28/08/2026
GW2 team 🔒
วีคนี้ทีมไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ค่อนข้างน่าเบื่อนิดนึง
ผมไม่เปลี่ยนตัวอะไรจากวีคที่แล้วเลย ถึงจะมีตัวเหลืองขึ้นสองคนก็ตาม ประเด็นสำคัญวีคนี้น่าจะอยู่ที่การเลือกกัปตันมากกว่า
ตัวเลือกสำหรับผมมีสองคน คือบรูโน่และเจาเปโดร โดยรายแรกจะมีโปรแกรมที่ง่ายกว่า เปิดบ้านเจออิปสวิช และสถิติที่น่าสนใจของบรูโน่ก็คือ ตั้งแต่คาร์ริคมาคุมทีม และแมนยูได้เล่นในบ้าน บรูโน่ไม่เคยblankเลยซักครั้ง
ส่วนเปโดร เชลซีมีฟอร์มดีมาก และฟอร์มส่วนตัวของแนวรุกเชลซีก็ดีทุกคนเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเปโดรที่เป็นเหมือนกับศูนย์กลางค่า xGI ของทีม
ตอนนี้ตัวเลือกกัปตันเลยน่าจะแตกออกเป็นสามคน คือบรูโน่ ฮาลันด์ และเปโดร ผมคิดว่าอันดับหนึ่งและสองคงเป็นบรูโน่และฮาลันด์ตามลำดับ เพราะฉะนั้นวีคนี้ผมเลยขอเสี่ยงลุ้นไปที่เปโดรดู เพราะตั้งแต่ช่วงพรีซีซั่น เจ้าตัวแทบจะยังไม่ blank เลยซักนัด
แล้วถ้าเกิดพลาดนัดนี้ ก็น่าจะกระทบกับอันดับไม่มาก จากที่วีคนี้คนเลือกที่จะกระจายกดกัปตันกันนั่นเอง แล้วเดี๋ยววีคหน้าไว้มากดใช้ชิป WC หรือ FH กันอีกทีนึงครับ
เดดไลน์คืนนี้เที่ยงคืนครึ่ง อย่าลืมกดจัดทีม และโชคดีกันทุกคนครับ
🌎 OVR: 3.77m
🧢 Pedro
🔁 Roll 1 FT
#คนไทยเล่นfpl
25/08/2026
นักเตะเชลซีฟอร์มดีแบบนี้ Wildcard เกมวีค 3 ต้องเอาเข้าให้หมดแล้วสิ
24/08/2026
เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ผมได้ไปร่วมงาน FPL Analytics Bootcamp #2 ของโค้ช FPL มาครับ หลักๆคืออยากไปเรียนรู้กับคนเก่งๆนั่นแหละว่า เขาใช้ข้อมูลอะไรในการเล่น FPL และนำมันมาตีความกันยังไงบ้าง
โดยเซสชั่นของงานนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ช่วงด้วยกัน ช่วงของ อจด FPL smart move จะไล่ตั้งแต่การดูสถิติพื้นฐาน+การตีความสถิติเบื้องต้น, GuyW แชมป์ FPL ประเทศไทยเมื่อ 2 ปีก่อน เรื่องการบริหารความเสี่ยง, แอดดราฟ FPL Growth Mindset การเข้าใจอคติทางความคิด และสุดท้าย โค้ช FPL กับการรีวิวทีมจากตัวเลขโมเดล และการใช้ Solio มาช่วยในการเล่น
ทุกเซสชั่นนั้นอัดแน่นมากๆ ความรู้ล้นๆ แต่พาร์ทที่ผมอยากนำมาเล่าที่สุดในบทความนี้จะเป็นพาร์ทของการบริหารความเสี่ยงของ GuyW คุณกาย แชมป์ FPL ประเทศไทย เพราะเป็นส่วนที่ผมคิดว่าคนกว่า 90% ที่เล่น FPL ไม่ค่อยได้รู้กัน
โดยในส่วนนี้ คำศัพท์ในการอธิบายเชิงลึกจะค่อนข้างเยอะ ใครที่อ่านแล้วยังงงๆ ก็สามารถคอมเม้นถามกันมาได้อีกทีครับ
ประโยคที่คุณกายเปิดคลาสขึ้นมา แล้วสะกิดต่อมผมมากๆประโยคหนึ่งเลยก็คือ ”ถ้าปีนี้เล่น FPL แล้วผมให้อันดับ Top100k กับคุณเลยตั้งแต่แรก คุณจะเอามั้ย?” “ก็นี่ไงวิธีเล่นให้ได้ Top100k”
สำหรับคนที่อยู่ในวงการมานาน จะเข้าใจกันดีว่า อันดับ Top100k หรืออันดับต่ำแสนนั้น จะหมายถึงเราประสบความสำเร็จในการเล่น FPL ในจุดๆหนึ่งแล้ว เพราะสามารถเป็น Top 1% ของโลกได้ เทียบกับผู้เล่นเป็นสิบๆล้านคน
การที่คุณกายฮุคด้วยประโยคนี้มาแต่ต้น ทำให้เข้าถึง pain point ของทุกคนได้เป็นอย่างดี
จากนั้นคุณกายถามต่อ “แล้วถ้าเป็น Top50k ล่ะจะเอามั้ย? หรือถ้าเป็น Top10k ล่ะ?”
รูปแรกที่ผมโชว์เลยจะเป็นรูป กราฟแปรผันตรงระหว่าง ค่า EV กับ FPL points
ค่า EV คือ Expected Value = projected season points หรือแปลเป็นไทยง่ายๆก็คือ คะแนนที่คาดการณ์ว่าจะทำได้ตลอดทั้งซีซั่นตามสถิติ
ส่วน FPL points ก็คือ คะแนน FPL ที่เกิดขึ้นจริงๆนั่นเอง
ซึ่งการที่กราฟเป็นกราฟ slope ชันขึ้น แบบชันน้อยๆแบบนี้ นั่นหมายถึง การใช้ EV นั้น มีผลต่อการเล่นจริงมากๆ ยิ่งทีมมี EV หรือ Projected points เยอะ คะแนนรวมในระยะยาวของเราก็จะดีขึ้นด้วยตามลำดับ ตีความได้ประมาณนี้
ทีนี้ถามว่า แล้วเรื่องนี้เกี่ยวยังไงกับการทำอันดับ?
รูปที่สองโชว์ต่อว่า ถ้าเราเล่น FPL ไปตามค่า EV ที่เยอะอยู่แล้ว หรือตามเทมเพลต เราจะสามารถจบซีซั่นที่อันดับ Top100k ได้ทุกปี
อย่างถ้าย้อนไปปี 2025/26 ที่พึ่งผ่านมา ถ้าเราเล่นไปตามเทมเพลต อันดับค่าเฉลี่ยจะจบอยู่ที่ 54k ของโลก หรือถ้าย้อนดูค่าเฉลี่ย 6 ปีหลัง อันดับจะอยู่ในช่วง 30k-76k ถือว่าสูงมากๆเลยทีเดียว
ทีนี้จะมีอีกสองคำศัพท์ที่สำคัญมากๆ คือ variance และ EO
variance แปลเป็นไทยง่ายๆ คือ “ค่าความแปรปรวน” ซึ่งมันคือค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) นำมายกกำลังสอง
และอีกคำ EO หรือ Effective Ownership ซึ่งหมายถึงเปอร์เซ็นต์การถือนักเตะ ซึ่งถ้านักเตะคนไหนมีค่า EO เยอะ แล้วเราไม่มี นั่นจะยิ่งกระทบกับอันดับของเรามากๆ
เราไม่ต้องสนใจสูตรข้างบน แต่อยากให้เข้าใจความสอดคล้องที่ว่า
1) ถ้าเราเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการรับความเสี่ยง (Risk averse) แล้วเลือกตัวที่ EO หรือคนถือกันเยอะๆ นั่นจะหมายถึง variance น้อย
2) แต่ถ้าเราเลือกที่จะรับความเสี่ยงสุดๆ (Risk taker) เลือกตัวที่ EO น้อย นั่นจะเท่ากับค่า variance เยอะ
ซึ่งจาก ข้อ 1 และข้อ 2 สุดท้ายเลยตกตะกอนออกมาเป็นเมตริกในการเลือกตัวในรูปสุดท้าย แบ่งออกเป็น Sword, Core, Avoid และ Shield
Core คือตัวที่บังคับว่าต้องมีในทีม เพราะมี EV และ EO ที่สูงทั้งคู่ ตัวอย่างที่เห็นภาพกันง่ายๆคือ บรูโน่ แฟร์นันเดส หรือเจา เปโดร ในฤดูกาลนี้
ถัดมา Avoid คือตัวที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะ EO นั้นต่ำ แถม EV ยังต่ำด้วยอีก ตัวอย่างอาจจะเป็นนักเตะของฮัลล์ ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะตกชั้นแน่ๆ และคนไม่เลือกกัน
ข้อสาม Shield คือตัวที่ควรมีติดทีมไว้เพื่อเซฟอันดับ เป็นตัวที่มี EO สูง แต่ EV ต่ำ ตัวอย่างเช่น Verbruggen ที่คนเลือกกันเยอะ แต่ EV อาจจะไม่ได้สูงอะไร เพราะเป็นแค่โกล
สุดท้ายสำคัญสุด Sword คือตัวที่มี EV สูง แต่ EO ต่ำ
โจทย์ของเราคือ เราต้องหา Sword ใหม่ๆให้เจอ เพราะ “Sword จะกลายมาเป็น Core ในอนาคต” ทำให้อันดับเราพุ่ง จากที่สามารถหาตัวที่เอาชนะเทมเพลตก่อนหน้ามาได้
ยกตัวอย่าง สมมติเกมวีค 3 ที่แมนซิตี้จะโปรแกรมกลับมาดี แล้วเราดันเลือกถูกตัว สมมติเป็นแชร์กี ซึ่งเป็นตัวที่ EO หรือคนเลือกน้อย แต่ EV ดีมาก นี่ก็จะเป็น Sword ของเรา ซึ่งอาจจะกลายมาเป็นเทมเพลตหรือ Core ในอนาคตของทุกคนต่อๆไป
ซึ่งถ้าเรามี ”Core ที่ดี“ และเลือก “Sword ใหม่ถูกตัว” เข้ามาได้เรื่อยๆตาม EV หรือก็คือ ”เล่นตามเทมเพลตทุกวีค“ เราก็จะสามารถจบอันดับดี ตามที่อธิบายไปแล้วได้ไม่ยาก
สุดท้าย ถ้าเราอยากจบอันดับ Top50k หรือ Top10k หรืออันดับ 1 ของโลกต้องทำยังไงล่ะ?
คำตอบอยู่ในสิ่งที่อธิบายไปแล้วข้างต้นทั้งหมด เราต้องเล่นแบบ “Risk taker ”หรือ “หาตัวที่มี EO น้อย และ variance เยอะ”
ช่วงแรกๆเราอาจจะต้องหาเทมเพลตให้เจอ และเกาะเทมเพลตไปก่อน เล่นแบบ ”Risk Averse“ จนอันดับเข้าไปอยู่ในช่วง Top100k
จากนั้น พอถึงจังหวะที่เราต้องการอันดับดีจริงๆ เราต้องเปลี่ยนโหมดกลายเป็น “Risk taker“ เพื่อวัดไปเลยว่า สุดท้ายแล้วเราจะได้อันดับดี หรือจบที่อันดับกลางๆกันแน่
ถ้าสมมติอันดับเฉลี่ยอยู่ที่ 5หมื่น แล้วเราเลือกเล่นแบบ Risk taker อันดับแย่สุด เราอาจจะจบที่ 150k แต่อันดับดีสุดเราอาจจะจบที่ 5,000 ก็เป็นได้
ก็ถือว่าเป็น High risk, High return กันไป และนี่ก็จะเป็นภาพรวมของการบริหารความเสี่ยงในการเล่น FPL ทั้งหมดแบบเข้าใจง่าย
จริงๆมันมีรายละเอียดเชิงลึกกว่านี้อีกเยอะมากๆ แต่ผมคิดว่า ผมอยากอธิบายภาพให้เห็นแค่ภาพใหญ่ๆก่อน เพราะแค่นี้มันก็ค่อนข้างจะเข้าใจยากมากๆแล้ว สำหรับบทความๆหนึ่ง
เอาไว้ถ้ามีโอกาส ผมคงมาเขียนเจาะลึกเรื่องนี้ให้มากกว่าเดิม หรืออาจมาเขียนเซสชั่นอื่นๆให้ได้อ่านกัน
สุดท้ายก็ขอบคุณงานดีๆจากโค้ช FPL ถ้ามีงานนี้ครั้งที่สามในปีหน้า ใครที่ยังไม่เคยไปก็อยากให้ลองไปฟังกันดูซักครั้งครับ
#คนไทยเล่นFPL
21/08/2026
GW1 Bench Boost team 🔒
ปีนี้ผมล็อคทีมค่อนข้างไว อาจจะเพราะแผนช่วงออกตัวนิ่งมากๆแล้วว่าจะใช้ BB1 + FH/WC3 ทีมนี้น่าจะ 95% ล็อคตัวแล้ว 14 จาก 15 ตัว ถือว่าดิฟพอสมควรถ้าให้วิจารณ์ทีมตัวเองเทียบกับเทมเพลตที่คนอื่นจัดกัน
โกลเลือกใช้เป็น Kinsky, Verbruggen โดยรายแรก จริงๆผมอยากได้ Raya มากกว่า แต่จัดทีมยังไงก็ไม่ลงตัว เลยเลือก Kinsky นี่แหละที่ฟอร์มดี เซฟอุตลุดช่วงพรีซีซั่น
ส่วนรายหลัง ไบรท์ตันจะเปิดบ้านเจอกับแอสตันวิลล่าที่กำลังพิการกองหน้าอยู่ เพราะกองหน้าจากเกมอุ่นเครื่องพากันเจ็บหมด แถม Verbruggen ก็กำลังมีฟอร์มดีอีก
กองหลัง Neco Williams กับ Shaw เป็นตัวยืน โดยมี Calafiori ที่เลือกเข้ามาใช้งานระยะสั้นแทน Gabriel
ถามว่าทำไมถึงไม่ใช้ Gabriel? เพราะผมมองว่า เงินที่ไปจมกับ Gabriel สามารถกระจายไปเพิ่มเพดานคะแนนของกองกลางกับกองหน้าได้มากกว่า ยิ่งจากโปรแกรมที่ไม่ดีของทีมปืนใหญ่ตั้งแต่ GW2 ด้วยแล้ว
ส่วนอีก 2 คน ผมเลือก Palestra และ Davis โดย Palestra ยืนสูงและการันตีตัวจริงในทีมของอลอนโซ่ ส่วน Davis นี่คือตำแหน่งที่ผมยังไม่ชัวร์ตำแหน่งเดียว แต่ผมยังรู้สึกชอบ Davis มากกว่า Hume จากที่อิปสวิชจะได้เล่นในบ้าน และเขามักจะมีส่วนร่วมแทบจะทุกประตูของทีม
กองกลาง Bruno, Tzolis, Mbeumo เป็น a must ต้องมีติดทีม ส่วน Semenyo จริงๆแอบ 50/50 แต่ต้องเลือกเข้าทีมไว้ก่อน เผื่อแนวรุกของแมนซิตี้ เกิดองค์ลงยิงระเบิดขึ้นมา
จะมี MGW ที่ผมแทบไม่เคยพูดถึงมาก่อนเลย ผมคิดว่าเขาเป็นตัวรุกที่ดีที่สุดของฟอเรสต์ เวลาลงเล่นเยอะกว่ากองหน้าในทีมทุกคน แถมมีจุดโทษด้วย (ถ้า Wood ไม่ลง) คิดว่าคุ้มค่าในระยะสั้นมากๆ
สุดท้ายกองหน้า Pedro กับ DCL คงไม่ต้องพูดถึงกันแล้ว จะมีก็แต่ Isak ที่น่าจะเป็นประเด็นสำคัญ
ผมเลือกเขาเพราะเขาเป็นศูนย์กลางของค่า xG ของทีมลิเวอร์พูล เทียบกับตัวรุกคนอื่นๆอย่าง Wirtz หรือ Szoboszlai ส่วน Gakpo เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าเขาจะย้ายทีมในช่วงที่จะถึงนี้มั้ย
นอกจากนี้กองหน้าตัวสำรอง Isak ยังเป็นกองหน้าดาวรุ่งอายุ 18 อีก ผมเลยเลือก punt เขาแบบไม่ลังเลครับ
ทีมนี้ใช้เงินไป 99m เหลืออยู่ 1m ก็คือตรง Davis-4.0, Hume-4.5, Ballard-5.0 นั่นแหละ ที่ยังเปลี่ยนกลับไปกลับมา ภาพรวมทีมก็จะประมาณนี้
จริงๆมีอีกหลายเรื่องที่ผมอยากเขียนมาก อย่างงาน Analytics Bootcamp ครั้งที่ 2 ที่โค้ช FPL จัด หรือการ backtest สถิติต่างๆที่เคยเกริ่นไว้ แต่ช่วงนี้งานเยอะจริงๆ เดี๋ยวคงกลับมาเขียนหลังจากพ้นช่วงนี้ไป วีคนี้ก็โชคดีช่วงออกตัวกันทุกคนครับ
ปล. เดดไลน์เที่ยงคืนครึ่งคืนนี้ อย่าจัดทีมกันเพลินนะ
🌎 OVR: 1
🧢 Bruno
🪑 Bench Boost active
#คนไทยเล่นfpl
20/08/2026
ช่วยโพสต์อีกแรง สำหรับคนมีแพ็คดูบอล Monomax อยู่แล้ว อย่าลืมสมัคร FPL ของ Monamax เพื่อลุ้นของรางวัลใหญ่ทั้งรายเดือนและรายปีกันครับ มีแจกตั้งแต่คูปองกินข้าว ทีวี ยันตั๋วดูบอลเลย ลิงค์สมัครอยู่ที่ใต้คอมเม้น อย่าลืมไปกรอกกันนะ
20/08/2026
นักเตะ 11 คน ที่มีส่วนร่วมกับประตูของทีมมากกว่า 30% ในฤดูกาลก่อน เผื่อจะนำไปเลือกตัว talisman เข้าทีมกัน
1. Haaland : มีส่วนร่วม 45.5% ของประตูทั้งหมดของแมนซิตี้
2. Bruno : 43.5% ของประตูทั้งหมดของแมนยู
3. Thiago : 41.8% ของประตูทั้งหมดของเบรนฟอร์ด 👀
4. MGW : 39.6% ของประตูทั้งหมดของฟอเรสต์ 👀
5. Wilson : 36.2% ของประตูทั้งหมดของฟูแล่ม (ย้ายไปลีดส์แล้ว)
6. Joao Pedro : 34.5% ของประตูทั้งหมดของเชลซี
7. Watkins : 34% ของประตูทั้งหมดของวิลล่า
8. Richarlison : 31.3% ของประตูทั้งหมดของสเปอร์ส
9. DCL : 30.6% ของประตูทั้งหมดของลีดส์
10. Jack Clarke : 33.8% ของประตูทั้งหมดของอิปสวิช
11. Oli Mcburnie : 31.4% ของประตูทั้งหมดของฮัลล์
ปล. ผมแอบมีตัวข้อ 3/4 ในทีมคนนึงด้วย ไว้มารอดูทีมกันว่าจะอยู่จนถึงนาทีสุดท้ายเลยมั้ย
ขอบคุณข้อมูลจากทวิตเตอร์ FPL GOAT ครับ
19/08/2026
คลิปตอนที่ 2 สรุปฟอร์มพรีซีซั่นมาแล้วครับ คิดว่าจะทำไม่เดดไลน์ซะแล้ว ลิงค์อยู่ที่ใต้โพสต์เลย ไปเจาะลึกแบบละเอียดทั้ง 20 ทีมกัน
14/08/2026
คืนนี้ผมมีไปไลฟ์กับ FPL THAI BROS นะครับ 4ทุ่มเวลาดีเวลาเดิม ไปจัดเต็มฟอร์มพรีซีซั่นกัน
ส่องฟอร์มPre-Season | FPL Thai Bros 2026/27
ส่องฟอร์มPre-SeasonFPL Carletto - https://www.facebook.com/fplcar...
11/08/2026
เมื่อวันก่อน Alex Palmer มือโกลราคา 4.0 ของอิปสวิชทาวน์ ไม่ได้ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่อง ผมเลยต้องมารื้อทีมทิ้งใหม่ทั้งหมด ลองจัดทีมแบบ No Haaland ดู เพราะทีมเก่าไม่รู้จะไปรีดงบจากตรงไหนออกมาแล้ว
พอจัดเสร็จ มาดูภาพรวม ทีมนี้แอบดูดีกว่าทีมก่อนซะอีก กองหลังใส่ได้ทั้ง Gabriel, Palestra กลางมี Semenyo, Mbeumo, Wirtz และปิดท้ายกองหน้าตรงตำแหน่ง Haaland ก็ใส่เป็น Igor Jesus เทพพรีซีซั่นลงไปแทน
นอกจากนี้ ผมได้มีโอกาสนั่งดูคลิปของคนที่ถูกยกว่าเป็นผู้จัดการทีมอันดับหนึ่งของโลกคนปัจจุบันอย่าง Ben Crellin (จากอันดับรวม 5 ปีหลังสุด) เขาก็เลือกที่จะ No Haaland เหมือนกัน โดยแผนของเขาคือกด BB1 และ FH3 (Free Hit เพื่อนำ Haaland มากัปตัน) เน้นไต่อันดับช่วงวีคแรกโดยดิฟใส่ Cole Palmer ลงไปในทีมด้วย
ก็ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ไม่แย่เลย ลองนำไปปรับใช้กันดูครับ