หม่องเตะบอล บ้านนายด่าน

หม่องเตะบอล บ้านนายด่าน สนามฟุตบอลหญ้าเทียม หม่องเตะบอล บ้านนายด่าน @บ้านโพนยางคำ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

1. โครงการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ 9 ห้อง
สร้างบนบริเวณบ้านโพนยางคำ หมู่ 10 ต.โนนหอม ถ.สายสนกลฯ – นาแก เป็นอาคารพาณิชย์สมัยใหม่ หลังคาทรงไทย – บาหลี จำนวน 9 ห้อง ขนาดหน้ากว้าง 4.5 เมตร ลึก 16 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น เพิ่มความสะดวกสบายและพื้นที่ใช้สอยแก่ผู้อาศัยและทำธุรกิจ โดยย้ายห้องน้ำ – สุขา ไปอยู่หลังบ้าน ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ทำพิธีสวดย้ายตาดินเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2555 เวลา 17.19 น. และตั้งเสาเอกเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2555 เวลา 07.19 น.
2. โครงการก่อสร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียม “เตะบอล บ้านนายด่าน”
เป็นการสร้างสนามฟุตบอลขนาดกว้าง 22 เมตร ยาว 44 เมตร ปูหญ้าเทียมตามมาตรฐาน FIFA โดยแต่ละทีมมีผู้เล่นทีมละ 5-7 คน จำนวน 2 สนาม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้เล่นและผู้ชม ทั้งห้องอาบน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ที่จอดรถ มีสปอร์ตไลท์สำหรับการออกกำลังกายในยามค่ำคืน พร้อมทั้ง Free WIFI และถ่ายทอดฟุตบอลช่อง UBC ผ่านโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ สดทุกนัด มีคลับเฮาส์น่านั่ง พร้อมบริการเครื่องดื่ม ตั้งเสาเอก เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2556 เวลา 08.09 น.

ขอแสดงความยินดีกับ นักเตะหนุ่มน้อย ชาวภูไทโนนหอม สกลทวาปี x jaturathep academy ได้ไปต่อรอบประเทศ รายการ Glo cup 2026. ตา...
09/06/2026

ขอแสดงความยินดีกับ นักเตะหนุ่มน้อย ชาวภูไทโนนหอม สกลทวาปี x jaturathep academy ได้ไปต่อรอบประเทศ รายการ Glo cup 2026. ตามเชียร์กันต่อไปครับพี่น้อง

04/06/2026

#คิดไซด์โค้ง : เสียงนกหวีดเริ่มต้นการแข่งขัน GLO Cup 2026 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ดังขึ้นท่ามกลางความคึกคักของเหล่าเยาวชนจากทั่วภูมิภาค แต่ท่ามกลางทีมฟุตบอลนับสิบที่เดินเข้าสู่สนาม มีทีมหนึ่งที่สะดุดตาตั้งแต่ก้าวแรก

ไม่ใช่เพราะชุดแข่งแปลกตา แต่เป็นเพราะข้างสนามมี “พระสงฆ์” เดินเคียงข้างเด็ก ๆ ลงมาด้วย
ทีมแห่งนั้นคือ โรงเรียนสกลทวาปี

หนึ่งในทีมที่สร้างผลงานโดดเด่นที่สุดของวันแรก หลังพาทีมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ทั้งรุ่น U13 และ U15 พร้อมตอกย้ำสถานะทีมคุณภาพจากสกลนครที่เคยสร้างชื่อใน GLO Cup มาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา

สำหรับหลายคน ภาพของพระสงฆ์ที่เดินทางร่วมทีมฟุตบอลอาจเป็นเรื่องแปลกตา แต่สำหรับเด็ก ๆ สกลทวาปี นี่คือภาพที่คุ้นเคยมาตลอด

พระมหาอัมพร วรเมธี ประธานที่ปรึกษาของทีม ผู้ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงให้พรหรือให้กำลังใจ แต่ลงมามีส่วนร่วมกับการพัฒนาเยาวชนอย่างจริงจังในทุกมิติ

“โค้ชมีหน้าที่สอนฟุตบอล ส่วนอาตมามีหน้าที่สอนชีวิต”

คำพูดสั้น ๆ ของพระมหาอัมพร อธิบายบทบาทของตัวเองได้ชัดเจนที่สุด

เบื้องหลังทีมโรงเรียนสกลทวาปี คือระบบการพัฒนาเยาวชนที่เชื่อมโยงกันระหว่าง บ้าน วัด และโรงเรียน อย่างเป็นรูปธรรม

นักกีฬากว่า 140 คนในโครงการห้องเรียนกีฬา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ใช้ชีวิตในรูปแบบคล้ายอคาเดมี่เต็มตัว มีทั้งที่พัก สนามฝึกซ้อม และระบบดูแลตลอดทั้งวัน ภายใต้การร่วมมือกับ จตุรเทพ เอฟซี อคาเดมี่

เด็กหลายคนเดินทางมาจากทั่วประเทศกว่า 40-50 จังหวัด เพื่อมาใช้ชีวิตและเติบโตไปพร้อมกันที่นี่

พระมหาอัมพร วรเมธี เล่าว่าจุดเริ่มต้นของโครงการเกิดขึ้นเมื่อ พ.ท. ชูศักดิ์ พิกุลทอง หรือ “พ่อตั้ม” ย้ายมารับราชการในพื้นที่ภาคอีสาน พร้อมนำเด็กกลุ่มแรกจำนวน 13 คนเข้ามาพัฒนา ก่อนที่โครงการจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 5

จากเด็กกลุ่มเล็ก ๆ ในวันนั้น วันนี้ชื่อของสกลทวาปีเริ่มเป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอลเยาวชนไทย
ปีที่ผ่านมา พวกเขาพาทีม U15 ผ่านเข้าสู่รอบชิงแชมป์ประเทศไทย และยังมีนักเตะได้รับเลือกเป็น GLO STAR ของภาคอีสานตอนบนอีก 1 คน

ส่วนปีนี้ พวกเขายิ่งจริงจังมากกว่าเดิม ด้วยการส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันถึงรุ่นละ 2 ทีม ทั้งในนามโรงเรียนสกลทวาปีและจตุรเทพ เอฟซี อคาเดมี่

แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่แตกต่างจากหลายแห่ง ไม่ใช่จำนวนทีม ไม่ใช่สนามซ้อม หรือแม้แต่ผลงานการแข่งขัน หากเป็นแนวคิดในการสร้างคน

พระมหาอัมพรเล่าว่า ทุกวันหลังเสร็จภารกิจของสงฆ์ จะเดินทางมาดูแลเด็ก ๆ ต่อจนถึงช่วงค่ำ

“ช่วงเช้าอาตมาทำกิจของสงฆ์ พอเสร็จก็เข้ามาดูแลเด็ก ๆ จนถึงสี่ห้าทุ่ม โค้ชสอนฟุตบอล ส่วนอาตมาดูเรื่องหลักสูตรการใช้ชีวิต การเรียน และระเบียบวินัย”

สำหรับที่นี่ ฟุตบอลอาจเป็นความฝัน แต่การศึกษาและการใช้ชีวิตคือรากฐาน เด็กทุกคนเรียนหนังสือครึ่งวัน ก่อนกลับมาฝึกซ้อมฟุตบอลในช่วงบ่ายและเย็น

เพราะปรัชญาของสกลทวาปีไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนแชมป์แต่ยึดถืออยู่บนหลักสำคัญ 3 ข้อ

“อย่างแรก เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษา อย่างที่สองต้องมีระเบียบวินัย และอย่างที่สามต้องสามารถต่อยอดไปได้ทั้งเส้นทางการศึกษาและฟุตบอล”

สามสิ่งที่ฟังดูเรียบง่าย แต่ถูกปลูกฝังในชีวิตประจำวันของเด็กทุกคนอย่างจริงจัง ตั้งแต่ทรงผม การแต่งกาย การตรงต่อเวลา ไปจนถึงการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น

เพราะสำหรับพระมหาอัมพรแล้ว การเป็นนักฟุตบอลที่ดี ต้องเริ่มต้นจากการเป็นคนที่ดีก่อน
บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็ก ๆ ของสกลทวาปี เติบโตอย่างมั่นคงทั้งในสนามและนอกสนาม

และอาจเป็นเหตุผลเดียวกันที่ทำให้ทีมแห่งนี้ยังคงเดินหน้าสร้างผลงานอย่างต่อเนื่องในเวที GLO Cup

ภายใต้สโลแกนที่ทุกคนในสโมสรภาคภูมิใจ

“มีฟุตบอลที่ไหน มีชื่อสกลทวาปีที่นั่น”

จากห้องเรียนกีฬาเล็ก ๆ ในจังหวัดสกลนคร สู่เวทีระดับประเทศ เด็กเหล่านี้อาจกำลังไล่ตามความฝันในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่เหนือกว่านั้น พวกเขากำลังได้รับบทเรียนชีวิตจากคนสองกลุ่มสำคัญ

โค้ชที่สอนฟุตบอลและพระอาจารย์ที่สอนให้รู้จักการใช้ชีวิต

เพราะท้ายที่สุดแล้ว แชมป์อาจอยู่ได้เพียงปีเดียวแต่ระเบียบวินัย การศึกษา และคุณธรรม จะติดตัวเด็กเหล่านี้ไปตลอดชีวิต

#โอกาสที่เกิดขึ้นได้จริง #ฟุตบอลเยาวชนไทย

ที่อยู่

269 บ้านโพนยางคำ หมู่ 10 ถนน สกลนคร-นาแก ตำบล โนนหอม
Ban Non Hom
47000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 20:00
พฤหัสบดี 09:00 - 20:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66877051888

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หม่องเตะบอล บ้านนายด่านผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์