30/08/2026
เผื่อใครอยากทราบว่าเราไปเที่ยวไปลองรองเท้าอะไรกันมา ตามไปอ่านกันก่อนในแบบฉบับของโปร😊🙏🏼👌🩵
ASICS MetaFuji Trail 2.0 ในมุมมองของเรา ‼️
รองเท้าคาร์บอน Super Trail Shoe รุ่นล่าสุดของ ASICS ที่การันตีด้วยแชมป์ UTMB Mont-Blanc 100 ไมล์ 2 ปีซ้อน
Tom Evans — 2025 🥇
Ben Dhiman — 2026 🥇 / 2025 🥈
—
📍 ย้อนกลับไปที่ ASICS MetaFuji Trail 1.0
ปี 2024 คือครั้งแรกที่ ASICS พยายามทำ Super Trail Shoe ในเวอร์ชันของตัวเอง
ช่วงนั้นตลาดมีทั้ง
Tecton X 3.0
Agravic Speed Ultra 1.0
VECTIV Pro 2.0
และ Ultrafly Trail
MetaFuji Trail รุ่นแรกเอาเทคโนโลยีจากรองเท้าถนนมาใช้เต็มที่
โฟมชั้นบน FF TURBO — 40 Shore A
โฟมชั้นล่าง FF BLAST — 35 Shore A
กับคาร์บอนเต็มแผ่น
ผลที่ได้ในมุมของเรา คือรองเท้า “กึ่ง” Super Trail Shoe
บางคนชอบ
บางคนไม่ชอบ
มันให้ความรู้สึกคล้ายเอารองเท้าคาร์บอนถนนมาใส่ดอกยางเทรล
และเป็นรองเท้าถนนฝั่งเฟิร์มเสียด้วย
ถ้าให้นึกภาพ เรานึกถึง MetaSpeed Plus
คนที่แข็งแรงและคุมมันอยู่ก็อาจจะชอบ
หนึ่งในทีม wear tester ของเราชอบขนาดมี 3 สี
ส่วนเราไม่ค่อยชอบ
เพราะมันกระด้างไป ทั้งทางชันและทางราบ
พอเจอทางราบ ก็ไม่ได้เด้งหรือพุ่งมากในระดับที่เราคาดหวังจาก Super Shoe
แต่ deal breaker จริง ๆ คือ ความมั่นคง
แผ่นคาร์บอนเต็มเท้า เมื่อเจอพื้นไม่เรียบ มันไม่ค่อยยอมบิดตามพื้น
นึกภาพเหมือน เอียงทั้งกระดาน
ยิ่งเจอ technical trail ยิ่งชัด
——
📍 มาสู่ ASICS MetaFuji Trail 2.0
รอบนี้ทำดีขึ้นเยอะมาก
และสำหรับเรา
เรียกว่า Super Trail Shoe ได้เต็มตัวแล้ว
เพราะ ASICS ไม่ได้แค่อัพเดทเทคโนโลยี
แต่เป็นการเลือกเทคโนโลยีล่าสุด ให้เหมาะกับการวิ่งเทรล
คู่เราไซส์ US 10.5
น้ำหนัก 282 กรัม / 9.95 ออนซ์
Stack 45 / 38 มม.
วัดรวม insole หนา 3.5 มม. ที่ติดกาวมา ตามคอนเซ็ปต์รองเท้าสาย Racing
หนาราว ๆ SuperBlast
แต่เบามาก เมื่อคิดว่ายังมีพื้นยางเต็มขนาดนี้
—
📍 FF LEAP + FF BLAST PLUS
โฟมชั้นบนเป็น FF LEAP (a-TPU)
โฟมตัวท็อปจากฝั่งถนนที่ใช้ใน MetaSpeed
เราวัดได้ 35 Shore A
ให้ความรู้สึกนุ่มแน่น
ไม่กระด้าง และไม่ได้ยวบจมแบบ FF LEAP ใน MetaSpeed Ray
ถ้าให้เทียบง่าย ๆ
ใกล้ MegaBlast มากกว่า
ส่วนชั้นล่างเป็น FF BLAST PLUS
โฟม EVA + OBC
เราวัดได้ 35 Shore A เช่นกัน
ตัวโฟมชั้นล่างโอบขึ้นมาด้านข้างแบบ bathtub design
หุ้ม FF LEAP ที่อยู่เป็นแกนด้านใน (มีแพรม ให้เห็นจากด้านข้างบ้าง)
ผลคือพื้นมี energy return และ cushion & comfort เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม
—
📍 X-Shaped Carbon Plate
นี่คือหนึ่งในจุดที่เราชอบที่สุดเมื่อเทียบกับรุ่นแรก
แทนที่จะใช้คาร์บอนเต็มแผ่น
รุ่นนี้เปลี่ยนเป็นแผ่นคาร์บอนรูปตัว X
มันให้ตัวได้มากกว่าเวลาเจอพื้นไม่เรียบ
และไม่บังคับเท้ามากเหมือนคาร์บอนเต็มแผ่น
ขึ้น/ลง เขา → มีแรงส่งช่วย
ทางเทคนิคอล → ยังบิดตัวและควบคุมได้
นี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกว่า V2 เริ่มเป็น Trail Super Shoe จริง ๆ
มากกว่าการเอา Super Shoe ถนน มาใส่ดอกยาง
—
📍 Upper
เนื้อผ้าทำมาดีมาก
เป็นทรงถุงเท้า (sock-like bo**ie) ตัว upper ทอด้วยเส้นด้ายผสมกับฟิล์มพลาสติกบาง ๆ
หน้าตาและสัมผัสชวนให้นึกถึง MATRYX
ข้อดีที่เห็นชัดคือ แทบไม่อมน้ำ
มีเฉพาะช่วงหลังเท้าและรอบข้อเท้าที่ใช้ผ้าถักยืดหยุ่น —> ทำให้บริเวณที่สัมผัสผิวยังรู้สึกสบาย
เชือกเป็น Quick Lacing แบบที่เห็นกันมากในรองเท้าเทรล
และมี built-in gaiter
ช่วยกันเศษหินและดินเข้ารองเท้า
พื้น ASICSGRIP ดอก 3.5 มม.
ชัดเจนว่า setup มาสำหรับ Speed Trail (ไม่ใช่สำหรับ Technical Trail)
——
Ride Character
จุดเด่นที่สุดของ MetaFuji Trail 2.0 คือ ความสมดุลย์ของ
Cushion & Comfort + Speed + Stability
—
Comfort & Cushion
ความหนา 45 มม. กับ FF LEAP + FF BLAST PLUS ให้ cushion & comfort สูงในแบบที่เราชอบ
ไม่แข็งเหมือนรุ่นแรก
แต่ก็ไม่ได้นุ่มจมแบบ MetaSpeed Ray
เป็น นุ่มแน่นแบบ MegaBlast
—
Speed แบบ Roll
พื้นมี rocker เริ่มตั้งแต่ช่วงจมูกเท้า
ทำให้ช่วงทางราบมีอาการกลิ้งไหลไปข้างหน้าชัดเจน
แต่ไม่ได้ aggressive จนรู้สึกว่ารองเท้าบังคับให้เราทิ่มไปข้างหน้า
กดแล้วมา เติมแล้วพุ่ง
อีกแล้วที่เรานึกถึง MegaBlast
—
Stability
สิ่งที่ต่างจากรุ่นแรกมากที่สุด คือ stability
คาร์บอนรูปตัว X ทำงานกับโฟมที่ยังยอมให้ตัวได้บ้าง — ทำให้รองเท้าปรับตัวกับพื้นได้หลายทิศทางกว่าเดิม
ตรงข้ามกับ V1 ที่ทั้งโฟมและคาร์บอนแข็งเกินไปสำหรับเทรลในมุมของเรา
—
โดยรวม ถ้าเทียบกับ Super Trail Shoe ด้วยกัน
คู่นี้ยังถือว่าอยู่ ฝั่ง Firm
ไม่มีถูกหรือผิด แล้วแต่ความชอบ
แต่ที่แน่ ๆ คือ
มันไม่กระด้างเกินไปเหมือนรุ่นแรกแล้ว
และคาแรกเตอร์ชัดว่าเหมาะกับ Speed Trail
ถ้าเจอสนามแฉะมาก หรือลื่นมาก ยังพอใช้ได้ (เราทดลอง ทางเทรลชัน 20–25% ที่ Trail and bean เขาตีนไก่ หลังฝนตก ก็ยังเอาอยู่)
แต่ถ้ารู้ว่าสนามจะเละจริง ๆ
รองเท้าที่ดอกลึกกว่านี้จะเหมาะกว่า
—
📍 Fit
ความยาวปกติ
เราเลือก US 10.5 ซึ่งเป็นไซส์ปกติของเราสำหรับรองเท้าเทรล
หน้าเท้าไม่ได้กว้าง แต่เพดานสูง ทำให้ volume ในโถงเท้าเยอะ และไม่รู้สึกอึดอัด
รอบข้อเท้ามี padding พอประมาณ ตามสไตล์ Racing Shoe
แต่ล็อกส้นได้ดี ทั้งที่ไม่มี Runner’s Loop
Quick Lace สวยและเรียบ
→ ทางที่ไม่ technical มาก เราชอบ ปรับระหว่างวิ่งง่าย ไม่ต้องไล่เชือกทั้งเส้น
→ แต่ถ้า technical มาก ๆ เรายังชอบเชือกปกติมากกว่า เพราะปรับ tension แต่ละช่วงของเท้าได้ละเอียดกว่า (โดยเฉพาะ midfoot)
ส่วน gaiter ที่บางคนบอกว่าช่วยประคองข้อเท้า
สำหรับเรา หน้าที่หลักคือกันเศษหิน
แค่นั้นก็ทำหน้าที่ของมันแล้ว
และดีที่ไม่ได้สูงจนรู้สึกรำคาญสำหรับคนที่ไม่ชินกับ gaiter
—
📍 อีกจุดที่เราสงสัย
Strobel หรือแผ่นที่อยู่ใต้ insole ลงไปอีกชั้น
รุ่นนี้ใช้ fabric Strobel ที่เฟิร์ม
เราคาใจ ว่าทำไม ASICS เลือกแบบนี้
แทนที่จะใช้ Strobel ที่นุ่มกว่า (เช่น โฟม)
หรือเปิดให้เท้าได้สัมผัส character ของ FF LEAP มากกว่านี้ (มี cutout กลาง Strobel เลย)
เพราะ structure แบบนี้ทำให้ ride เฟิร์มขึ้นอีกนิด
ไม่ได้หมายความว่าปัจจุบันกระด้างนะ
แบบนี้ถือว่าลงตัวแล้ว
เพียงแต่สำหรับเรา ซึ่งไม่ได้เป็นคนวิ่งเร็วมาก
ถ้านุ่มลงได้อีกนิด เราน่าจะชอบขึ้นอีกนิดเหมือนกัน
——
📍การวางขาย
ASICS MetaFuji Trail 2.0
คู่ในรูปคือ คู่สี Prototype
ที่ Tom Evans ใส่คว้าแชมป์ UTMB Mont-Blanc ปีที่แล้ว
สีนี้ไม่มีวางขาย
ส่วนสีที่ Ben Dhiman ใส่คว้าแชมป์ UTMB ปีนี้ (รูปในคอมเมนท์)
มีเปิดตัวไปแล้ว และวางขายเมืองไทยด้วย แต่จำนวนไม่เยอะ (น้อยมาก)
ราคา 8,500 บาท
วางขายเฉพาะที่
• ASICS Siam Square One
• ASICS Mega Bangna
• ASICS Paragon
• เว็บไซต์ ASICS
• Avarin Running and Triathlon.