จากเด็ก "วัด" สู่ "โรงเรียนวัด"
เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ติดตามชมพร้อมกันเย็นนี้
ครูกอล์ฟ คำรณ ขอจรกลาง ผู้ฝึกสอนโรงเรียนเทศบาล 3 วัดสหมิตรมงคล ตั้งตรงจิตร 6 สระบุรี
#สสส #สคล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน #เด็กวัด #เส้าหลินสระบุรี
SDN Futsal No-L
สร้างพื้นที่สร้างสรรค์เปิดเวทีให้นักกีฬาเยาวชนได้พัฒนา เพื่อให้เยาวชนห่างไกลอบายมุขทั้งปวงด้วย "กีฬา"
16/08/2026
"ก้าวสู่ฝันอย่างมั่นใจไปกับรางวัลรองเท้ากีฬาคุณภาพ"
ขอขอบคุณ บริษัท บาโอจิ ที่ร่วมสนับสนุนการแข่งขัน Buengkan Futsal Championship 2026 พร้อมขับเคลื่อนพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนบึงกาฬห่างไกลอบายมุข สมกับคำว่า "บาโอจิ ทั่วไทยไปกับ sdn futsal no-l" มี sdn futsal No-L ที่ไหน พบ baoji ที่นั้น !
#สสส #สคล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน #บึงกาฬ #บาโอจิ
16/08/2026
"เพราะลูกฟุตซอลหนึ่งลูกมีความหมายมากกว่าแค่การแข่งขัน"
ขอขอบคุณ Mazsa ที่ร่วมสนับสนุนและเคียงข้างโครงการ SDN Futsal No-L ในการส่งต่อโอกาส พัฒนาทักษะ สร้างภูมิคุ้มกันชีวิตให้เยาวชนไทยไปพร้อมกับพวกเรา และร่วมสนับสนุนพื้นที่สร้างสรรค์เยาวชน ด้วยพลังฟุตซอล No-L ณ จังหวัดบึงกาฬ "Buengkan Futsal Championship School League 2026"
#สสส #สคล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน #บึงกาฬ
16/08/2026
ยกระดับพลังท้องถิ่น เมื่อ "บึงกาฬ" ขับเคลื่อนอนาคตเยาวชนด้วยพลังฟุตซอล No-L
การต่อยอดจากแนวคิดของโครงการ SDN Futsal No-L ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ได้เบ่งบานสะท้อนผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อยอดลงสู่ระดับจังหวัด เมื่อจังหวัดบึงกาฬลุกขึ้นมาผนึกกำลังครั้งใหญ่เพื่อสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้แก่เยาวชน
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ หอประชุมหนองปลาตอง วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ ได้มีพิธีเปิดการแข่งขัน "ฟุตซอลบึงกาฬ แชมเปี้ยนชิพ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี" (Buengkan Futsal Championship School League 2026) อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิดหลัก “เพื่อนกันมันส์โนแอล” (ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เสพ ไม่พนัน) ชิงถ้วยรางวัลจาก ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีนางแว่นฟ้า ทองศรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
จุดเด่นและความร่วมมือในการขับเคลื่อน
- การบูรณาการพลังท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจัดการแข่งขันกีฬา แต่เป็นการรวมพลังของ 8 สถานศึกษาชั้นนำในจังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคบึงกาฬ, โรงเรียนหนองเข็งวิทยาคม, โรงเรียนศรีวิไลวิทยา, โรงเรียนบุ่งคล้านคร, โรงเรียนศรีชมภูวิทยา, โรงเรียนโซ่พิสัยพิทยาคม, โรงเรียนหนองยองพิทยาคม รัชมังคลาภิเษก และโรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม ที่ตบเท้าเข้าร่วมชิงชัยและร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้แก่เยาวชน
- พิธีลงนาม MOU สู่การปฏิบัติจริง อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการที่ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ นางแว่นฟ้า ทองศรี นายก อบจ.บึงกาฬ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “สถานศึกษาปลอดบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาเสพติด” ร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษาและภาคีเครือข่าย เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อของปัจจัยเสี่ยงรอบตัว
การแข่งขันฟุตซอลครั้งนี้ จึงเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า เมื่อเครือข่ายภาคประชาสังคมและท้องถิ่นจับมือกันนำ "กีฬา" มาเป็นเครื่องมือนำทาง สนามฟุตซอลขนาดเล็กจะไม่เป็นเพียงแค่สถานที่แข่งขันแพ้ชนะอีกต่อไป แต่จะทำหน้าที่เป็น "พื้นที่สร้างสรรค์และเกราะคุ้มกันชั้นดี" ที่ช่วยปลุกปั้นให้เยาวชนบึงกาฬเติบโตไปพร้อมกับวินัย ศักยภาพ และห่างไกลจากอบายมุขอย่างยั่งยืน
#สสส #สคล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน #บึงกาฬ
15/08/2026
เตือนภัยสายกีฬา ดื่มแอลกอฮอล์คู่กับการออกกำลังกาย เสี่ยง “ตะคริวรุนแรง และชักเกร็ง” อันตรายถึงชีวิต
การเล่นกีฬาและการออกกำลังกายถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน แต่สิ่งที่มักมาคู่กันและกลายเป็นภัยเงียบใกล้ตัว คือ “พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการออกกำลังกาย” หรือการดื่มสังสรรค์ทันทีหลังจากใช้ร่างกายอย่างหนักหน่วง ซึ่งแพทย์และนักวิชาการชี้ตรงกันว่าพฤติกรรมนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อร่างกายอย่างรุนแรง ผ่าน 2 กลไกสำคัญทางสรีรวิทยา
1. กลไกการเกิดตะคริว ร่างกายขาดน้ำและสูญเสียเกลือแร่ขั้น
อาการตะคริว (Muscle Cramp) คือการหดเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างฉับพลันและรุนแรง มักเกิดบริเวณน่องหรือต้นขา ยามที่เราออกกำลังกาย ร่างกายจะสูญเสียน้ำและอิเล็กโทรไลต์ผ่านเหงื่อ
สถานการณ์จะยิ่งอันตรายขึ้นเมื่อมี แอลกอฮอล์ เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ยับยั้งฮอร์โมนควบคุมน้ำ ทำให้ไตขับน้ำออกทางปัสสาวะมากขึ้น เมื่อร่างกายเผชิญภาวะขาดน้ำ ร่วมกับการเสียสมดุลเกลือแร่ (โซเดียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม) ศักย์ไฟฟ้าที่เยื่อหุ้มเซลล์กล้ามเนื้อจะผิดปกติ ส่งผลให้เส้นใยกล้ามเนื้อหดตัวค้างและคลายตัวไม่ได้ จนเกิดอาการปวดเกร็งอย่างรุนแรง
2. ความเสี่ยงต่อภาวะชักเกร็ง วงจรไฟฟ้าในสมองรวนเร
นอกเหนือจากปัญหากล้ามเนื้อแล้ว การดื่มแอลกอฮอล์ยังกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลางโดยตรง โดยแอลกอฮอล์ทำหน้าที่กดประสาท
จากข้อมูลทางการแพทย์และคำเตือนจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท ระบุว่า เมื่อร่างกายเผชิญความเครียดทางสรีรวิทยาจากการออกกำลังกายอย่างหนัก ประกอบกับช่วงที่ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว สมองจะปรับตัวโดยเพิ่มความไวต่อการกระตุ้น (Hyperexcitability) ทำให้วงจรไฟฟ้าในสมองเกิดความผิดปกติ ส่งผลให้นำไปสู่ ภาวะชักเกร็ง (Seizures) หรือกระตุ้นอาการกำเริบในผู้ที่มีความเสี่ยงได้
ข้อมูลเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ชี้ชัดว่า การผสมผสานระหว่างแอลกอฮอล์และการออกกำลังกาย คือตัวการทำลายระบบกล้ามเนื้อและสมอง การร่วมกันสร้างวัฒนธรรมและพื้นที่กิจกรรมทางกายที่ “ปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” จึงเป็นมาตรการสำคัญที่สุดในการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของเยาวชนไทยในระยะยาว
อ้างอิงข้อมูลจาก : thaijo.org
#สสส #สคล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน #ตะคริวหลังดื่ม #ความรู้สุขภาพ #เด็กไทยห่างไกลแอลกอฮอล์
บทเรียนจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในสนามวันนั้น คือจุดเปลี่ยนสำคัญในวันนี้
เพราะการดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่นกีฬา มีผลทำให้เกิดอาการชักเกร็งและเป็นตะคริว เนื่องจากเกิดภาวะ
1. ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) แอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายขับปัสสาวะบ่อยขึ้น ส่งผลให้น้ำและเกลือแร่สำคัญ เช่น โพแทสเซียม แมกนีเซียม และโซเดียมลดลง ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งหรือเป็นตะคริว
2. ภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษ (Alcohol Poisoning) การดื่มปริมาณมากในเวลาสั้นๆ จะรบกวนระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการชักเกร็งและหมดสติ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
บทเรียนสำคัญ ที่หลายๆคนควรตระหนักรู้ในสิ่งนี้
"โค้ชต้น" นายณัฐชนน แมชัยภูมิ RFS Futsal Academy จังหวัดระนอง
#สสส #สคล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน #ระนอง #โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร #งดเหล้าเข้าพรรษา
15/08/2026
มากกว่าผลแพ้ชนะ เมื่อฟุตซอลกลายเป็น “พื้นที่ปะทะ” ระหว่างความฝันกับสิ่งยั่วยุ
เสียงรองเท้าผ้าใบนั้นยางพื้นยางสีเขียว เสียดสีกับพื้นปูนดังเอี๊ยดอ๊าด สลับกับเสียงหอบ และเหงื่อไคลที่ไหลโชก ขณะเข้าแย่งชิงลูกกลมๆ บนสนามฟุตซอลพื้นปูนซีเมนต์กลางแจ้งระหว่างช่วงพักเที่ยง
สำหรับคนนอก หรือคนที่ไม่ได้มีใจรักในกีฬา อาจจะมองว่าเล่นกันไปทำไม แดดร้อนก็ร้อน เสื้อผ้า ชุดนักเรียนก็เปียกโชก แต่สำหรับเด็กชายกลุ่มหนึ่งที่กำลังวิ่งไล่ตามความฝันในสนามนี้ มันคือพื้นที่แห่งความสุข เป็นเวทีประลองฝีเท้า และที่สำคัญที่สุดมันคือ “พื้นที่ปะทะ” ด่านแรกของชีวิต ที่กำลังปะทะระหว่างความฝัน กับแรงดึงดูดของสิ่งยั่วยุรอบตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- แรงโน้มถ่วงของวัยเยาว์ เมื่อโลกไม่ได้มีแค่ลูกฟุตบอล
วัยรุ่นเป็นช่วงวัยแห่งการทดลองค้นหาตัวตน สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ทำหน้าที่เรื่องการยับยั้งชั่งใจและการประเมินผลระยะยาวยังพัฒนา
ในขณะที่สิ่งเร้าภายนอก ไม่ว่าจะเป็นวงเพื่อนฝูง ค่านิยม ความเครียดจากครอบครัว หรือแม้แต่ความเหงา วิ่งเข้าหาพวกเขาเร็วกว่าที่คิด ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติสะท้อนภาพสังคมที่เปลี่ยนไปว่า แม้สถิติภาพรวมของเยาวชนบางกลุ่มจะมีแนวโน้มความใส่ใจเรื่องสุขภาวะที่ดีขึ้น แต่ความท้าทายจากปัจจัยเสี่ยงรอบตัว ทั้งแอลกอฮอล์ บุหรี่ สารเสพติด และการพนัน ก็ยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ตัวเด็กๆ ในระยะประชิด
หากปราศจากพื้นที่ปลอดภัย เด็กหลายคนหลุดลอยออกนอกลู่นอกทาง ไม่ใช่เพราะพวกเขา “อยากเกเร” โดยสันดาน แต่เพราะพวกเขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีตัวตน และไม่มีพื้นที่ให้ “ปลดปล่อยพลัง” อย่างสร้างสรรค์เพียงพอ
- พื้นสี่เหลี่ยมแห่งการตามล่าหาความฝัน และพื้นที่ปลอดภัยที่ชื่อว่า “NO-L”
ตรงนี้เองที่สนามฟุตซอลขนาดเล็กเข้ามาทำหน้าที่มากกว่าแค่สถานที่เตะบอล โครงการอย่าง SDN Futsal No-L Cup ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็น “เกราะคุ้ม
งานวิจัยและข้อมูลเชิงประจักษ์ด้านจิตวิทยาพัฒนาการเด็กและเยาวชนระบุตรงกันว่า การให้เด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่มที่มีโครงสร้างชัดเจน เช่น กีฬาประเภททีมอย่างฟุตบอล ฟุตซอล ช่วยสร้างทั้งวินัยในตนเอง (Self-discipline) และลดพฤติกรรมเสี่ยงลงอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลสะท้อนจากเสียงสะท้อนของเยาวชนและผู้ฝึกสอนในโครงการพบว่า กว่าร้อยละ 84 มองว่ากีฬาฟุตซอลทำให้เยาวชนเกิดความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง สนามฟุตซอลขนาดเล็ก จึงทำหน้าที่เป็นเหมือนห้องเรียนย่อส่วน
ในพื้นที่จำกัดที่เต็มไปด้วยความกดดันและการปะทะทางร่างกาย เด็กๆ ได้เรียนรู้กฎกติกา ได้รับบทเรียนเรื่องการแพ้ ชนะ และการให้อภัย ภาพของนักกีฬาเยาวชนที่เข้าปะทะกันอย่างดุเดือดตามเกมการแข่งขัน แต่จบลงด้วยการยกมือไหว้ขอโทษและสวมกอดกัน คือภาพสะท้อนว่า พื้นที่นี้ไม่ได้สร้างแค่ “นักกีฬาเก่ง” แต่กำลังสร้าง “มนุษย์ที่มีหัวใจเป็นนักสู้และมีความเป็นมนุษย์”
- พ่อ-แม่ คนที่สอง และประตูสู่ชีวิตที่ดีกว่า
เบื้องหลังสนามฟุตซอลขนาดเล็กเหล่านี้ เรามักจะเห็นเงาของ “โค้ช” หรือครูในชุมชน ที่ก้าวเข้ามาทำหน้าที่มากกว่าผู้ฝึกสอนแทคติกในสนาม แต่พวกเขาคือ “พ่อ-แม่ คนที่สอง” ที่คอยโอบอุ้ม ดูแล และดึงเด็กๆ กลับมาจากขอบเหวของปัจจัยเสี่ยง
การเดินทางของเด็กจากทีมฟุตซอลภูธรตัวเล็กๆ นั่งรถไฟชั้น 3 หรือเดินทางข้ามจังหวัดนับพันกิโลเมตรเพื่อมาแข่งขันในระดับประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องของการตามล่าถ้วยรางวัลเกียรติยศ แต่มันคือกระบวนการสร้าง “หมุดหมายในชีวิต”
เมื่อเด็กคนหนึ่งมีเป้าหมายชัดเจนว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นมาซ้อมบอล เพื่อรักษาเนื้อตัวให้สะอาด ปราศจากอบายมุขและสิ่งเสพติด เพื่อจะได้ก้าวลงสนามด้วยความภาคภูมิใจ โลกทั้งใบของเขาก็เปลี่ยนไป
สนามฟุตซอลขนาดเล็กอาจไม่ใช่พื้นที่เปลี่ยนโลกทั้งใบในชั่วข้ามคืน แต่มันคือจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ทรงพลังที่สุด ในการดึงเด็กสักคนให้ออกจากวงจรอันตราย และส่งต่อพวกเขาให้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคมในวันข้างหน้า
เพราะบางครั้ง “การชนะสิ่งยั่วยุที่อยู่รอบตัว ก็เริ่มต้นง่ายๆ จากการเลี้ยงบอลผ่านคู่ต่อสู้ แล้วส่งมันเข้าสู่ประตูแห่งความฝันอย่างงดงามบนสนามเล็กๆ แห่งนี้นี่เอง”
"ระหว่างแรงปะทะ จาก "สิ่งยั่วยุ" กับ "ความฝัน" คุณจะส่งต่อโอกาสให้เด็กๆ ยืนอยู่บนแรงปะทะสนามไหน?
#สสส #สคล #ฟุตซอล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ปัจจัยล่อแหลมที่ดึงเด็กหลุดจากเส้นทางกีฬาก็ย่อมมีมากขึ้น
ในยุคสมัยที่โลกหมุนเร็วจนน่าใจหาย หน้าจอโทรศัพท์มือถือและสิ่งเร้าชวนเคลิบเคลิ้มอยู่ใกล้แค่ปลายนิ้ว เด็กๆ ในทุกวันนี้เติบโตมาท่ามกลางทางเลือกและสิ่งล่อใจที่มากกว่ารุ่นไหนๆ สนามฟุตซอลขนาดเล็กไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับแข่งขันอีกต่อไป แต่มันคือ “พื้นที่ปะทะ” ระหว่างความฝันของเด็ก กับสิ่งยั่วยุรอบตัวที่พร้อมจะดึงพวกเขาออกนอกลู่นอกทางได้ทุกเมื่อ
วันนี้เราชวน “โค้ชต้น” มานั่งคุยกันช่วงเวลาสั้นๆ ถึงเบื้องหลังการทำงานร่วมกับเด็กๆ งานที่ไม่อาจวัดความสำเร็จได้ด้วยถ้วยรางวัลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ความเข้าใจ ความเด็ดขาด และความรักอย่างลึกซึ้งในการประคับประคองชีวิตเด็กคนหนึ่งให้รอดปลอดภัย
ในวันที่โลกข้างสนามเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย สนามฟุตซอลแห่งนี้จึงยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างเงียบเชียบ ไม่ใช่แค่การสร้างนักกีฬาให้เก่งกาจ แต่คือการสร้าง “เกราะคุ้มกันในใจ” เพื่อส่งมอบเด็กๆ ให้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคมในวันข้างหน้า
"โค้ชต้น" นายณัฐชนน แมชัยภูมิ RFS Futsal Academy จังหวัดระนอง
#สสส #สคล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน #ระนอง #โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร #งดเหล้าเข้าพรรษา
14/08/2026
อดีตมันแก้ไขไม่ได้ แต่เลือกที่จะนำมาเป็นกรณีตัวอย่าง เพื่อสะท้อนให้เยาวชนได้รับรู้ถึงผลเสียของการขาดวินัยได้
"โค้ชต้น" นายณัฐชนน แมชัยภูมิ RFS Futsal Academy จังหวัดระนอง
#สสส #สคล #พื้นที่สร้างสรรค์ #ไม่ดื่มไม่สูบไม่เสพไม่พนัน #ระนอง #โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร #งดเหล้าเข้าพรรษา
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ประเภท
ติดต่อ ธุรกิจของเรา
เว็บไซต์
ที่อยู่
110/287-288 หมู่ ซอยโพธิ์แก้วแยก 4 ถนนโพธิ์แก้ว แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม
Bangkok
10240