้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม สโมสรได้จ่ายค่าตอบแทนให้เต็มจำนวนเทียบเท่า 1 เดือน โดยไม่ได้คำนวณลดตามจำนวนวันที่เริ่มงานจริง
ต่อมาในวันที่ 17 สิงหาคม มีการขอเบิกค่าตอบแทนล่วงหน้าอีกหนึ่งงวด และสโมสรได้อนุมัติจ่ายให้เต็มจำนวนอีก 1 เดือน
ดังนั้น ก่อนวันที่ยุติบทบาท สโมสรได้จ่ายค่าตอบแทนไปแล้วรวมเป็นจำนวน เทียบเท่าเงินเดือนเต็ม 2 งวด โดยหนึ่งในนั้นเป็นการอนุมัติให้เบิกล่วงหน้าตามคำขอ
สโมสรมีหลักฐานการจ่ายเงินและวันที่ทำรายการที่สามารถตรวจสอบได้
การชี้แจงเรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าสโมสรกำลังสรุปว่าอีกฝ่ายได้รับเงินเกินสิทธิ หรือว่าเงินดังกล่าวสามารถนำไปหักกลบกับสิทธิอื่นใดตามกฎหมาย แต่เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจ่ายเงินที่เกิดขึ้นเท่านั้น
12. #การสนับสนุนเรื่องที่พัก
นอกจากค่าตอบแทน สโมสรยังได้จัดหาที่พักในรูปแบบ คอนโดมิเนียม สำหรับการพักอาศัยระหว่างการปฏิบัติหน้าที่
สโมสรเป็นผู้รับผิดชอบ ค่าเช่าจำนวน 6,000 บาทต่อเดือน รวมถึงเป็นผู้ชำระเงินมัดจำสำหรับการเช่าที่พักดังกล่าว
สโมสรมีหลักฐานค่าเช่า เงินมัดจำ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องที่สามารถตรวจสอบได้
การนำข้อมูลดังกล่าวมาชี้แจงไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อทวงบุญคุณหรือเรียกร้องเงินคืน แต่เพื่อแสดงข้อเท็จจริงว่าสโมสรได้ดำเนินการสนับสนุนการทำงานและความเป็นอยู่ตามที่มีการพูดคุยกัน
13. #ข้อกล่าวอ้างว่าสโมสรตกลงจ่าย จำนวน 2 เดือน
จากข้อความที่มีการระบุว่า สโมสรได้ตกลงว่าจะจ่ายค่าตอบแทนจำนวน 2 เดือน และภายหลังไม่ดำเนินการตามที่ตกลงนั้น สโมสรจำเป็นต้องชี้แจงอย่างชัดเจนว่า
สโมสรไม่เคยตกลงหรือยืนยันจำนวน 2 เดือนตามที่มีการกล่าวอ้าง
ภายหลังการยุติบทบาท มีการพูดคุยเพื่อพยายามหาข้อยุติร่วมกันจริง
ในส่วนที่สโมสรรับทราบ อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนเสนอจำนวนเทียบเท่า 3 เดือน
ในเบื้องต้น สโมสรเสนอจำนวนเทียบเท่า 1 เดือน
ต่อมา เพื่อพยายามหาทางออกและยุติข้อพิพาทด้วยดี สโมสรได้ปรับข้อเสนอเป็นจำนวนเทียบเท่าค่าตอบแทน 1 เดือนครึ่ง หรือ 45 วัน
อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายยังไม่ได้ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว
ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นเป็น กระบวนการเสนอและต่อรองที่ยังไม่มีข้อยุติ ไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้ายที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับแล้ว
ข้อเสนอจำนวน 1 เดือนครึ่งดังกล่าวเป็น ข้อเสนอเพื่อการเจรจาหาข้อยุติระหว่างกัน และไม่ได้หมายความว่าสโมสรยอมรับว่าจำนวนดังกล่าวเป็นหนี้หรือเป็นค่าชดเชยที่สโมสรมีหน้าที่ต้องชำระตามกฎหมาย
สโมสรจึงขอยืนยันอีกครั้งว่า ไม่เคยมีข้อตกลงจำนวน 2 เดือนที่ได้รับการยืนยันจากสโมสร
14. #บทบาทของเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ประสานข้อความระหว่างการเจรจา
ในช่วงที่มีการพูดคุยเรื่องเงื่อนไขภายหลังการยุติบทบาท อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนได้มีการติดต่อและส่งข้อเรียกร้องผ่านเจ้าหน้าที่ของสโมสรบางราย
สโมสรขอชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ดังกล่าว ไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบด้านการบริหารบุคลากร และไม่ได้มีอำนาจในการอนุมัติ ตกลง หรือยืนยันเงื่อนไขทางการเงินใด ๆ ในนามของสโมสร
บทบาทของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเป็นเพียง ผู้ประสานงานและส่งต่อข้อความระหว่างอดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนกับฝ่ายบริหาร เท่านั้น
ฝ่ายบริหารได้รับทราบข้อเรียกร้องที่ถูกส่งผ่านเจ้าหน้าที่ดังกล่าว และได้พิจารณาแล้วว่า ไม่สามารถตอบรับข้อเรียกร้องตามจำนวนที่อีกฝ่ายเสนอมาได้
ดังนั้น การที่เจ้าหน้าที่รับข้อความ รับทราบข้อเรียกร้อง หรือส่งต่อข้อความระหว่างทั้งสองฝ่าย ไม่สามารถถือได้ว่าเป็นการยอมรับหรือยืนยันข้อเรียกร้องดังกล่าวในนามของสโมสร
กล่าวโดยชัดเจนคือ
“การรับทราบข้อเรียกร้อง ไม่ได้หมายถึงการยอมรับข้อเรียกร้อง”
และการตกลงเงื่อนไขทางการเงินใด ๆ จะถือเป็นข้อยุติได้ต่อเมื่อได้รับการยืนยันจากผู้มีอำนาจของสโมสร และได้รับการยอมรับร่วมกันจากทั้งสองฝ่าย
15. #สโมสรได้พยายามติดต่อเพื่อดำเนินการเจรจาต่อ
เมื่อข้อเรียกร้องเดิมไม่ได้รับการตอบรับ และการเจรจายังไม่มีข้อสรุป สโมสรไม่ได้ปิดกั้นหรือปฏิเสธการพูดคุย
สโมสรได้กำหนดข้อเสนอของตนเอง และมอบหมายให้ ผู้จัดการทีม ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากสโมสรโดยตรง ติดต่ออดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนเพื่อพูดคุยและพยายามหาข้อยุติ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่สามารถติดต่อและพูดคุยกันได้สำเร็จ
สโมสรจึงเห็นว่าจำเป็นต้องแยกให้ชัดเจนระหว่าง
“เจ้าหน้าที่ซึ่งทำหน้าที่เพียงรับและส่งต่อข้อความ” กับ
“บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากสโมสรให้ดำเนินการเจรจาเพื่อหาข้อยุติโดยตรง”
เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าการสนทนากับเจ้าหน้าที่ทุกคนของสโมสรสามารถถือเป็นการตกลงหรือรับรองเงื่อนไขทางการเงินของสโมสรได้
16. #เหตุใดประกาศการแยกทางครั้งแรกจึงใช้ถ้อยคำในลักษณะจบกันด้วยดี
ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจยุติบทบาท สโมสรไม่มีความประสงค์ที่จะนำปัญหา ความเห็นต่าง หรือรายละเอียดภายในทีมออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ
สโมสรจึงเลือกใช้ถ้อยคำที่ให้เกียรติอดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอน และพยายามให้การแยกทางส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและโอกาสในวิชาชีพของทุกฝ่ายให้น้อยที่สุด
การใช้ถ้อยคำในลักษณะดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าสโมสรยืนยันว่าทุกประเด็นระหว่างทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันเสร็จสิ้นแล้ว โดยเฉพาะประเด็นทางการเงินที่ยังอยู่ระหว่างการพูดคุย
การที่บุคคลสองฝ่ายไม่สามารถทำงานร่วมกันต่อไปได้ ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนไม่ดีหรือไม่มีความสามารถ
บางครั้งเป้าหมายอาจเหมือนกัน แต่วิธีการทำงานอาจแตกต่างกัน
17. #สิ่งที่สโมสรได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ครั้งนี้
สโมสรไม่ได้มองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความผิดของอีกฝ่ายเพียงฝ่ายเดียว
ฝ่ายบริหารเองมีสิ่งที่ต้องนำกลับไปปรับปรุง โดยเฉพาะเรื่องการกำหนดขอบเขตอำนาจ หน้าที่ นโยบายการสร้างทีม วิธีการสื่อสาร ตลอดจนกระบวนการจัดทำเอกสารและข้อตกลงให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน
โดยเฉพาะเรื่องสัญญา แม้สโมสรจะจัดเตรียมและนำมาให้พิจารณาตั้งแต่แรก แต่เมื่อยังไม่มีการลงนาม ฝ่ายบริหารเองก็ควรติดตามให้กระบวนการดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์ก่อนหรือโดยเร็วภายหลังเริ่มปฏิบัติหน้าที่
สโมสรจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้มาเป็นบทเรียนในการยกระดับมาตรฐานการบริหารงานของสโมสรต่อไป
18. #จุดยืนสุดท้ายของสโมสร
สโมสรเคารพสิทธิของอดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนในการนำเสนอเรื่องราวจากมุมของตนเอง และสโมสรเองก็ขอใช้สิทธิในการชี้แจงข้อเท็จจริงในส่วนของเราเช่นกัน
สโมสรไม่มีความประสงค์จะตอบโต้ด้วยอารมณ์ ไม่ต้องการทำลายชื่อเสียงหรืออนาคตในวิชาชีพของบุคคลใด และไม่ต้องการให้เรื่องนี้กลายเป็นการตอบโต้กันไปมาผ่านสื่อสังคมออนไลน์
หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าตอบแทน สิทธิ หรือข้อเท็จจริงใดที่ทั้งสองฝ่ายเห็นแตกต่างกัน สโมสรพร้อมให้มีการตรวจสอบจาก เอกสาร สัญญาที่จัดเตรียมไว้ หลักฐานการจ่ายเงิน หลักฐานค่าใช้จ่าย หลักฐานการติดต่อ และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
หากอดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนเห็นว่าสิทธิของตนได้รับความเสียหาย สโมสรเคารพสิทธิในการดำเนินการตามกระบวนการที่เหมาะสม และสโมสรพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมหลักฐานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในขณะเดียวกัน สโมสรยังคงเปิดกว้างสำหรับการพูดคุยเพื่อหาข้อยุติที่เหมาะสมกับทุกฝ่ายผ่านผู้ที่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการ
สำหรับประเด็นที่มีการกล่าวว่า สโมสรตกลงจ่ายจำนวน 2 เดือน แล้วไม่ดำเนินการตามที่ตกลงนั้น
สโมสรขอยืนยันอีกครั้งว่า ไม่เคยมีข้อตกลงจำนวน 2 เดือนที่ได้รับการยืนยันจากสโมสร
หลังจากการชี้แจงครั้งนี้ สโมสรจะขอกลับมาให้ความสำคัญกับหน้าที่ของเรา คือ การเตรียมทีม นักฟุตบอล ทีมงาน ผู้สนับสนุน แฟนบอล และการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
และจะไม่ขอตอบโต้ความคิดเห็นส่วนบุคคลเป็นรายกรณีผ่านสื่อสังคมออนไลน์
ความเห็นต่างในการทำงานเกิดขึ้นได้
การแยกทางกันเกิดขึ้นได้
แต่ข้อเท็จจริงควรได้รับการนำเสนออย่างครบถ้วนจากทั้งสองฝ่าย
หากมีข้อพิพาทใดเกิดขึ้น สโมสรพร้อมให้ข้อเท็จจริงได้รับการพิสูจน์ด้วย เอกสาร หลักฐาน และกระบวนการที่เหมาะสม
สโมสร อยุธยา พีเค เอฟซี
#ราชสีห์กรุงเก่า
29/08/2026
"ให้กำลังใจนะครับ"พีรทรรศน์ โพธิ์เรือนดี
#ให้กำลังใจโค้ชไทยทุกคน
: เมื่อความไว้วางใจในการทำงานไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน
ผมขอใช้พื้นที่นี้ชี้แจงถึงเหตุการณ์จากการรับหน้าที่คุมทีม เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และเพื่อเป็นบทเรียนให้กับเพื่อนร่วมอาชีพโค้ชทุกคน
ก่อนรับงาน ผมได้รับการพูดคุยถึงเป้าหมายของสโมสรอย่างชัดเจนว่า ต้องการสร้างทีมเพื่อแข่งขันในระดับ T3 และลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกเพื่อเลื่อนชั้นสู่ T2 พร้อมได้รับคำยืนยันจากผู้บริหารว่า
“พี่ทำเต็มที่เลย ผมไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอลเท่าพี่ และผมซัปพอร์ตพี่”
ด้วยความเชื่อมั่นในคำพูดดังกล่าว ผมจึงตัดสินใจรับงาน แม้จะได้รับคำเตือนจากคนในวงการถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในทีมระดับT3
แต่หลังจากเริ่มงาน แนวทางกลับเปลี่ยนไปหลายครั้ง
จากการให้โค้ชมีส่วนร่วมในการเลือกผู้เล่น กลายเป็นการหาผู้เล่นเองทั้งหมดจากฝ่ายบริหาร ขณะที่ผู้เล่นที่โค้ชเสนอ ทั้งคนไทยและต่างชาติ ถูกปฏิเสธหรือไม่ได้รับการสนับสนุนตามที่พูดไว้
กรณีนักเตะต่างชาติเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด
ผู้เล่นรายนึงเข้ามาทดสอบโดยไม่มีค่าเหนื่อย สโมสรรับทราบและให้การสนับสนุนทั้งที่พัก ชุดฝึกซ้อม และเรื่องวีซ่า อีกทั้งเคยมีการพูดคุยว่าจะเก็บไว้ใช้งาน
แต่หลังจากฝึกซ้อมเกือบหนึ่งเดือน กลับมีคำสั่งให้ยุติการใช้งานเพราะต้องการใช้ผู้เล่นไทย 100%
เมื่อผมอธิบายถึงเหตุผลทางฟุตบอลว่า นักเตะรายนี้สามารถเป็นตัวเลือกในการเปลี่ยนเกม และไม่มีภาระค่าเหนื่อย สโมสรกลับตั้งคำถามถึงความบริสุทธิ์ใจของผมว่า
“ได้รับเงินจากเอเย่นต์หรือเปล่า ทำไมถึงเชียร์นักเตะต่างชาติมาก”
สำหรับผม คำพูดนี้ถือเป็นการตั้งคำถามต่อจรรยาบรรณและความเป็นมืออาชีพของโค้ชอย่างรุนแรง
ผมจึงเลือกที่จะพูดตรง ๆ ว่า หากสโมสรไม่เชื่อมั่นในตัวโค้ช ไม่ไว้วางใจการตัดสินใจ และตั้งข้อสงสัยในทุกเรื่อง การทำงานร่วมกันย่อมเป็นเรื่องยาก
แม้ในช่วงหนึ่งผมเคยตัดสินใจลาออก แต่ได้รับการขอร้องให้กลับมาทำงานต่อ และมีการพูดคุยทำความเข้าใจกัน โดยผู้บริหารยืนยันว่าจะสนับสนุนผมในการทำงาน
ผมจึงกลับมาทำหน้าที่ต่อ เพราะผมเชื่อในความรับผิดชอบและไม่ต้องการทิ้งทีมกลางทาง
เหตุการณ์สุดท้ายก็คือการหมุนเวียนทดลองตัวนักเตะไม่ได้ประธานไม่โอเคเน้นแต่ผลการแข่งขันในการอุ่นเครื่องแพ้ไม่ได้จึงเป็นเหตุให้เกิดความไม่พอใจ
นี่ยังไม่รวมอีกหลายๆเรื่องที่เค้าบอกไม่ยุ่งการทำงานของโค้ช
แต่ท้ายที่สุด ผมได้รับแจ้งจากผู้จัดการทีมว่า ประธานสโมสรมีคำสั่งให้ผมหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยให้เหตุผลว่าแนวทางการทำทีมของผมไม่สามารถพาทีมไปสู่เป้าหมายแชมเปี้ยนส์ลีกได้
ทั้งที่การแข่งขันอย่างเป็นทางการยังไม่ได้เริ่มต้น
อีกเหตุผลหนึ่งคือมีการสอบถามนักเตะบางคน และได้รับคำตอบว่าไม่สามารถเล่นตามแผนของโค้ชได้ รู้สึกอึดอัด และขาดความมั่นใจ
ผมขอถามตรง ๆ ว่า
ถ้านักเตะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับแท็กติกของโค้ช แล้วเราจะจ้างโค้ชมาทำไม?
ฟุตบอลอาชีพต้องมีระบบ ต้องมีวินัย และต้องมีผู้รับผิดชอบในการตัดสินใจ
หากทุกครั้งที่โค้ชตัดสินใจแล้วไม่ถูกใจผู้บริหาร ต้องเปลี่ยนวิธีคิดตามผู้บริหารทั้งหมด ผมมองว่านั่นไม่ใช่การให้อำนาจโค้ชในการทำทีม
ถ้าผู้บริหารต้องการเลือกนักเตะเอง วางแนวทางเอง ตัดสินใจแทนโค้ชเองทุกเรื่อง และให้โค้ชเพียงออกหน้าในสนาม ผมขอถามว่า แล้วตำแหน่ง “โค้ช” มีไว้เพื่ออะไร?
อีกประเด็นที่ผมต้องพูดถึงคือเรื่องการยุติการทำงาน
หลังจากผมถูกยุติบทบาท มีการติดต่อมายังผมและแจ้งสรุปว่าจะจ่ายค่าชดเชย 2 เดือน โดยมีเงื่อนไขให้ผมเซ็นรับว่าเป็นการลาออกเอง และจะไม่โพสต์ถึงสโมสรในทางที่เสียหาย
ซึ่งถ้าเค้าทำตามคำพูดที่ได้พูดไว้ทุกอย่างก็จะจบลงด้วยดีทั้งสองฝ่าย
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังกลับไม่เป็นไปตามที่พูดคุยกัน
สโมสรมีการประกาศข่าวในลักษณะที่ระบุว่าเราจบกันด้วยดี และผมออกจากตำแหน่ง โดยรายละเอียดบางส่วนไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่ประธานได้ให้ข่าวกับเพจดังรายนึง
และจนถึงขณะนี้ เรื่องค่าชดเชยที่มีการพูดคุยกันไว้ก็ยังไม่ได้รับการดำเนินการตามที่ตกลง
ผมไม่ได้ออกมาพูดเพราะต้องการทำลายสโมสร
แต่ผมออกมาพูดเพราะผมเชื่อว่า คนทำงานทุกคนควรได้รับความเป็นธรรม
โดยเฉพาะ “โค้ชฟุตบอล” ที่นำชื่อเสียง ประสบการณ์ และวิชาชีพของตัวเองเข้าไปทำงานให้กับสโมสร
สิ่งที่ผมเสียไปครั้งนี้ไม่ใช่เพียงค่าตอบแทน
แต่คือ เวลา โอกาสในอาชีพ และชื่อเสียงที่ผมสร้างมาทั้งชีวิต
สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากถึงโค้ชทุกคนคือ
อย่าทำงานโดยที่ไม่มีการเซ็นสัญญาที่ชัดเจน
อย่าเชื่อเพียงคำพูดว่า “เดี๋ยวคุยกันได้” หรือ “ผมซัปพอร์ตพี่”
เพราะเมื่อเกิดปัญหา สิ่งที่เหลืออยู่คือเอกสารและหลักฐาน ไม่ใช่คำพูด
ผมยังยืนยันในจุดยืนของตัวเองว่า
ผมเป็นโค้ช และผมมีหน้าที่รับผิดชอบต่อทีมด้วยความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่ผมมี
ผมพร้อมรับผิดชอบหากผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
แต่ผมไม่สามารถรับผิดชอบในสิ่งที่ผมไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจตั้งแต่ต้น
สุดท้ายนี้ ผมฝากเรื่องราวทั้งหมดไว้เป็นบทเรียนให้กับเพื่อนร่วมอาชีพ และขอให้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัท ไทยลีก ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการจ้างงานและสิทธิของบุคลากรฟุตบอล โดยเฉพาะโค้ช
เพราะถ้าเราต้องการให้ฟุตบอลไทยพัฒนา
เราไม่ควรพัฒนาแค่ในสนาม แต่ต้องพัฒนามาตรฐานการบริหารและการให้เกียรติคนทำงานในวงการฟุตบอลไปพร้อมกัน
ผมไม่เสียใจที่ยืนหยัดในหลักการของตัวเอง
และไม่เสียใจที่ทำหน้าที่ของผมอย่างเต็มที่
สิ่งเดียวที่ผมเสียใจคือ
ผมไม่น่าเชื่อในคำพูดและการรับปากส่งๆ
แต่สุดท้ายคำพูดกับการกระทำกลับไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
นี่คือเหตุผลที่ผมเลือกออกมาพูดความจริงในวันนี้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง
ถ้าเพจไหนอยากสัมภาษณ์อยากรู้ความจริงติดต่อผมมาได้เลยยินดีตอบทุกคำถาม
พีรทรรศน์ โพธิ์เรือนดี
23/08/2026
ไปที่ TikTok เพื่อสำรวจวิดีโอต่าง ๆ!
ดู ติดตาม และค้นพบเนื้อหาที่กำลังติดเทรนด์เพิ่มเติม
23/08/2026
กั๊กโป ... คมจัด จัดไป 1-1 ⚽️
23/08/2026
ลิเวอร์พูล - เกมรุกคิดจะเอาเขาจน กระบวนการ REST DEFEN แทบพัง
23/08/2026
จบครึ่งแรก นิวคาสเซิล 1-0 ลิเวอร์พูล
23/08/2026
เมื่อลิเวอร์พูล Pressing สูง พื้นที่ด้านหลังของทีมก็จะมีมากขึ้นและถือว่าเสี่ยงเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งมีผู้เล่นแนวรับมีความเร็วและการอ่านเกมไม่ดี ... ยิ่งเสี่ยงและอันตรายมากขึ้นแน่นอน
23/08/2026
11 ตัวแรกของ แอนโดนี่ อิราโอล่า ... คืนนี้จะออกมาแบบไหนติดตามกันครับ
#บีบบังคับตัดโต้
17/07/2026
โปรแกรมออกแล้ว ... เราจะกลับมาคุยกันเหมือนเดิมนะครับ 😊⚽️