01/04/2022
น้ำปรุงโบราณแท้เปิดจำหน่ายแล้วค่ะ
✅ไม่มีเก็บเงินปลายทางนะคะ
✅สั่งจอง ติดต่อ สอบถาม ได้ที่กล่อง "ส่งข้อความ"(In box) หรือเข้าที่นี่ >>http://m.me/Signnagas/
✅หรือสั่งจองผ่าน Line ที่ ( พิมพ์@ไปด้วยนะคะ)
หรือกด >> https://line.me/R/ti/p/
รายละเอียดเรื่องกลิ่น,ขนาด,ราคา ฯลฯ เลื่อนอ่านข้อมูลข้างล่างได้เลยนะคะ
ขออนุญาตไม่ตอบคำถามและรับจองใต้โพสต์นี้นะคะ เนื่องจากระบบไม่แจ้งเตือนข้อความ เวลามีการคอมเม้นต์สอบถามในโพสต์นี้ ติดต่อทางกล่องข้อความและไลน์เพจจะสะดวกกว่านะคะ
น้ำปรุง คือ น้ำหอมอันเป็นภูมิปัญญาของชาวสุวรรณภูมิในสมัยโบราณมีประวัติยาวนาน สตรีไทยในวังได้ผลิตน้ำหอม ที่เรียกว่า "น้ำปรุง" ขึ้นไว้ใช้เอง โดยนำเอาพืชพรรณที่มีกลิ่นหอมมาสกัดกลิ่นหอม แต่ไม้หอมหรือพืชพรรณไม้หอมในสมัยนั้นมีจำกัดใช้เพียงไม่กี่ชนิด ผู้ผลิตก็มีน้อยมาก ทำให้ความนิยมใช้ในวงแคบไม่ได้แพร่หลาย อีกทั้งยังมีน้ำหอมจากต่างประเทศนำเข้ามาก็ยิ่งทำให้น้ำปรุงที่เป็นน้ำหอมตำรับของคนไทยเลือนหายไปเรื่อยๆ
น้ำปรุงได้จากการนำดอกไม้หอม ใบไม้หอม และเครื่องเทศ ต่างๆ มาสกัดกลิ่นและสี เช่น ใบเนียม กุหลาบ มะลิ ใบเตยหอม ดอกจำปี ซ่อนชู้ ฯลฯ มาสกัดกลิ่นผสมกับสมุนไทย เครื่องหอม หมักทิ้งเอาไว้ 12-15 เดือน ก็จะได้น้ำปรุงจากธรรมชาติ ซึ่งมีกลิ่นหอม ติดทนนานไม่แพ้น้ำหอมจากต่างประเทศ ที่สำคัญคือ น้ำปรุงที่ได้ไม่มีสารเคมีเจือปน และผู้ใช้ยังได้รับคุณค่าจากสมุนไพรอีกด้วย
น้ำปรุงคือ ภูมิปัญญาของชาววังในอดีตที่เก็บกักความหอมของดอกไม้และสมุนไพรเครื่องหอมด้วยศาสตร์ชั้นสูง สูตรและกลิ่นแต่ละตำรับจะต่างกันไป แล้วแต่ตำหนักของเจ้านายนั้นๆที่จะปรุง และถือเป็นความลับสุดยอดกันเลยทีเดียว
น้ำปรุงต่างจากน้ำหอม น้ำปรุงคือการปรุงกลิ่นดอกไม้หลายๆชนิดรวมกัน พร้อมเครื่องหอมอื่นๆ เช่นใบไม้สมุนไพรที่มีกลิ่นหอม น้ำผึ้ง กำยานฯลฯ จึงเกิดเป็นกลิ่นใหม่เฉพาะตัวขึ้นมา หลายท่านบอกว่าอยากได้กลิ่นดอกมะลิ,ดอกกุหลาบ ,ดอกบัวล้วนๆแบบนั้นเราไม่มีนะคะ นั่นเรียก "น้ำหอม "
ส่วนการใช้งานก็เหมือนการใช้น้ำหอมฝรั่งเลยค่ะ ฉีด/แต้มใส่ตัวได้เลย ทุกกลิ่นสามารถใช้ได้ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายเลยนะคะ
✅น้ำปรุงมีทั้งหมด 6 กลิ่น
1.มหารัญจวน (ปีนี้กลิ่นจะหอมเป็นพิเศษกว่าทุกๆปี)
2.มหามนตรานาคราช
3.กลิ่นหอมโบราณ (ปีนี้กลิ่นจะหอมเป็นพิเศษกว่าทุกๆปี)
4.สิเหน่หานครา
5.บุหงารำเพย
6.เทวาภิรมย์
ในส่วนของรายละเอียด ของส่วนผสมแต่ละกลิ่น เลื่อนอ่านข้อมูลด้านล่างได้เลยค่ะ
✅ที่มีของพร้อมส่ง มีตามนี้นะคะ✅
✅ชุดเซ็ททดลอง ขนาด 3 มล. (ขวดแก้วหัวลูกกลิ้ง) 6 กลิ่น 6 ขวด ชุดละ 500.- ( เลือกกลิ่นไม่ได้ 1 ชุดมีครบทั้ง 6 กลิ่น กลิ่นละ 1 ขวด)
✅ขวดขนาด 30 มล. (ขวดแก้วหัวสเปรย์) ราคาขวดละ 1000 บาท
✅ขวดขนาด 30 มล. (ขวดแก้วหัวสเปรย์) เซ็ท 6 ขวด 6 กลิ่น = 5000.- ( เลือกกลิ่นได้ )
✅ขวดขนาด 100 มล. (ขวดแก้วหัวสเปรย์) ราคาขวดละ 2500 บาท
***ค่าส่ง EMS ครั้งละ 50.- ไม่ว่าจะสั่งกี่ชุด (ส่งแบบ ems เท่านั้นไม่ส่งแบบธรรมดา)***
✅ หากต้องการขนาด 3 มล.แบบเลือกกลิ่นได้ ราคาขวดละ 100.- (*สั่งซื้อ 1-4 ขวด ค่าส่ง 100 บาท หากสั่งตั้งแต่ 5 ขวดขึ้นไป ค่าส่ง 50 บาท*)
✅ไม่มีเก็บเงินปลายทาง/ ไม่มีหน้าร้าน
✅จัดส่งสินค้าทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี
พื้นที่กรุงเทพฯโดยปกติของจะถึง 2-3 วัน นับจากวันที่ส่ง / พื้นที่ต่างจังหวัด 3-4 วันนับจากวันที่ส่ง / ถ้าข้ามเกาะ 4-5 วัน
- หากกลิ่นไหนหมดแล้วก็หมดเลย ทำแค่ปีละ 1 ครั้ง หากของหมดจะพร้อมจำหน่ายอีกครั้งในเดือนธันวาคมของทุกปี เพราะใช้เวลาหมักให้ได้คุณภาพกลิ่นที่ดี 12-15 เดือนนับจากวันที่ปรุง
***มหารัญจวนและกลิ่นหอมโบราณ ปีนี้หอมเกินมาตรฐานอีกครั้งในรอบ 11 ปีเลยค่ะ เนื่องจากปีก่อนฝนดี แดดแรงกว่าปกติ ดอกไม้ใบไม้เลยให้กลิ่นแน่นกว่าที่จะเป็น ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีจะได้กลิ่นเกินมาตรฐานอีก
*** น้ำปรุงทุกขนาดไม่ว่าจะเป็น/หัวลูกกลิ้ง/หัวสเปรย์ สามารถถอดออก / เปิดออก เพื่อเทน้ำปรุงได้สะดวก และปิดคืนกลับได้ดังเดิมนะคะ ***
***หากไม่เคยใช้น้ำปรุงมากก่อนแนะนำชุดเซ็ท หรือเลือกกลิ่นจากส่วนผสมที่ชอบ จะได้กลิ่นที่ตรงใจที่สุดนะคะ***
🍀ส่วนผสมหลักในแต่ละกลิ่นมีอะไรบ้าง 🌸
1. มหารัญจวน (ขายดีอันดับหนึ่ง 11 ปีซ้อน)
กลิ่นหอมนำของดอกซ่อนชู้ (จากป่าเมืองหลวงพะบาง ออกดอกช่วงเดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม) ตามด้วยมะลิสด กุหลาบ,กะดังงา,ดอกแก้ว,น้ำผึ้ง ,พิกุล,ลำเจียก,จันทร์กะพ้อ,ราชาวดี ฯลฯ( กลิ่นที่ทุกคนปลื้มมากๆ)
2. มหามนตรานาคราช (ขายดีกลิ่นยอดนิยม)
กลิ่นหอมนำของดอกบัว ตามด้วย มะลิ ,กุหลาบ,กะดังงา,ดอกแก้วพิกุล,ลำเจียก,ราชาวดี,น้ำผึ้งเดือนห้า ฯลฯ ( กลิ่นที่หลายท่านชอบนำไปบูชาพระ/เทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ )
3. หอมโบราณ (ปีนี้กลิ่นหอมกว่ามาตรฐานในรอบ 11 ปี ท่านไหนที่ชื่นชอบความเป็นไทยโบราณ กลิ่นอายความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาในอดีต น่าจะถูกจริตกับกลิ่นนี้ค่ะ)
กลิ่นหอมโบราณ หอมผ่อนคลาย สบายใจ อารมณ์เดินอยู่ในสวนดอกไม้ บริเวณบ้านเรือนไม้เรือนไทยโบราณ และได้กลิ่นดอกไม้หลากชนิดลอยมาผสมกับกลิ่นการอบควันเทียนทำขนมดอกลำดวนอยู่บนชั้นสองของบ้านที่ลอยมาผสมกัน ส่วนผสมหลักของกลิ่นนี้มาจากดอกปีป มะลิ ดอกแก้ว สายหยุด ใบเนียม ใบเตยหอม
แรงบันดาลใจจากเมืองแห่งนาคราช กลิ่นหอมหวาน นำของดอกจำปาลาว ใบเนียมหอมตามด้วย กุหลาบ,กะดังงา,ดอกแก้ว ,พิกุล,ลำเจียก,จันทร์กะพ้อ,ราชาวดี, มะลิ , ดอกซ่อนชู้ (จากป่าเมืองหลวงพะบาง ออกดอกช่วงเดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม) ฯลฯ
5. กลิ่นบุหงารำเพย ( กลิ่นหอมอ่อนๆโชยลม)
กลิ่นหอมของดอกกาสะลองผสมด้วยกลิ่นมะลิสด ตามด้วย กุหลาบ,กะดังงา,ดอกแก้ว,พิกุล,ลำเจียก,จันทร์กะพ้อ,ราชาวดี ,น้ำผึ้งสด ,ดอกซ่อนชู้ (จากป่าเมืองหลวงพะบาง ออกดอกช่วงเดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม) ฯลฯ
6. กลิ่นเทวาภิรมย์ (กลิ่มหอมอ่อนๆ แต่ลุ่มลึกดอกไม้สีขาว 7 ชนิด)
ความขาวบริสุทธิ์ของดอกไม้ขาว 7 ชนิด ของดอกมะลิ จำปี ซ่อนชู้ ดอกแก้ว พุด พิกุล ชมนาท ดอกไม้ที่ผู้คนนิยมนำไปถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผสมผสานกับน้ำร่ำดอกไม้สดและเกสรทั้งห้า ใบเนียม และสมุนไพรใบไม้หอมต่างๆ จนเกิดกลิ่นที่หอมรัญจวนใจ ที่รอให้คุณได้สัมผัสกับกลิ่น เทวาภิรมย์ ความรื่นรมย์ของทวยเทพเทวา
เรื่องราวน้ำปรุงตำรับโบราณ
จากตำนานความหอมของชาววังในอดีต กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์และยากจะคาดเดาผสานศิลปะอันละเมียดละไม และความศรัทธาในพระพุทธศานาของชาวสุวรรณภูมิ เป็นดั่งแรงบันดาลใจ ในการสร้างสรรค์ความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครด้วยการนำสูตรน้ำปรุงชาววังโบราณของสยาม ผสมผสานกับน้ำพระพุทธมนต์ที่สรงผ่านองค์พระบางเจ้า พระม่าน รวม 9 องค์ ที่เมืองหลวงพระบางล้านช้าง อีกดินแดนแห่งความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ด้วยส่วนผสมหายากนานาชนิดที่ใช้ในพิธีกรรมอันล้ำค่า "น้ำปรุงโบราณพระพุทธมนต์" จึงมีความโดดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว กล่าวได้ว่าเราเป็นสูตรเดียวในโลก ที่ผสมผสานระหว่างศรัทธาจากพิธีกรรมทางศาสนาอันศักดิ์สิทธิ์ มาผนวกกับภูมิปัญญาอันล้ำค่าของชาวสยาม
น้ำปรุงสูตรโบราณ ปรุงจากการร่ำดอกไม้สดในน้ำสะอาดตลอดเวลา 24 ชม. เป็นเวลา 25 วัน โดยผลัดเปลี่ยนดอกไม้ตามสูตรทุกๆ 3 ชม. อบควันเทียนเกสรทั้ง 9 ทุก 4 ชม. แล้วหมักผสมรวมกับวัตถุดิบต่างๆอีกมากมาย หมักทิ้งไว้ 12-15 เดือน จนได้น้ำปรุงสีทอง และเต็มไปด้วยละอองผงทองคำเปลวจากน้ำพระพุทธมนต์ ที่หลุดจากการสรงน้ำ 9 องค์พระประจำเมืองหลวงพระบาง เมื่อศิลปะชั้นสูงกับศรัทธา ถูกผสานเป็นสิ่งดีงาม แล้วนำมาส่งต่อให้สมาชิกได้นำไปใช้ อบร่ำผ้า,ใช้แทนน้ำหอม ,สรงน้ำพระ,รดน้ำผู้ใหญ่,สเปรย์ห้อง,ประพรมองค์พระ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคราพ ,ใช้เช็ดทำความสะอาดพระพุทธรูป ,ใช้ในพิธีมงคลต่างๆ ฯลฯ
ในอดีตจะมีคำพูดติดปากว่า สาวชาววังนี่นั่งที่เรือนไหนก็ "หอมติดกระดาน" เนื่องจากสมัยก่อนสาวชาววังจะใช้น้ำปรุงแต้มที่ผิว ใส่ผม และ นำไปอบร่ำเสื้อผ้าที่สวมใส่ วิธีการทำนั้นปรานีต วิจิตรบรรจง มากๆ เวลาไปนั่งคุยที่เรือนไหน พอลากลับไปแล้ว กลิ่นยังติดกระดานอยู่เลย คนภายนอกจึงมักจะพูดเสมอว่า "หอมแบบชาววัง หอมติดกระดาน" เพราะเราเชื่อว่า วัตถุดิบที่ดี และปรุงด้วยความรักจะนำมาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด ด้วยส่วนผสมหายากนานาชนิดที่ใช้ในพิธีกรรมอันล้ำค่า
ส่วนผสมอันล้ำค่า
1. น้ำแห่งศรัทธา ( ความเชื่อส่วนบุคคล )
ใช้น้ำพระพุทธมนต์ ที่สรงองค์พระบาง ,องค์พระม่าน และพระวัดอื่นๆ รวม 9 วัด ที่เมืองหลวงพระบาง ในงานสรงน้ำพระช่วงสงกรานต์ของทุกปี (น้ำก่อนจะนำมาปรุงเป็นส่วนผสมผ่านการฆ่าเชื้อแล้วค่ะ)
2. ดอกไม้หายาก
ใช้ดอกไม้ไทย เช่น ดอกราชาวดี,พิกุล มะลิ,กุหลาบ,กะดังงา,ลำเจียก,จันทร์กะพ้อ,จำปา,กระดังงา,ใบเตยหอม,ใบเนียมหอม ฯลฯ ดอกไม้ลาว เช่น ดอกซ่อนชู้ป่า,จำปาลาว,บัว ฯลฯ และส่วนผสมหายากนานาชนิด ที่ใช้ในพิธีกรรมอันล้ำค่าจำพวกน้ำมันจันทร์,ชะมดเช็ด,กำยาน,อำพันทะเล,หญ้าฝรั่น,อบเชย, ฝักวนิลา,ฝักส้มป่อย,น้ำผึ้งเดือนห้าจากรวงผึ้งสด ฯลฯ
3. หมักบ่มกลิ่นแบบโบราณ
หมักและปรุงด้วยวิธีการดั้งเดิมแบบโบราณ ใช้ระยะเวลา 12-15 เดือน ในพื้นที่จำเพาะ ไม่มีการใส่สีเคมีเพื่อปรุงแต่งสีน้ำปรุง สีทองได้จากแก่นชะลูด และน้ำตาลกรวด สีน้ำปรุงของเราจึงเป็นสีจากธรรมชาติจากดอกไม้และส่วนผสมต่างๆ และเอทิลแอลกอฮอลล์สกัดจากข้าวโพด ใช้ใบพลูสด นำชะมดเช็ดวางกลางใบพลู นำเทียนไขลนใต้ใบพลู เพื่อฆ่ากลิ่นชะมดเช็ดก่อนจะหย่อนลงโถหมัก เพื่อให้กลิ่นชะมดเช็ดคลายสาป แล้วเป็นกลิ่นความรัญจวนมาในทุกอณูของน้ำปรุง
ในปัจจุบันน้ำปรุงโบราณ ยังไม่มีการทำจำหน่ายทั่วไป เพียงแต่ปรุงขึ้นในวาระพิเศษเพื่อใช้ในครอบครัว และแบ่งมาให้ทางเพจบอกบุญปีละครั้ง จำนวนและกลิ่นในแต่ละปี จากตำราเครื่องหอมโบราณมี 9 กลิ่น แต่ทว่าในแต่ละปีนี้ทำได้เพียง 2-6 กลิ่นเท่านั้น เนื่องจากเหตุปัจจัยหลักขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับดอกไม้ที่ปลูกเอง (ไม่สามารถซื้อตลาดได้ เนื่องจากการเก็บดอกไม้มีเวลาคลายกลิ่นของเขา และดอกไม้ต้องไม่มีสารฆ่าแมลง ) ในแต่ละปีต้องคำนวนว่าดอกไม้จะผลิดอกออกผล เพียงพอหรือไม่ สิ่งนี้สามารถสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ในแต่ละปีของสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน
🌸กลิ่นติดนานโดยเฉลี่ย 4-6 ชม.
น้ำหอมทุกชนิดจะติดทนแค่ไหนขึ้นกับหลายปัจจัยนะคะ เคมีผิวคนก็มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก เคมีผิวคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน หลายคนใช้น้ำหอมกลิ่นเดียวกันแต่ให้กลิ่นที่แตกต่างกันเล็กน้อย ระยะเวลาติดทนต่างกัน
สภาพอากาศมีผลด้วยค่ะ ถ้าใช้ชีวิตที่อากาศเย็นๆ ห้องแอร์ กลิ่นก็จะติดทนนาน ถ้าใช้ชีวิตกลางแจ้ง แดดร้อนๆ กลิ่นก็หายไปไว ก็ต้องคอยฉีดเติม/แต้มเติมค่ะ
ทริคการให้น้ำหอมทุกชนิดให้ติดทนนานมากขึ้น ก่อนฉีดหรือใช้น้ำหอมเครื่องหอมต่างๆ ควรทาครีมที่ผิวก่อน เป็นพวกบอดี้โลชั่นที่ไม่มีกลิ่นนะคะ จะช่วยให้เครื่องหอมที่ใช้ติดทนนานยิ่งขึ้น
✅การเก็บรักษา
- ปิดฝาให้สนิท เก็บพ้นแสงในอุณภูมิห้องปกติ หลีกเลี่ยงอากาศร้อน และไม่ควรแช่ตู้เย็น มีอายุได้ถึง 3-10 ปี ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา สีของน้ำปรุงอาจเปลี่ยนเป็นสีทองมากขึ้นเมื่อเก็บไว้นานมากๆ
✅การใช้งาน
- แต้มบางๆ ตามชีพจร ใช้แทนน้ำหอม
- สเปรย์ห้อง ทำเป็นรูมสเปรย์ห้อง
- ผสมน้ำสะอาดโรยดอกไม้ไทยๆ ใช้ในวาระสำคัญๆ พิธีมงคล เช่น รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ , รดน้ำงานแต่ง ,รดน้ำขอขมาผู้ใหญ่, วันขึ้นปีใหม่ ฯลฯ
- ชุบสำลีเช็ดทำความสะอาดพระพุทธรูป
- ชุบสำลีวางไว้ในห้องพระ/ห้องนอน/ในรถ หรือพื้นที่ ที่ต้องการให้มีกลิ่นหอมจรุงใจ
- ฉีดใส่ดอกไม้ตากแห้งมัดใส่ถุงหอม ทำบุหงารำไป
- สรงน้ำพระ ด้วยการผสม 3 มล. ต่อน้ำ 1 ลิตรแล้วโรยดอกไม้
- ปิดทององค์พระปฎิมา หลายครั้งไปทำบุญแล้วปิดแผ่นทองกับองค์พระไม่ค่อยติด ส่วนหนึ่งมาจากแผ่นทองคำเปลวนั้นผสมทอง% ไม่สูงนัก จึงไม่ค่อยติดพื้นผิวองค์พระ สามารถใช้น้ำปรุงทาบางๆก่อนปิดแผ่นทองจะช่วยให้ทองคำเปลวจับผิวองค์พระได้มากขึ้น
- ผสมน้ำอาบ สร้างบรรยากาศแบบสยามยุคโบราณ กะปริมาณน้ำปรุงหยดลงโอ่ง หรือภาชนะ หรืออ่างอาบน้ำ เพื่อนอนแช่กลิ่นน้ำปรุงก็ร่วมสมัยไปอีกแบบ- อบ ร่ำผ้า แบบชาววังในอดีต
- สรงน้ำในพิธีต่างๆ ใช้เพียง 3-5 หยด ผสมน้ำสะอาด 1 ลิตร เพื่อใช้สรงน้ำพระ รดน้ำผู้ใหญ่ , รดน้ำงานแต่งคู่รัก ฯลฯ เมื่อหยดลงน้ำสะอาด น้ำปรุงจะเปลี่ยนน้ำเป็นสีน้ำนม นี่คือความแตกต่าง (สามารถโรยดอกมะลิก่อนใช้งานเพื่อความสวยงามและหอมหวานยิ่งขึ้น)
หากต้องการนำไปอบร่ำผ้า ใช้น้ำปรุงชุบสำลีเช็ดให้ทั่วหีบไม้ แล้วนำผ้าที่จะร่ำไปวางไว้ จากนั้นจุดเทียนอบ 9 กลิ่น เพื่ออบควันเทียนในหีบ พร้อมมีกลิ่นร่ำน้ำปรุงในเวลาเดียวกัน อบควันเทียนทำซ้ำทุกๆ 1 ชม. เป็นเวลา 3-5 ครั้ง ส่วนน้ำปรุงที่เช็ดหีบไม้นั้น เช็ดครั้งเดียวก็เพียงพอต่อการอบร่ำผ้า 1 กอง ( 5-10 ชิ้น ) แค่นี้ก็ "หอมติดกระดาน"
อนึ่งการอบร่ำไม่มีวิธีตายตัวแต่ละตำรับก็แตกต่างกันไป หากต้องการร่ำด้วยกลิ่นเผาไหม้จากความหอมกำยานและบรรดาเกสรทั้งห้าบนตะคันก็ทำได้
*ไม่เหมาะสำหรับผู้แพ้เกสรดอกไม้ น้ำผึ้ง กำยานนะคะ
หมายเหตุ
-รีวิวและวิธีการทำคร่าวๆ ดูได้ที่ https://www.facebook.com/Signnagas/photos/a.527637044019862/765150003601897
- น้ำปรุงตำรับโบราณแท้ ของทางเพจเรา มีจำหน่ายที่เพจนี้ที่เดียวเท่านั้นนะคะ ไม่มีตัวแทนใดๆทั้งสิ้น หากเจอที่อื่นคือของทำเลียนแบบ ทางเพจไม่อนุญาตให้นำภาพและข้อมูลต่างๆไปใช้เพื่อการค้านะคะ
-สามารถอ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง ในช่องคอมเม้นท์ของโพสต์ได้เลยค่ะ https://www.facebook.com/100064534308806/posts/740923321402138/?
ขอขอบคุณที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อลมหายใจให้กับภูมิปัญญาโบราณของชาวสุวรรณภูมิ
@ ปลา ปภาวรินทร์ 🐠🐠