27/09/2026
🏴🇪🇸 มุมมองหลังเกม : เกมที่ Wembley เกือบกลายเป็นคืนแห่งความฝัน ก่อน Spain จะเตือนว่า…แชมป์โลกเขาไม่ได้มาเล่น ๆ
ถ้าจะมีเกมไหนที่ทำให้แฟนบอล England เดินกลับบ้านด้วยอารมณ์ประมาณว่า “เออ…มันควรชนะนะ แต่ทำไมแพ้วะ?” เกมนี้คงติดอยู่ในอันดับต้น ๆ
เพราะ England ไม่ได้แพ้แบบโดน Spain ไล่ถล่มจนหาทางกลับบ้านไม่เจอ ตรงกันข้าม พวกเขาเคยพลิกจากตามหลังขึ้นนำ 2-1 เล่นด้วยความดุดันจน Wembley ลุกเป็นไฟ และมีโอกาสหนีเป็น 3-1 จากจุดโทษด้วยซ้ำ
แต่ฟุตบอลระดับนี้มันใจร้ายตรงที่… โอกาสหนึ่งครั้งที่พลาด อาจเปลี่ยนทั้งเรื่องราวของเกม
และเมื่อ England พลาดจุดโทษนั้น Spain ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมืออีก
สุดท้ายทีมแชมป์โลกกลับบ้านพร้อมสามแต้ม หลังจาก Mikel Oyarzabal ยิงประตูชัยให้ Spain บุกชนะ England 3-2 ในเกมเปิดสนาม Nations League กลุ่ม A3 ที่ Wembley อย่างดุเดือดสมกับการเป็นการเจอกันของสองทีมที่เพิ่งผ่านฟุตบอลโลกมาด้วยความคาดหวังมหาศาล (UEFA.com)
แต่ถ้ามองลึกลงไป เกมนี้มีอะไรให้พูดมากกว่าผลแพ้ชนะเยอะมาก
🇪🇸 Spain เปิดเกมเหมือนตั้งใจจะเตือน England ว่า “จำพวกเราได้ไหม?”
แค่ 2 นาที ก็รู้แล้วว่าเกมนี้จะไม่ใช่ค่ำคืนสบาย ๆ ของเจ้าบ้าน
Marc Guéhi พยายามเล่นบอลกลับไปทางประตูตัวเอง แต่การตัดสินใจผิดพลาดเปิดช่องให้ Lamine Yamal ฉกบอลไปได้ ก่อนดาวรุ่งวัย 19 ปีจะพาบอลเข้าไปจบสกอร์ผ่าน James Trafford เข้าไปทางเสาไกลอย่างเยือกเย็น
Wembley เงียบกริบในเวลาไม่ถึงสองนาที
นี่คือสิ่งที่ Spain ทำได้ดีที่สุด พวกเขาไม่จำเป็นต้องครองบอลจนคู่แข่งไม่มีโอกาสแตะบอล แค่รอความผิดพลาดเล็ก ๆ แล้วเปลี่ยนมันเป็นประตูทันที
และหลังจากนั้น Spain ยังมีโอกาสบวกเพิ่มอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะ Ferran Torres ที่เคยส่งบอลเข้าประตูได้ แต่ถูกจับล้ำหน้า ก่อนจะมีอีกหลายจังหวะที่แนวรุกของ Spain หลุดเข้าไปกดดันแนวรับ England ได้ (Sports Mole)
ตรงนี้ต้องให้เครดิต England เหมือนกัน เพราะแทนที่จะเสียทรงหลังโดนนำ พวกเขากลับค่อย ๆ ตั้งสติ แล้วเริ่มไล่บีบ Spain จากแดนบนมากขึ้น
และเมื่อ England เริ่มเล่นฟุตบอลในแบบที่มีความเร็วและความกล้า เกมก็เปลี่ยนทันที
🏴 Gordon จุดไฟ Wembley แล้ว Bellingham ก็เติมน้ำมัน
นาที 36 England ได้ประตูตีเสมอจากจังหวะสวนกลับที่สวยมาก
Elliot Anderson แย่งบอลได้บริเวณนอกเขตโทษของ England ก่อนจ่ายให้ Anthony Gordon จากนั้น Gordon เล่นบอลต่อให้ Jude Bellingham ซึ่งลากบอลขึ้นหน้าแล้วแทงกลับให้ Gordon หลุดเข้าเขตโทษ ก่อนปีกของ England จะยิงผ่าน Unai Simón เข้าไปอย่างเฉียบขาด
จากตามหลัง 0-1 อยู่พักใหญ่ อยู่ดี ๆ Wembley กลายเป็นสนามที่เสียงดังจนเหมือนทุกคนเพิ่งค้นพบว่า England ยังไม่ได้ตกรอบอะไรสักหน่อย
Gordon เล่นได้โดดเด่นมาก
เขาไม่ได้มีดีแค่ความเร็ว แต่ยังเล่นตรงไปตรงมา กล้าวิ่งเข้าพื้นที่ กล้าดวล และที่สำคัญคือไม่หายจากเกมหลัง Spain ขึ้นนำเร็ว (Sports Mole)
และนี่คือสิ่งที่ England ต้องการจากผู้เล่นแนวรุกมากที่สุด
ไม่ใช่แค่คนที่ยืนรอบอล แต่เป็นคนที่พร้อมวิ่งทำลายแนวรับด้วยตัวเอง
🏴☠️ 4 นาทีต่อมา England พลิกเกมเฉย
นาที 40 จากทีมที่กำลังตั้งรับ กลายเป็นทีมที่ขึ้นนำ 2-1
Nico O’Reilly เติมขึ้นมาทางซ้าย ก่อนเปิดบอลเข้าเขตโทษไปยัง Harry Kane ซึ่งขยับเข้าหาบอลแล้วโหม่งไปทางมุมล่าง แต่บอลไปโดน Marc Cucurella เปลี่ยนทางก่อนเข้าประตูไป
เครดิตประตูเป็นของ Kane แต่ถ้าจะให้เล่าตรง ๆ มันมีโชคของเจ้าบ้านปนอยู่พอสมควร
แต่แฟน England ไม่สนหรอกครับ
บอลเข้าก็คือเข้า
Wembley ระเบิดอีกครั้ง
Spain ที่เมื่อ 40 นาทีก่อนยังดูเหมือนควบคุมทุกอย่าง กลับกลายเป็นฝ่ายตามหลัง 1-2 อย่างไม่น่าเชื่อ
Sky Sports ถึงกับชี้ว่า Spain เคยมีโอกาสเหนือกว่าในช่วงต้นเกม แต่ความผิดพลาดของ England กลับถูกตอบโต้ด้วยช่วงเวลา 10 นาทีอันยอดเยี่ยมของเจ้าบ้าน ซึ่งเปลี่ยนเกมไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ (Sky Sports)
😱 จุดเปลี่ยนของเกมอยู่ตรงนี้… Kane กับจุดโทษที่ชนคาน
England เริ่มครึ่งหลังได้ดี และมีโอกาสที่จะทำให้ Spain เสียหายหนักกว่าเดิม
นาที 53 Jude Bellingham ถูก Rodri ทำฟาวล์ในเขตโทษ หลังผู้ตัดสิน Davide Massa ตรวจสอบภาพจากจังหวะย้อนกลับ จึงเปลี่ยนคำตัดสินและมอบจุดโทษให้ England
Harry Kane เดินมาวางบอล
ถ้ายิงเข้า…
3-1
Spain จะต้องเปิดเกมมากขึ้น และ England จะได้พื้นที่สวนกลับมหาศาล
แต่ฟุตบอลไม่ใช่เกมที่เขียนด้วยคำว่า “ถ้า”
Kane ลื่นในจังหวะยิง บอลพุ่งไปชนคานเต็ม ๆ ก่อนกระเด้งออกมา
ตูม!
และในวินาทีนั้นเหมือนเกมเปลี่ยนขั้วทันที
นี่ไม่ใช่แค่การพลาดจุดโทษธรรมดา เพราะมันเกิดขึ้นในช่วงที่ England กำลังมีโมเมนตัมและกำลังจะหนีห่างเป็นสองประตู
Sky Sports ระบุชัดว่าจังหวะนี้เป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม ขณะที่ Kane มีโอกาสทำให้ England นำ 3-1 แต่ลูกยิงกลับชนคาน (Sky Sports)
บางทีฟุตบอลก็มีอารมณ์ขันแบบแสบ ๆ
England เพิ่งกลับมานำ Spain 2-1
แล้วฟุตบอลก็บอกว่า…
“พอแล้ว เดี๋ยวกลับมาเล่นต่อกันใหม่”
🇪🇸 Spain ไม่ได้ตกใจ แต่เปลี่ยนคนแล้วเปลี่ยนเกม
จุดที่น่าสนใจที่สุดของ Spain คือ Luis de la Fuente ไม่ได้ปล่อยให้เกมไหลไปตามความเสียหาย
Alex Baena ถูกส่งลงสนามในนาที 55
และหลังจากนั้นแค่ไม่กี่นาที…
เขาก็เปลี่ยนเกม
นาที 60 Nico O’Reilly พยายามจ่ายบอลกลับ แต่ผิดพลาดจน Dani Olmo แย่งบอลได้ ก่อนส่งต่อให้ Baena บริเวณนอกเขตโทษ
Baena จับบอลหนึ่งจังหวะ ขยับเข้าขวา แล้วปั่นบอลโค้งผ่าน Trafford เข้ามุมล่างอย่างสวยงาม
2-2
จากคนที่เพิ่งลงสนามไม่กี่นาที กลายเป็นคนที่ทำให้ Spain กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
และนี่คือสิ่งที่ทำให้ Spain น่ากลัว
พวกเขามีระบบที่ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าระบบติดขัด ยังมีผู้เล่นจากม้านั่งสำรองลงมาเปลี่ยนเกมได้อีก
Baena ไม่ได้หยุดแค่ยิงประตูตีเสมอ
เขากำลังจะเป็นคนเขียนบทสุดท้ายด้วย (Sports Mole)
🇪🇸 นาที 74…ประตูที่ทำให้ Wembley เงียบอีกครั้ง
Spain กลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมมากขึ้นหลังตีเสมอ
นาที 74 Fabián Ruiz จ่ายบอลผ่านตรงกลางให้ Baena บริเวณหน้าเขตโทษ ก่อน Baena จะจ่ายต่อให้ Mikel Oyarzabal ที่วิ่งเข้าไปในเขตโทษ
Oyarzabal แตะบอลหนึ่งครั้ง แล้วเห็น James Trafford วิ่งออกมา
แทนที่จะยิงแรง…
เขาเลือก ยกบอลข้ามตัวผู้รักษาประตู
บอลลอยผ่าน Trafford แล้วตกลงไปในประตูอย่างนิ่มนวล
3-2
จบเลย
หรืออย่างน้อยแฟน England คงรู้สึกว่า “งานเข้าแล้ว”
และยิ่งเจ็บตรงที่ Oyarzabal คือคนที่เคยยิงประตูชัยให้ Spain เอาชนะ England ในนัดชิงชนะเลิศยูโร 2024 มาแล้ว
ประวัติศาสตร์ไม่ได้ซ้ำทั้งหมด แต่บางครั้งมันก็ชอบมาเคาะประตูบ้านเดิม (เรอัล มาดริด)
🇪🇸 Baena คือคนที่ลงมาเปลี่ยนเกมจริง ๆ
ถ้าต้องเลือกหนึ่งคนที่เปลี่ยนเกมนี้อย่างแท้จริง ชื่อของ Alex Baena แทบจะหลีกหนีไม่พ้น
ลงสนามช่วงครึ่งหลัง
ยิงประตูตีเสมอ
แล้วเป็นคนจ่ายให้ Oyarzabal ยิงประตูชัย
สองจังหวะสำคัญที่สุดหลังพักครึ่งมาจากคนคนเดียว
แต่ต้องไม่ลืมว่า Spain ไม่ได้ชนะเพราะ Baena คนเดียว
ระบบของทีมยังคงทำงานตลอดเกม การเคลื่อนที่ของแนวรุก การหมุนบอล และการกดดันเมื่อเสียบอล ทำให้ England ต้องถอยลงไปรับลึกในหลายช่วง
สถิติสะท้อนว่า Spain ครองบอล 53% และมีโอกาสยิง 15 ครั้ง ขณะที่ England ยิง 13 ครั้ง โดยทั้งสองทีมยิงตรงกรอบ 5 ครั้งเท่ากัน (Sports Mole)
ดังนั้นนี่ไม่ใช่เกมที่ England ถูกบดจนหมดทางสู้
แต่เป็นเกมที่ Spain ใช้คุณภาพในช่วงเวลาสำคัญได้ดีกว่า
🏴 แล้ว England ล่ะ แพ้เพราะเล่นแย่ไหม?
ผมว่าไม่ถึงขนาดนั้น
และนี่เป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเกมนี้
England มีช่วงเวลาที่ดีมาก โดยเฉพาะหลังโดนนำ 1-0 พวกเขาเล่นเร็วขึ้น กล้าเพรสมากขึ้น และสวนกลับได้อันตราย
Anthony Gordon เด่นมาก
Jude Bellingham ก็ยังเป็นตัวสร้างความแตกต่างของทีม เขาเป็นคนมีส่วนกับประตูตีเสมอ และเป็นคนเรียกจุดโทษให้ทีม
Harry Kane มีทั้งประตูและจุดโทษที่พลาด
ดังนั้นเกมรุกของ England มีสิ่งให้ต่อยอดค่อนข้างเยอะ
ปัญหาใหญ่กลับอยู่ด้านหลัง
Marc Guéhi พลาดในจังหวะแรก
Nico O’Reilly พลาดในจังหวะที่สอง
และการเสียประตูที่สามเกิดจากการเปิดพื้นที่ให้ Baena แทงบอลทะลุถึง Oyarzabal
การเจอกับทีมอย่าง Spain ถ้าคุณแจกของขวัญสองกล่องในเกมเดียว มันก็ยากมากที่จะหวังเดินกลับบ้านพร้อมสามแต้ม
Sky Sports มองว่า England มีช่วงเวลาที่ดีมากและแสดงให้เห็นถึงความกล้าในการเล่นเกมรุก แต่ความผิดพลาดด้านหลังกลายเป็นจุดที่ Spain ใช้ลงโทษได้ทันที (Sky Sports)
🇪🇸 ส่วน Spain…พวกเขายังเป็น Spain คนเดิม
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การชนะ England
แต่คือการที่พวกเขาเสียความได้เปรียบไปแล้วกลับมาเอาชนะได้
ทีมของ Luis de la Fuente มีทั้งความสามารถในการครองบอล ความเร็วในการเปลี่ยนจังหวะ และที่สำคัญคือมีผู้เล่นที่สามารถสร้างความแตกต่างได้จากทั้งตัวจริงและตัวสำรอง
Lamine Yamal ยิงตั้งแต่ต้นเกม
Baena ลงมาเปลี่ยนเกม
Oyarzabal ปิดบัญชี
นี่คือความลึกของทีมที่กำลังอยู่ในช่วงพีกจริง ๆ
และต้องยอมรับว่า ถ้าดูจากคุณภาพการเล่นในช่วงต้นเกม Spain มีโอกาสยิงเพิ่มได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ พวกเขาพลาดโอกาสหลายครั้งจนเปิดประตูให้ England กลับมาได้ (Sports Mole)
🔥 สรุป : England มีของ แต่ Spain มีทั้งของและระบบ
นี่เป็นเกมที่น่าปวดหัวสำหรับ England เพราะมันเป็นความพ่ายแพ้ที่มีทั้งเรื่องน่าภูมิใจและเรื่องที่ต้องแก้
พวกเขากลับมาจาก 0-1 เป็น 2-1 ได้
Anthony Gordon แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถเป็นอาวุธสำคัญในเกมระดับชาติได้
Jude Bellingham ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของทีม
Harry Kane ยังยิงประตูได้
แต่เมื่อเจอทีมระดับ Spain ความผิดพลาดสองสามครั้งสามารถทำลายทุกอย่างได้ทันที
ส่วน Spain ก็ส่งข้อความกลับไปถึงยุโรปอย่างชัดเจนว่า ต่อให้คุณนำพวกเขา 2-1 ในสนาม Wembley พวกเขาก็ยังมีทั้งเวลา คุณภาพ และผู้เล่นมากพอที่จะกลับมาเอาชนะคุณได้
เกมนี้อาจเป็นแค่เกมเปิด Nations League และไม่ได้ตัดสินแชมป์อะไรทั้งนั้น แต่สำหรับ England นี่คือบทเรียนสำคัญมากในการเตรียมทีมสู่ Euro 2028 ส่วน Spain ก็เดินหน้าในฐานะแชมป์โลกและแชมป์ยุโรป พร้อมเป้าหมายรักษามาตรฐานของทีมที่กำลังอยู่บนจุดสูงสุดของวงการ (England Football)
และถ้ามองย้อนกลับไป…
นี่อาจเป็นเกมที่แฟนบอลรู้สึกเสียดายที่สุด เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือน “นี่แหละ นัดชิงที่เราอยากเห็นในฟุตบอลโลก”
England มีช่วงเวลาที่เกือบคว้าชัย
Spain มีช่วงเวลาที่เกือบโดนฆ่า
แต่สุดท้ายทีมแชมป์โลกเป็นฝ่ายยืนอยู่บนสนามพร้อมสามแต้ม
ส่วน England ต้องกลับไปถามตัวเองว่า…
ถ้าอยากเอาชนะทีมระดับ Spain ให้ได้จริง ๆ เราต้องแก้อะไรอีกหนึ่งขั้น?
เพราะฟุตบอลไม่ใช่แค่ผลแพ้ชนะ…แต่มันคือเรื่องราวของคนที่ชีวิตมีแต่ฟุตบอล
แล้วคุณล่ะ ถ้าเกมนี้เป็นนัดชิงฟุตบอลโลกจริง ๆ คุณคิดว่า England แพ้เพราะ แนวรับพลาดเอง หรือ Spain แสดงให้เห็นว่า พวกเขายังอยู่เหนือ England อีกหนึ่งขั้น?
UEFA Nations League - Round 1 :
้ำหน้าฟุตบอล