มูลนิธิสยามกัมมาจล

มูลนิธิสยามกัมมาจล

แชร์

สร้างโอกาสการเรียนรู้ สร้างเยาวชนคุณภาพ สร้างสังคมคุณภาพ

นับตั้งแต่ก่อตั้ง ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ดำเนินงานภายใต้ปณิธานอันแน่วแน่ คือ การดำเนินงานด้วย คุณภาพควบคู่คุณธรรม โดยถือว่าการดำเนินกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมนั้นเป็นส่วนสำคัญ ส่วนหนึ่งของการดำเนินแนวนโยบายของธนาคาร และได้ก่อตั้ง มูลนิธิสยามกัมมาจล (Siam Com- mercial Foundation) ขึ้นเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๓๘ เพื่อให้เป็นหน่วยงาน ที่ดำเนินการในส่วน ของกิจกรรมเพื่อสังคม การนำคำว่า “สยาม-กัมมาจล” ม

01/07/2026

การสร้าง EF ไม่ได้เริ่มจากกิจกรรมพิเศษ แต่เริ่มจากชีวิตประจำวันของเด็ก

เมื่อพูดถึงการพัฒนาทักษะสมองเพื่อการจัดการชีวิต หรือ Executive Functions (EF) หลายคนมักนึกถึงกิจกรรมเฉพาะ เกมฝึกสมอง หรือแบบฝึกที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ แต่แท้จริงแล้ว EF ไม่ได้เติบโตจากกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง หากค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากประสบการณ์เล็ก ๆ ที่เด็กได้เผชิญในทุกวัน

ครูดวนเล่าให้พวกเราฟังว่า ทุกครั้งที่เด็กยืนรอคิวอย่างอดทน เขากำลังฝึกการยับยั้งชั่งใจ ทุกครั้งที่เก็บของเล่นเข้าที่หลังเล่นเสร็จ เขากำลังเรียนรู้ความรับผิดชอบและการจัดระเบียบตนเอง ทุกครั้งที่ล้างมือ แต่งตัว หรือดูแลของใช้ของตนเอง เขากำลังสร้างความเชื่อมั่นและความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และทุกครั้งที่เล่นกับเพื่อน แบ่งปัน รอคอย หรือช่วยกันแก้ปัญหา เขากำลังเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นและการจัดการอารมณ์ของตนเอง

สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้อาจดูเป็นเพียงกิจวัตรธรรมดา แต่เมื่อเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เด็กจะค่อย ๆ พัฒนาความสามารถในการคิด วางแผน ตัดสินใจ ควบคุมอารมณ์ และรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญที่จะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต

ดังนั้น บทบาทของครูปฐมวัยจึงไม่ใช่การจัดกิจกรรมที่ซับซ้อนที่สุด แต่คือการออกแบบสภาพแวดล้อมและกิจวัตรประจำวันที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่า การเติบโตที่ยั่งยืนเกิดจากการเรียนรู้ทีละเล็ก ทีละน้อย ผ่านประสบการณ์จริงในชีวิตประจำวัน

ในขณะเดียวกัน ครอบครัวเองก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน เพราะบ้านคือพื้นที่แรกที่เด็กได้ฝึกการช่วยเหลือตนเอง การรับผิดชอบหน้าที่เล็ก ๆ และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น หากบ้านและโรงเรียนร่วมกันสร้างโอกาสให้เด็กได้ลงมือทำด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง EF ก็จะค่อย ๆ เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ

ท้ายที่สุดแล้ว การพัฒนา EF ไม่ใช่การแข่งขันว่าเด็กคนใดทำได้เร็วกว่า แต่คือการสร้างโอกาสให้เด็กทุกคนได้ฝึกฝนจากเรื่องเล็ก ๆ ในทุกวัน จนกลายเป็นนิสัยและความสามารถที่ติดตัวเขาไปตลอดชีวิต

เพราะการเติบโตที่งดงาม ไม่ได้เกิดจากก้าวที่ยิ่งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการสะสมของก้าวเล็ก ๆ ที่มีความหมายในทุกวันของชีวิตเด็ก

Photos from TSQM รวมพลังขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง's post 01/07/2026
29/06/2026

ครูก่อนจะสอนเด็ก...เราต้องอ่านความรู้สึกของเด็กให้ออก!!

ในทุกๆเช้าของการเปิดห้องเรียน ครูปฐมวัยไม่ได้เริ่มต้นวันด้วยการหยิบหนังสือ นิทาน หรืออธิบายกิจกรรมขั้นตอนในการเรียนรู้ แต่ ครูฟีน นางสาวอัมพุชินี เดี่ยวทิพย์สุคนธ์ ครูโรงเรียนบ้านหมากปรก จังหวัดภูเก็ต เริ่มต้นด้วยการมองเข้าไปในแววตาของเด็กแต่ละคน เพื่อรับรู้ว่าวันนี้เขากำลังรู้สึกอย่างไรกัน

บางคนเดินเข้าห้องเรียนด้วยรอยยิ้มและความตื่นเต้น บางคนเดินมาพร้อมความกังวล บางคนยังคิดถึงคุณพ่อคุณแม่เฝ้ามอง ขณะที่บางคนอาจกำลังเผชิญเรื่องราวบางอย่างจากที่บ้านซึ่งไม่มีใครมองเห็นได้

แม้เด็กทุกคนจะอยู่ในห้องเรียนเดียวกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะพร้อมเรียนรู้ในเวลาเดียวกัน พร้อมกันตั้งแต่ออกจากบ้าน

เพราะการเรียนรู้ไม่ได้เริ่มต้นที่หนังสือ แบบฝึกหัด หรือกิจกรรม หากแต่เริ่มต้นจาก "ความรู้สึกปลอดภัย" ที่เด็กได้รับจากคนรอบตัว เมื่อเด็กรู้สึกว่ามีคนเข้าใจ ยอมรับ และพร้อมอยู่เคียงข้าง เขาจึงจะค่อย ๆ เปิดใจ กล้าพูด กล้าลองผิดลองถูก และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ด้วยความมั่นใจ

นี่คือเหตุผลที่ครูปฐมวัยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงถ่ายทอดความรู้ แต่เป็นผู้สังเกต ผู้รับฟัง และผู้ดูแลหัวใจของเด็กในทุกวัน การทักทายด้วยรอยยิ้ม การเรียกชื่อเด็ก การนั่งคุยอย่างอ่อนโยน หรือแม้แต่การโอบกอดเมื่อเด็กต้องการ ล้วนเป็นการสื่อสารว่า "ห้องเรียนแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขาจริงๆ"

เมื่อเด็กได้รับการดูแลทางอารมณ์ ความรู้สึก เขาจะค่อย ๆ สร้างความมั่นคงจากภายใน สามารถกำกับอารมณ์ของตนเอง สร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น และเปิดรับการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ

สิ่งเหล่านี้อาจมองไม่เห็นในทันที แต่คือรากฐานสำคัญของการเติบโตในระยะยาว เพราะเด็กที่ได้รับการเข้าใจในวันนี้ จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจทั้งตนเองและผู้อื่นในวันข้างหน้า

ดังนั้น สิ่งแรกที่ครูปฐมวัยทำในทุกเช้า จึงไม่ใช่การเริ่มสอน แต่คือการเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์กับเด็กทีละคน เพื่อให้เด็กทุกคนได้ก้าวเข้าสู่การเรียนรู้ด้วยหัวใจที่พร้อม

เพราะเมื่อหัวใจของเด็กได้รับการดูแล การเรียนรู้ก็จะค่อย ๆ เบ่งบาน และทุกวันในห้องเรียนจะกลายเป็นพื้นที่แห่งการเติบโตอย่างแท้จริง

28/06/2026

เพราะทุกวันของเด็กอนุบาล...ไม่ใช่เพียงแค่หนึ่งวันธรรมดา แต่คือวันแห่งโอกาสของการเติบโต

เด็กคนหนึ่งจะเติบโตในทุกๆวันได้ ในสายตาของผู้ใหญ่ หลายครั้งกิจกรรมในห้องเรียนอนุบาลอาจดูเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรองเท้า การล้างมือ การต่อบล็อก การเข้าแถว การรับประทานอาหาร หรือการเล่นกับเพื่อน ฯลฯ แต่สำหรับเด็กปฐมวัย ทุกกิจกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้ คือบทเรียนสำคัญของชีวิตที่กำลังค่อย ๆ หล่อหลอมตัวตนของเขา

ครูแตงโม นางสาวนิศากร จันทนา ครูโรงเรียนบ้านโก จังหวัดศรีสะเกษ จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กทำกิจกรรมครบตามแผน หรือสร้างชิ้นงานได้สวยงาม แต่คือการออกแบบ "สนามฝึก" ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผ่านการลงมือทำ การลองผิดลองถูก และการค้นพบศักยภาพของตนเองในแต่ละวัน

เมื่อเด็กค่อย ๆ ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ เขากำลังเรียนรู้ที่จะไว้วางใจผู้อื่น เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะรอคอย เขากำลังฝึกการกำกับตนเอง เมื่อเด็กเก็บของเล่นด้วยตนเอง เขากำลังสร้างความรับผิดชอบ และเมื่อเด็กเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน เขากำลังเรียนรู้การเคารพความแตกต่าง การแบ่งปัน และการอยู่ร่วมกันในสังคม

สิ่งเหล่านี้จะค่อย ๆ เติบโตเป็นรากฐานของทักษะชีวิต ความเข้มแข็งทางอารมณ์ และความพร้อมในการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ดังนั้น หน้าที่ของครูปฐมวัยสำหรับครูแตงโมแล้วนั้น จึงไม่ใช่เพียงครูผู้สอน แต่ทำหน้าที่ผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความหมายต่อทุกชีวิตที่กำลังเติบโต มองเห็นคุณค่าในทุกช่วงเวลาของวัน และเชื่อมั่นว่าการเติบโตของเด็กเกิดขึ้นจากกิจกรรม ที่เป็นกิจวัตรประจำวันธรรมดาที่ทำซ้ำอย่างมีความหมาย มากกว่าการเร่งให้เด็กไปถึงเป้าหมายที่รวดเร็ว

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เด็กปฐมวัยไม่ได้จดจำว่าในวันนั้นเขาทำใบงานได้กี่แผ่น ชิ้นงานกี่ชิ้น ได้คะแนนกี่คะแนน แต่เขาจะจดจำความรู้สึกของการได้เรียนรู้ ได้รับการยอมรับ ได้รับกำลังใจ และได้เติบโตในพื้นที่ที่ปลอดภัย

ทุกวันของเด็กอนุบาลจึงไม่ใช่เพียงการผ่านพ้นไปของเวลา แต่คือการสะสมประสบการณ์เล็ก ๆ ที่จะหล่อหลอมให้เขาเติบโตเป็นคนที่รู้จักคิด ดูแลตนเอง อยู่ร่วมกับผู้อื่น และพร้อมเผชิญโลกในวันข้างหน้า

เพราะทุกวันที่มีความหมายในวัยเด็ก คือรากฐานของอนาคตที่มั่นคงในวันที่เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต

26/06/2026

"เพราะเด็กแต่ละคน...มีจังหวะการเติบโตเป็นของตัวเอง"

ครูจิ๊บ นางวนาภรณ์ พัวพันธ์ คุณครูโรงเรียนบ้านลิพอน จังหวัดภูเก็ต ได้สะท้อนผ่านเวทีเสวนาออนไลน์ Together We Grow ครั้งที่ 5 ว่าหนึ่งในความท้าทายสำคัญของการจัดการศึกษาปฐมวัย โดยเฉพาะเมื่อเปิดภาคเรียนปีการศึกษาใหม่ คือช่วงเวลาที่เด็กก้าวออกจากบ้านและเริ่มต้นชีวิตในโรงเรียน หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงการปรับตัวในช่วงสั้น ๆ แต่แท้จริงแล้ว นี่คือช่วงเวลาที่เด็กกำลังเรียนรู้โลกใบใหม่ เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น สร้างความไว้วางใจ และค้นพบความมั่นใจในตัวเอง

เด็กแต่ละคนจึงมี "จังหวะการเติบโต" ที่แตกต่างกัน บางคนสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว กล้าเล่น กล้าพูดคุย และเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ทันที ขณะที่บางคนอาจต้องใช้เวลามากกว่าในการทำความคุ้นเคยกับสถานที่ ผู้คน และกิจวัตรใหม่ ๆ ซึ่งไม่ใช่ความล่าช้า แต่เป็นธรรมชาติของพัฒนาการที่แตกต่างกันในแต่ละคน

บทบาทของครูปฐมวัยจึงไม่ใช่การเร่งให้เด็กทุกคนเดินไปพร้อมกัน หรือเปรียบเทียบว่าใครเก่งกว่าใคร หากแต่คือการเฝ้าสังเกต เข้าใจ และออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการของเด็กแต่ละคน พร้อมทั้งส่งกำลังใจและสร้างความรู้สึกปลอดภัย เพื่อให้เด็กค่อย ๆ เติบโตอย่างมั่นคงในจังหวะของตนเอง

เช่นเดียวกับครอบครัว การให้เวลา การรับฟัง และการยอมรับความแตกต่างของลูก คือของขวัญที่มีคุณค่าที่สุด เพราะเมื่อเด็กไม่รู้สึกว่าต้องแข่งขันกับใคร เขาจะกล้าลองผิดลองถูก กล้าเรียนรู้ และค่อย ๆ พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่

การศึกษาในช่วงปฐมวัยจึงไม่ใช่การแข่งขันว่าใครไปถึงก่อน แต่คือการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้เด็กทุกคนได้เติบโตอย่างมีความสุข มีความเชื่อมั่นในตนเอง และพร้อมก้าวไปสู่การเรียนรู้ในระดับต่อไปด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของเด็ก ไม่ได้วัดจากการไปถึงก่อนใคร แต่คือการได้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพในจังหวะของตัวเอง และนั่นคือคุณค่าที่แท้จริงของการศึกษาปฐมวัยที่ทุกโรงเรียน ทุกครู และทุกครอบครัวร่วมกันสร้างขึ้นเพื่ออนาคตของเด็กทุกคน

25/06/2026

ในโลกที่เด็กไม่เคยหยุดเติบโต...ครูจึงไม่หยุดที่จะเรียนรู้

"เด็กไม่เคยหยุดเติบโตและไม่เคยรอเรา"

ประโยคสั้น ๆ จาก อาจารย์หวาน (อ.ธิดา พิทักษ์สินสุข) ผู้เชี่ยวชาญด้านปฐมวัย สะท้อนความจริงที่สำคัญที่สุดของการจัดการศึกษาปฐมวัย เพราะทุกช่วงเวลาของชีวิตเด็กคือโอกาสแห่งการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่น การพูดคุย การช่วยเหลือตนเอง หรือแม้แต่ช่วงเวลาธรรมดาในชีวิตประจำวัน ล้วนเป็นประสบการณ์ที่หล่อหลอมการเติบโตของเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

การสร้างวินัยเชิงบวก การชื่นชมเมื่อเด็กพยายาม และการให้กำลังใจเมื่อเด็กก้าวข้ามความท้าทายเล็ก ๆ ในแต่ละวัน ไม่ใช่เพียงวิธีการเลี้ยงดู แต่คือการวางรากฐานของความมั่นคงทางอารมณ์ ความเชื่อมั่นในตนเอง และทักษะชีวิตที่จะติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต

ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เด็กกำลังเติบโตท่ามกลางเทคโนโลยี ความคาดหวังของสังคม และความท้าทายใหม่ ๆ มากมาย สิ่งที่เด็กต้องการจึงไม่ใช่เพียงความรู้ แต่คือผู้ใหญ่ที่เข้าใจพัฒนาการ พร้อมออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัย และเชื่อมั่นในศักยภาพของเด็กทุกคน

ด้วยเหตุนี้ ครูจึงเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตเช่นเดียวกับเด็ก การพัฒนาตนเองของครูไม่ใช่เพียงการเพิ่มความรู้หรือเทคนิคการสอน แต่คือการเปิดใจเรียนรู้แนวคิดใหม่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และปรับวิธีคิดให้สอดคล้องกับโลกที่เด็กกำลังเติบโตอยู่

"ดังนั้นครูเองก็ต้องไม่หยุดเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เพราะเด็กในวันนี้ ไม่ใช่เพียงลูกศิษย์ของเรา แต่คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของประเทศในวันข้างหน้า"

คุณครูกำลังทำงานในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิตมนุษย์ เราได้รับต้นกล้ามาจากพ่อแม่ และทำหน้าที่เป็นคนสวนที่คอยรดน้ำ พรวนดิน และเฝ้าดูการเติบโตของเด็กทีละคน

นี่จึงเป็นหัวใจสำคัญของเวที Together We Grow by TSQM-A ครั้งที่ 5 ที่ผ่านมา ที่เชื่อว่า การพัฒนาเด็กปฐมวัยที่แข็งแรงและมีคุณภาพ เริ่มต้นจากการที่ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง และทุกภาคส่วน ร่วมกันเรียนรู้ เติบโต และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก เพราะเมื่อผู้ใหญ่ไม่หยุดพัฒนา เด็กก็จะได้รับโอกาสในการเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ และก้าวไปเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคมในอนาคต

25/06/2026

เพราะการพัฒนาทักษะ EF ตั้งแต่ปฐมวัย นั้นเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการใช้ชีวิต

'ผอ.รจนา ขอร่ม' ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโก จังหวัดศรีสะเกษ และประธานคณะทำงานส่งเสริม EF จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะสมอง EF ตั้งแต่ปฐมวัย ว่าการเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งให้เติบโตนั้น นอกจากดูแลด้านร่างกายและจิตใจแล้ว สมองก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ควรได้รับการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน

'โรงเรียนบ้านโก' ตั้งอยู่ในชุมชนชนบท แม้เด็กส่วนใหญ่จะอยู่ในความดูแลของปู่ย่าตายาย เพราะพ่อแม่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ หรือตามหัวเมืองใหญ่ แต่เด็กที่นี่ไม่มีปัญหาด้านพฤติกรรม กุญแจสำคัญคือ ผอ.รจนาให้ความสำคัญกับการพัฒนา EF ของเด็กทั้งที่โรงเรียนและจับมือทำความเข้าใจกับผู้ปกครองที่บ้านตั้งแต่ปฐมวัย โดยใช้จิตศึกษาเป็นฐาน ไม่ว่าเด็กแต่ละคนจะมีฐานทุนชีวิตมาอย่างไร ผอ.รจนามองว่า โรงเรียนต้องทำให้เด็กเกิดความเสมอภาคให้ได้ เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้ของเด็ก

“เราไม่รู้ว่าที่บ้านเขากระทำต่อตัวเด็กยังไงนะคะ แต่พอมาถึงโรงเรียน เราในฐานะคุณครู ต้องทำให้เด็กทุกคนเกิดความเสมอภาค ได้รับความปลอดภัยทางด้านร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณ มีอิสระในการคิด"

"เราเป็นโรงเรียนจิตศึกษาอยู่แล้ว เรามองเห็นเด็กทุกคนดีงามหมด เขาพัฒนาตัวเขาเองได้ เพียงแต่ว่าเขามีฐานทุนมาไม่เท่ากัน เราค่อยๆ ปรับจูนคนที่ฐานทุนอาจจะอยู่ต่ำกว่าเพื่อนสักนิดนึง ทำยังไงเราจะจูงมือเขาขึ้นมาให้เท่าเทียมกับเพื่อน มันเลยทำให้เราไม่ค่อยเห็นพฤติกรรมเด็กที่เกเร บูลลี่คนอื่นนะคะ”

ผอ.รจนา แนะนำว่า ก้าวแรกของการเริ่มต้น คือ ‘การสร้างการรับรู้ร่วมกัน’ ระหว่างบ้านและโรงเรียน เพื่อให้เห็นถึงเป้าหมายสำคัญนั่นคือ ‘การพัฒนาเด็ก’ โดยก่อนที่จะไปถึงตัวผู้ปกครอง บุคลากรในโรงเรียนจำเป็นต้องรับรู้และทำความเข้าใจร่วมกันเสียก่อน

“ผู้บริหาร คุณครู เจ้าหน้าที่นักการภารโรง แม่ครัว จะต้องรู้ว่าเด็กต้องถูกบ่มเพาะ และ EF มีความสำคัญอย่างไร จะส่งผลต่อเด็กอย่างไร อันนี้ก็คือสร้างการรับรู้ โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ ทำอย่างไรเด็กถึงจะมี EF ทำอย่างไรจะสร้าง Self ให้เด็กได้ ทุกระนาบของในโรงเรียนจะต้องรับรู้ร่วมกัน"

ผอ.รจนา เล่าว่าบทสนทนาระหว่างคุณครูกับผู้ปกครองจะเริ่มจากถามไถ่เรื่องราวของเด็กเมื่ออยู่ที่บ้าน กิจกรรมที่ทำ พร้อมทั้งแนะนำผู้ปกครองให้พูดคุยกับลูกหรือลงมือทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเน้นย้ำว่า ถ้าอยากให้เด็กทำอะไร พ่อแม่ต้องลงมือทำด้วยกัน

“อย่างเช่น ถ้าคุณแม่อยากให้เด็กหุงข้าว แม่ต้องทำให้ดูก่อนแล้วก็พาทำด้วยกัน แล้วค่อยให้เขาลองทำเอง ทำแบบนี้บ่อยๆ อันนี้เป็นขั้นตอนที่ผอ.พยายามพูดเพื่อให้คุณครูส่งสารนี้ไปให้ผู้ปกครอง สิ่งสำคัญคือเวลาคุณครูจะพูดอะไรกับผู้ปกครอง ขอให้ยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันเขา”

อ่านบทความ เติม EF ตั้งแต่ปฐมวัย สร้างภูมิคุ้มกันใจให้เด็กในสังคมที่เปราะบาง: ผอ.รจนา ขอร่ม โรงเรียนบ้านโก จ.ศรีสะเกษ https://thepotential.org/social-issues/building-ef-in-early-childhood/

เรื่อง นฤมล ทับปาน
ภาพ ปริสุทธิ์

23/06/2026

คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่กับคนอื่นเป็น และมีความสุขในชีวิตเป็น

คุณลักษณะเหล่านี้จะทำให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยไม่แตกสลายไประหว่างทางเสียก่อน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาได้รับการเสริมสร้างทักษะสมอง EF-Exclusive Function ตั้งแต่ปฐมวัย และเมื่อ EF แข็งแรงพอ ย่อมส่งผลดีต่อพัฒนาการในวัยประถม ไปจนถึงวัยมัธยมหรือวัยรุ่น

“การที่จะให้เด็กหนึ่งคนเติบโตอย่างมีคุณภาพควรจะให้สมองของเขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาพรวมของ EF-Exclusive Function มันจะพูดถึงเรื่องการที่สมองส่วนหน้าของมนุษย์เราทำงานเพื่อที่จะกำกับหรือควบคุมอารมณ์ ควบคุมพฤติกรรม เพื่อที่จะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ประสบความสำเร็จ ดังนั้น การจัดการสมองของมนุษย์จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์ในโลกอนาคตอย่างมาก ในโลกที่ผันผวน เกิดความสับสนและความเปราะบางทางสังคม”

ผอ.รจนา ขอร่ม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโก จังหวัดศรีสะเกษ และอีกหมวกสำคัญคือประธานคณะทำงานส่งเสริม EF จังหวัดศรีสะเกษ กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะสมอง EF ตั้งแต่ปฐมวัย

ด้วยเหตุนี้การพัฒนาทักษะ EF ตั้งแต่ปฐมวัย จึงเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการใช้ชีวิต ซึ่งผอ.รจนา มองว่าทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันผ่านการพัฒนาพ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้อำนวยการโรงเรียน คุณครู ระบบการเรียนรู้ ชุมชน ไปจนถึงภาพใหญ่อย่างนโยบายสาธารณะ เพื่อให้เด็กทุกคนได้ฝึกฝน EF อย่างต่อเนื่องในชีวิตจริง ซึ่งจะช่วยลดพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง เช่น ติดจอ พัฒนาการล่าช้า พฤติกรรมการกลั่นแกล้งรังแกกัน ที่ส่งผลให้เด็กหลายคนมีความทุกข์ สับสน จนนำไปสู่ปัญหาความรุนแรงหรือการใช้สารเสพติดได้

“โรงเรียนเรามีโอกาสได้ดูแลเด็กตั้งแต่อนุบาล 1 หรือประมาณ 3 ขวบนะคะ เราทำงานกับผู้ปกครองชัดเจน ให้ผู้ปกครองเห็นภาพเดียวกันกับโรงเรียนว่า โรงเรียนทำอะไรและผู้ปกครองควรทำอะไรที่บ้าน เพื่อดูแลเด็ก 1 คนร่วมกัน ดังนั้นปัญหาเรื่องพฤติกรรมของเด็กเลยไม่ค่อยมี

และเพราะเราเป็นโรงเรียนจิตศึกษาอยู่แล้ว เรามองเห็นเด็กทุกคนดีงามหมด เขาพัฒนาตัวเขาเองได้ เพียงแต่ว่าเขามีฐานทุนมาไม่เท่ากัน เราค่อยๆ ปรับจูนคนที่ฐานทุนอาจจะอยู่ต่ำกว่าเพื่อนสักนิดนึง ทำยังไงเราจะจูงมือเขาขึ้นมาให้เท่าเทียมกับเพื่อน มันเลยทำให้เราไม่ค่อยเห็นพฤติกรรมเด็กที่เกเร บูลลี่คนอื่นนะคะ”

ผอ.รจนา ชวนทุกคนเชื่อมั่นในการเสริมสร้างทักษะ EF ว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยสู่พลเมืองคุณภาพของสังคมไทยในอนาคต และร่วมกันสนับสนุนให้ทุกโรงเรียนจัดการเรียนรู้ระดับปฐมวัยโดยคำนึงถึงการส่งเสริม EF และ Self

อ่านบทความ https://thepotential.org/social-issues/building-ef-in-early-childhood/

เรื่อง นฤมล ทับปาน
ภาพ ปริสุทธิ์

07/06/2026

✨ เพราะ "รากฐานที่แข็งแรง" คือจุดเริ่มต้นของอนาคตที่งดงาม
มาร่วมสร้างกระบวนการพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้พวกเขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง เมื่อเด็กคนหนึ่งจะไม่ได้เพียงแค่ "รู้มากขึ้น" แต่จะ "เติบโตขึ้น" อย่างมั่นคง

มูลนิธิสยามกัมมาจล ภายใต้โครงการ TSQM-A ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) และ ภาคีเครือข่ายเพื่อการศึกษาไทย (TEP) ขอเชิญคุณครู ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้สนใจด้านการศึกษาปฐมวัย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้แข็งแรงทั้งความคิด จิตใจ และทักษะชีวิต ผ่านการเรียนรู้ที่มีความหมาย จากผู้เชี่ยวชาญและครูผู้มีประสบการณ์จริงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดภูเก็ต

เวทีเสวนาออนไลน์ Together We Grow by TSQM-A ครั้งที่ 5 ในหัวข้อ : การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้แข็งแรงผ่านการเรียนรู้ที่มีความหมาย
📅 วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569
⏰ เวลา 10.00 – 12.00 น. (สามารถเข้าระบบได้ตั้งแต่เวลา 09.45 น.)
💻 ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยเข้าร่วมได้ที่ :
https://zoom.us/j/94481727560?pwd=Q4Iqf0DKjOV8OkeyGaean2VYhSSkXZ.1

Meeting ID: 944 8172 7560
Passcode: 123456

"เด็กจะเติบโตอย่างแข็งแรง เมื่อการเรียนรู้มีความหมายต่อชีวิต" 🌱✨

05/06/2026

✨ เพราะ "รากฐานที่แข็งแรง" คือจุดเริ่มต้นของอนาคตที่งดงาม
มาร่วมสร้างกระบวนการพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้พวกเขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง เมื่อเด็กคนหนึ่งจะไม่ได้เพียงแค่ "รู้มากขึ้น" แต่จะ "เติบโตขึ้น" อย่างมั่นคง

มูลนิธิสยามกัมมาจล ภายใต้โครงการ TSQM-A ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) และ ภาคีเครือข่ายเพื่อการศึกษาไทย (TEP) ขอเชิญคุณครู ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้สนใจด้านการศึกษาปฐมวัย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้แข็งแรงทั้งความคิด จิตใจ และทักษะชีวิต ผ่านการเรียนรู้ที่มีความหมาย จากผู้เชี่ยวชาญและครูผู้มีประสบการณ์จริงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดภูเก็ต

เวทีเสวนาออนไลน์ Together We Grow by TSQM-A ครั้งที่ 5 ในหัวข้อ : การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้แข็งแรงผ่านการเรียนรู้ที่มีความหมาย
📅 วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569
⏰ เวลา 10.00 – 12.00 น. (สามารถเข้าระบบได้ตั้งแต่เวลา 09.45 น.)
💻 ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยเข้าร่วมได้ที่ :
https://zoom.us/j/94481727560?pwd=Q4Iqf0DKjOV8OkeyGaean2VYhSSkXZ.1
Meeting ID: 944 8172 7560
Passcode: 123456

"เด็กจะเติบโตอย่างแข็งแรง เมื่อการเรียนรู้มีความหมายต่อชีวิต" 🌱✨

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ห้องออกกำลังกายและกีฬา ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


19 Ratchada Phisek Road Chatuchak, Thailand
Bangkok
10900