KORE Kettlebell by Nikki Certified Coach เทรนนักวิ่งเทรล

KORE Kettlebell by Nikki Certified Coach เทรนนักวิ่งเทรล Certified ultra running coach
Kettlebell • Strength • Nutrition Coach
CPR • Medics • CFL1 certified

ขอบพระคุณทุกคนจากใจ🩵 ลายนี้ยังเหลือให้สอยกันอีกนิดหน่อย ก่อนจะเปิดลายใหม่ (ปรับลายคลาสสิคสีขาวใส่วิ่ง) #ตุ้มนรก   🩵
02/09/2026

ขอบพระคุณทุกคนจากใจ🩵 ลายนี้ยังเหลือให้สอยกันอีกนิดหน่อย ก่อนจะเปิดลายใหม่ (ปรับลายคลาสสิคสีขาวใส่วิ่ง)
#ตุ้มนรก 🩵

ตรูรู้แระ จะไปขายลอตเตอรี่ที่ไหนต่อ สัญญา คานชัยมีหนาวแน่นอน หึๆ #ตุ้มนรก 😂😂😂
31/08/2026

ตรูรู้แระ จะไปขายลอตเตอรี่ที่ไหนต่อ
สัญญา คานชัยมีหนาวแน่นอน หึๆ
#ตุ้มนรก 😂😂😂

31/08/2026

บางเรื่องก็ไม่รู้จะเขียนให้ soft หรือละมุนหูละมุนตายังไง แต่เราคิดว่า….

ตัวเรา คือตัวเรา
ประสบการณ์เรา คือประสบการณ์ของเรา
ไม่ควรมีใครมาบอกว่าเราควรเป็นยังไง ทำอะไร หรือคิดยังไง (นอกจากความผิดชอบชั่วดี ความผิดกฎ มารยาททางสังคม ผิดศีลธรรม — อันนี้ถ้ามีคนบอก ต้องรับฟัง)
จำได้ว่า คลาสแรกที่มาเรียนที่เมกา อาจารย์สั่งการบ้านว่า “ไปถ่ายรูปมา F Stop 8/11” ใช้ฟิล์มขาวดำ —— พูดแค่นี้เลยจริงๆ ไม่มีสั่งเสียอะไรอีก
ส่วนอีกคลาสบอกให้ debate เรื่อง public administration เอ้า อิหยัง คิด topic มั่วซั่วมาก ไม่ช่วยกูคิดเลย 5555
บอกเลยว่า งง !
ให้ถ่ายอะไรอ่ะ แล้วไปถ่ายที่ไหนอ่ะ แล้วยังไงวะ ตอนนั้นยังเด็กแหล่ะ ก็ไม่กล้าคิดเอง กลัวคิดผิด กลัวไม่ถูกใจครู กลัวทำผิดพลาด
กาลเวลาผ่านไป ก็เข้าใจว่า ….. อาจารย์เค้าให้มึงหัดคิด หัดใช้ไอเดียตัวเอง หัดบ่มความเป็นตัวเอง หัดให้มึงลองผิดลองถูก ให้ค้นหาตัวเองว่าชอบอะไร —- เพราะตราบใดที่ยังอยู่ในกรอบอยู่ในโจทย์ มึงละเลงได้เลย ใส่เข้าไป ความเป็นตัวเอง —- มึงชอบ portrait มึงไปถ่าย มึงชอบ landscape มึงไปจัดมา แต่ถ้าชอบถ่ายแนวอื่น เค้าก็ไม่บังคับว่าต้องทำอะไร มึงอยาก debate เรื่อง budget หรือเรื่อง recruitment ตามใจมึงเลย
อารมณ์เดียวกับ style การแต่งตัวแหล่ะ เมื่อก่อนนี่ต้องแต่งเหมือนเพื่อน กลัวไม่เหมือนแล้วเชย —- เวลาผ่านไป เราก็บ่มว่าเราชอบแต่งแนวไหน ก็จัดไปตามไอเดียส่วนตัว (ไม่รวมเรื่อง dress code หรือความเหมาะสมในที่สาธารณะ อันนี้ต้องศึกษา คนละประเด็นกัน)
จากสมัยเด็กๆที่เคย judge หรือติฉินว่าเค้าต่าง เพียงเพราะเขาชอบไม่เหมือนเรา ก็กลายเป็นการ “ทำความเข้าใจ”
เราว่า “การเปิดใจ ทำความเข้าใจในความแตกต่างทางไอเดีย ต่างทางประสบการณ์ และไม่ตัดสินอะไรจากมุมตัวเอง และคิดเสมอว่าไม่ใช่ทุกคนต้องเผชิญกับอะไรในองศาเดียวกับเรา” โคตรสำคัญ
บางทีเราเห็นว่า”สิ่งนี้เกิดขึ้น”กับคนนั้น —- เราตั้งสมมติฐานทันทีว่า อ๋อ แม่งอย่างงี้ชัวร์เลย ทั้งๆ ที่อาจจะจริงหรือไม่จริง แต่แม่งก็ story เค้า เราต้อง respect
อย่าบังคับกระบวนการเรียนรู้ กระบวนการตัดสินใจของใคร ให้การประมวลผลนั้นๆ เกิดขึ้นเอง เว้นแต่คุณมีความสามารถในการให้ constructive feedback (การให้ข้อมูลแบบติเพื่อก่อ without bias) ผิดก็เรียนรู้ พลาดก็ไม่ทำอีก
ก็เพราะทุกวันคือการเรียนรู้
ก็เพราะทุกวันคือประสบการณ์
การออกกำลังกายก็เช่นกัน ชอบอะไรมึงจัดเลย คือต้องให้อยากเอง คิดเอง แล้วจะวิ่งสนุก และจำไว้ว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะดีจะร้าย จะบันเทิงหรือตำบอน ก็คือประสบการณ์ของเรา ต้อง appreciate มัน ต้องเรียนรู้และได้ประโยชน์จากมัน เพราะทุกวันแม่งสอนเราเสมอ สุขอยู่ไม่นาน ทุกข์เดี๋ยวแม่งก็จากมึงไป สุขภาพดีก็แก่ยานนานๆไป 😂😂
นี่มันเพจออกกำลังกาย หรือเพจอะไรวะ งงตัวเอง
😂

เผื่อใครอยากทราบว่าเราไปเที่ยวไปลองรองเท้าอะไรกันมา ตามไปอ่านกันก่อนในแบบฉบับของโปร😊🙏🏼👌🩵
30/08/2026

เผื่อใครอยากทราบว่าเราไปเที่ยวไปลองรองเท้าอะไรกันมา ตามไปอ่านกันก่อนในแบบฉบับของโปร😊🙏🏼👌🩵

ASICS MetaFuji Trail 2.0 ในมุมมองของเรา ‼️

รองเท้าคาร์บอน Super Trail Shoe รุ่นล่าสุดของ ASICS ที่การันตีด้วยแชมป์ UTMB Mont-Blanc 100 ไมล์ 2 ปีซ้อน

Tom Evans — 2025 🥇
Ben Dhiman — 2026 🥇 / 2025 🥈

—

📍 ย้อนกลับไปที่ ASICS MetaFuji Trail 1.0

ปี 2024 คือครั้งแรกที่ ASICS พยายามทำ Super Trail Shoe ในเวอร์ชันของตัวเอง

ช่วงนั้นตลาดมีทั้ง

Tecton X 3.0
Agravic Speed Ultra 1.0
VECTIV Pro 2.0
และ Ultrafly Trail

MetaFuji Trail รุ่นแรกเอาเทคโนโลยีจากรองเท้าถนนมาใช้เต็มที่

โฟมชั้นบน FF TURBO — 40 Shore A
โฟมชั้นล่าง FF BLAST — 35 Shore A
กับคาร์บอนเต็มแผ่น

ผลที่ได้ในมุมของเรา คือรองเท้า “กึ่ง” Super Trail Shoe

บางคนชอบ
บางคนไม่ชอบ

มันให้ความรู้สึกคล้ายเอารองเท้าคาร์บอนถนนมาใส่ดอกยางเทรล

และเป็นรองเท้าถนนฝั่งเฟิร์มเสียด้วย
ถ้าให้นึกภาพ เรานึกถึง MetaSpeed Plus

คนที่แข็งแรงและคุมมันอยู่ก็อาจจะชอบ
หนึ่งในทีม wear tester ของเราชอบขนาดมี 3 สี

ส่วนเราไม่ค่อยชอบ

เพราะมันกระด้างไป ทั้งทางชันและทางราบ

พอเจอทางราบ ก็ไม่ได้เด้งหรือพุ่งมากในระดับที่เราคาดหวังจาก Super Shoe

แต่ deal breaker จริง ๆ คือ ความมั่นคง

แผ่นคาร์บอนเต็มเท้า เมื่อเจอพื้นไม่เรียบ มันไม่ค่อยยอมบิดตามพื้น

นึกภาพเหมือน เอียงทั้งกระดาน

ยิ่งเจอ technical trail ยิ่งชัด

——

📍 มาสู่ ASICS MetaFuji Trail 2.0

รอบนี้ทำดีขึ้นเยอะมาก

และสำหรับเรา
เรียกว่า Super Trail Shoe ได้เต็มตัวแล้ว

เพราะ ASICS ไม่ได้แค่อัพเดทเทคโนโลยี
แต่เป็นการเลือกเทคโนโลยีล่าสุด ให้เหมาะกับการวิ่งเทรล

คู่เราไซส์ US 10.5

น้ำหนัก 282 กรัม / 9.95 ออนซ์

Stack 45 / 38 มม.
วัดรวม insole หนา 3.5 มม. ที่ติดกาวมา ตามคอนเซ็ปต์รองเท้าสาย Racing

หนาราว ๆ SuperBlast
แต่เบามาก เมื่อคิดว่ายังมีพื้นยางเต็มขนาดนี้

—

📍 FF LEAP + FF BLAST PLUS

โฟมชั้นบนเป็น FF LEAP (a-TPU)
โฟมตัวท็อปจากฝั่งถนนที่ใช้ใน MetaSpeed

เราวัดได้ 35 Shore A

ให้ความรู้สึกนุ่มแน่น
ไม่กระด้าง และไม่ได้ยวบจมแบบ FF LEAP ใน MetaSpeed Ray

ถ้าให้เทียบง่าย ๆ
ใกล้ MegaBlast มากกว่า

ส่วนชั้นล่างเป็น FF BLAST PLUS
โฟม EVA + OBC

เราวัดได้ 35 Shore A เช่นกัน

ตัวโฟมชั้นล่างโอบขึ้นมาด้านข้างแบบ bathtub design
หุ้ม FF LEAP ที่อยู่เป็นแกนด้านใน (มีแพรม ให้เห็นจากด้านข้างบ้าง)

ผลคือพื้นมี energy return และ cushion & comfort เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม

—

📍 X-Shaped Carbon Plate

นี่คือหนึ่งในจุดที่เราชอบที่สุดเมื่อเทียบกับรุ่นแรก

แทนที่จะใช้คาร์บอนเต็มแผ่น
รุ่นนี้เปลี่ยนเป็นแผ่นคาร์บอนรูปตัว X

มันให้ตัวได้มากกว่าเวลาเจอพื้นไม่เรียบ
และไม่บังคับเท้ามากเหมือนคาร์บอนเต็มแผ่น

ขึ้น/ลง เขา → มีแรงส่งช่วย
ทางเทคนิคอล → ยังบิดตัวและควบคุมได้

นี่แหละที่ทำให้เรารู้สึกว่า V2 เริ่มเป็น Trail Super Shoe จริง ๆ
มากกว่าการเอา Super Shoe ถนน มาใส่ดอกยาง

—

📍 Upper

เนื้อผ้าทำมาดีมาก

เป็นทรงถุงเท้า (sock-like bo**ie) ตัว upper ทอด้วยเส้นด้ายผสมกับฟิล์มพลาสติกบาง ๆ
หน้าตาและสัมผัสชวนให้นึกถึง MATRYX

ข้อดีที่เห็นชัดคือ แทบไม่อมน้ำ

มีเฉพาะช่วงหลังเท้าและรอบข้อเท้าที่ใช้ผ้าถักยืดหยุ่น —> ทำให้บริเวณที่สัมผัสผิวยังรู้สึกสบาย

เชือกเป็น Quick Lacing แบบที่เห็นกันมากในรองเท้าเทรล

และมี built-in gaiter
ช่วยกันเศษหินและดินเข้ารองเท้า

พื้น ASICSGRIP ดอก 3.5 มม.

ชัดเจนว่า setup มาสำหรับ Speed Trail (ไม่ใช่สำหรับ Technical Trail)

——

Ride Character

จุดเด่นที่สุดของ MetaFuji Trail 2.0 คือ ความสมดุลย์ของ

Cushion & Comfort + Speed + Stability

—

Comfort & Cushion

ความหนา 45 มม. กับ FF LEAP + FF BLAST PLUS ให้ cushion & comfort สูงในแบบที่เราชอบ

ไม่แข็งเหมือนรุ่นแรก
แต่ก็ไม่ได้นุ่มจมแบบ MetaSpeed Ray

เป็น นุ่มแน่นแบบ MegaBlast

—

Speed แบบ Roll

พื้นมี rocker เริ่มตั้งแต่ช่วงจมูกเท้า

ทำให้ช่วงทางราบมีอาการกลิ้งไหลไปข้างหน้าชัดเจน
แต่ไม่ได้ aggressive จนรู้สึกว่ารองเท้าบังคับให้เราทิ่มไปข้างหน้า

กดแล้วมา เติมแล้วพุ่ง

อีกแล้วที่เรานึกถึง MegaBlast

—

Stability

สิ่งที่ต่างจากรุ่นแรกมากที่สุด คือ stability

คาร์บอนรูปตัว X ทำงานกับโฟมที่ยังยอมให้ตัวได้บ้าง — ทำให้รองเท้าปรับตัวกับพื้นได้หลายทิศทางกว่าเดิม

ตรงข้ามกับ V1 ที่ทั้งโฟมและคาร์บอนแข็งเกินไปสำหรับเทรลในมุมของเรา

—

โดยรวม ถ้าเทียบกับ Super Trail Shoe ด้วยกัน

คู่นี้ยังถือว่าอยู่ ฝั่ง Firm

ไม่มีถูกหรือผิด แล้วแต่ความชอบ

แต่ที่แน่ ๆ คือ
มันไม่กระด้างเกินไปเหมือนรุ่นแรกแล้ว

และคาแรกเตอร์ชัดว่าเหมาะกับ Speed Trail

ถ้าเจอสนามแฉะมาก หรือลื่นมาก ยังพอใช้ได้ (เราทดลอง ทางเทรลชัน 20–25% ที่ Trail and bean เขาตีนไก่ หลังฝนตก ก็ยังเอาอยู่)

แต่ถ้ารู้ว่าสนามจะเละจริง ๆ
รองเท้าที่ดอกลึกกว่านี้จะเหมาะกว่า

—

📍 Fit

ความยาวปกติ

เราเลือก US 10.5 ซึ่งเป็นไซส์ปกติของเราสำหรับรองเท้าเทรล

หน้าเท้าไม่ได้กว้าง แต่เพดานสูง ทำให้ volume ในโถงเท้าเยอะ และไม่รู้สึกอึดอัด

รอบข้อเท้ามี padding พอประมาณ ตามสไตล์ Racing Shoe
แต่ล็อกส้นได้ดี ทั้งที่ไม่มี Runner’s Loop

Quick Lace สวยและเรียบ

→ ทางที่ไม่ technical มาก เราชอบ ปรับระหว่างวิ่งง่าย ไม่ต้องไล่เชือกทั้งเส้น

→ แต่ถ้า technical มาก ๆ เรายังชอบเชือกปกติมากกว่า เพราะปรับ tension แต่ละช่วงของเท้าได้ละเอียดกว่า (โดยเฉพาะ midfoot)

ส่วน gaiter ที่บางคนบอกว่าช่วยประคองข้อเท้า

สำหรับเรา หน้าที่หลักคือกันเศษหิน

แค่นั้นก็ทำหน้าที่ของมันแล้ว
และดีที่ไม่ได้สูงจนรู้สึกรำคาญสำหรับคนที่ไม่ชินกับ gaiter

—

📍 อีกจุดที่เราสงสัย

Strobel หรือแผ่นที่อยู่ใต้ insole ลงไปอีกชั้น

รุ่นนี้ใช้ fabric Strobel ที่เฟิร์ม

เราคาใจ ว่าทำไม ASICS เลือกแบบนี้

แทนที่จะใช้ Strobel ที่นุ่มกว่า (เช่น โฟม)
หรือเปิดให้เท้าได้สัมผัส character ของ FF LEAP มากกว่านี้ (มี cutout กลาง Strobel เลย)

เพราะ structure แบบนี้ทำให้ ride เฟิร์มขึ้นอีกนิด

ไม่ได้หมายความว่าปัจจุบันกระด้างนะ
แบบนี้ถือว่าลงตัวแล้ว

เพียงแต่สำหรับเรา ซึ่งไม่ได้เป็นคนวิ่งเร็วมาก
ถ้านุ่มลงได้อีกนิด เราน่าจะชอบขึ้นอีกนิดเหมือนกัน

——

📍การวางขาย

ASICS MetaFuji Trail 2.0

คู่ในรูปคือ คู่สี Prototype
ที่ Tom Evans ใส่คว้าแชมป์ UTMB Mont-Blanc ปีที่แล้ว

สีนี้ไม่มีวางขาย

ส่วนสีที่ Ben Dhiman ใส่คว้าแชมป์ UTMB ปีนี้ (รูปในคอมเมนท์)

มีเปิดตัวไปแล้ว และวางขายเมืองไทยด้วย แต่จำนวนไม่เยอะ (น้อยมาก)

ราคา 8,500 บาท

วางขายเฉพาะที่

• ASICS Siam Square One
• ASICS Mega Bangna
• ASICS Paragon
• เว็บไซต์ ASICS
• Avarin Running and Triathlon.



มะวานโคตรเดือด!!! วันนี้เรามาลุ้นกันต่อดูจบมึงค่อยไปซื้อรองเท้าค่ะ เอาคู่ไหนตามใจมรึงเลยค่ะ 🤣 ตรูก็อยากได้ แต่ไม่มีไซส์ค...
28/08/2026

มะวานโคตรเดือด!!! วันนี้เรามาลุ้นกันต่อ
ดูจบมึงค่อยไปซื้อรองเท้าค่ะ เอาคู่ไหนตามใจมรึงเลยค่ะ 🤣 ตรูก็อยากได้ แต่ไม่มีไซส์ค่ะ ฝากเรียนแบรนด์😅 #คนไทยทุกคนสู้ๆค่ะ♥️ ปีนี้เดือดมาก
Photo credit: instagram

โอเคปีนี้เราเขียนเรื่องนี้หลายรอบมาก แล้วเราก็จะเขียนอีกว่าทำไมเราถึงตั้งใจเบาปีนี้ ทั้งๆที่ร่างกายโคตรดี จะไปวิ่งงานไหน...
27/08/2026

โอเคปีนี้เราเขียนเรื่องนี้หลายรอบมาก แล้วเราก็จะเขียนอีกว่าทำไมเราถึงตั้งใจเบาปีนี้ ทั้งๆที่ร่างกายโคตรดี จะไปวิ่งงานไหนก็ได้หมด ถ้าจะอวดแบบคนขี้โม้ ก็จะพิมพ์ว่า ปีนี้ถ้าจะลงงานวิ่งคือยังไงก็ได้ถ้วยกลับมา กูเก่ง อส
แต่เราเลือกที่จะมีวินัยในการพักร่างกายจิตใจ ไม่ปล่อยให้แสงสีรอบกายมารุมเร้าจนเสียคน และเราก็อยากเป็นกระบอกเสียงให้คนทุกคนเข้าใจว่าบางครั้งเราต้องมีสติยับยั้งชั่งใจ ไม่ปล่อยให้ความอยาก ความสาแก่ใจ ความมีสปอนเซอร์ ความโซเชียลมีเดีย ความอะไรก็แล้วแต่ มาทำให้เราต้องพิสูจน์อะไรในจุดที่เกินตัว {ย้ำว่าต้อง*เกินตัว ขาดความสมดุล}
เราไม่ได้บอกว่าเราคิดถูก
เราไม่ได้บอกว่าทุกคนต้องเลิกพยายาม ต้องเลิกทำเรื่องยากๆ เพราะแม่งไม่จริง
ชีวิตพวกเราโตขึ้นด้วยการก้าวข้าม
เรารู้ เราตื่น เราเบิกบาน จากการเผชิญสิ่ง uncomfortable อย่างคำคมที่ว่า nothing grows in your comfort zone
เราแค่บอกว่า…..
เราควรมีลิมิตบ้างในบางครั้งในบางเรื่อง
และเรื่องนี้ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจับจ่ายใช้สอยซื้อของเกินตัว การกินของที่ไม่ควรกิน ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ดีต่อร่างกาย
การขี้เกียจเกินตัว ไปจนถึงการกลัวทุกสิ่ง วิเคราะห์ทุกอย่าง จนไม่กล้าทำเหั้ยอะไรเลยซักอย่าง — อันนี้ก็เกินไป
คือจะเป็นการอะไรก็แล้วแต่
เราคิดว่าทุกอย่างมันควรมีลิมิต
และตั้งอยู่บนหลักของความเป็นจริง
เหมือนที่วันก่อนเรานั่งฟัง YouTube มอลลี่นักกีฬาระดับโอลิมปิกที่ถอนตัวออกจากการแข่งขัน OCC แบบค่อนข้างกึ่งฉุกเฉิน
นางมีเหตุผลคล้ายเราเลย
แน่แหล่ะค่ะ กูไม่ได้เก่งเหมือนเค้า
ไม่ได้ระดับโลกเท่าเค้า
แต่เราแค่จะบอกว่า
เขาพูดว่า Can I กับ Should I
แม่งต่างกันเหลือเกินเว้ย!!!
ซึ่งเราเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วเราก็เข้าใจเลยว่าทำไมเค้าถึงถอนตัว
เค้าบอกว่าแน่แหละ เค้าทำได้แน่ๆ
(Can I — Yes I can, but should I?)
แต่เค้าควรทำหรือเปล่า? ไม่เลย
พอนางตอบคำถามสั้นๆ อันนี้ได้
เพื่อที่จะไปต่อในวงการเทรลได้ยาวๆ
เขาก็ไม่มีอะไรจะต้องคิดหรือพิสูจน์อีกเลย ก็ถอนตัวทันทีแบบไม่มีอีกโก้ใดๆ
สรุปคือ
อย่าปล่อยให้โลกโซเชียล หรือ vibes ต่างๆ มาทำให้เราหน้ามืดตามัว และตัดสินใจทำอะไรจากพื้นฐานแห่งความเกินตัว
การยับยั้งจิต ข่มใจ ไม่ปล่อยมันไหลไปโดยขาดวิจารณญาณ เป็นสิ่งพึงกระทำ
ปีหน้ากุอาจจะลงร้อยไมล์ก็ได้ ใครจะไปรู้ เพราะเราก็อยากก้าวข้าม อยากเป็นคนที่ไม่อยู่ในกะลาโง่ๆ ไม่เดินวนอยู่กับความ comfortable ตลอดเวลา และไม่อยากเสียชาติเกิด
แต่ทั้งหมดทั้งปวง
เราก็จะเอาตราชั่งมาตวงซ้ายตวงขวา
ตวงมันด้วยความเป็นจริงก่อนเสมอ
อย่างที่เราเคยเขียน จะบ้าบิ่นแค่ไหนก็ควรใช้สติ ไม่ใช่ทุ่มหมดหน้าตักแบบไม่ลืมหูลืมตาเลย
ขอให้ทุกคนหาตัวเองให้เจอค่ะ
#ตุ้มนรก

สารภาพนะว่าการที่ต้องยืนอยู่บนหลักความเป็นจริงของชีวิตในปี 2026 เป็นเรื่องที่น่าอึดอัดมากสำหรับเรา สำหรับคนสาย active อย...
21/08/2026

สารภาพนะว่าการที่ต้องยืนอยู่บนหลักความเป็นจริงของชีวิตในปี 2026 เป็นเรื่องที่น่าอึดอัดมากสำหรับเรา สำหรับคนสาย active
อย่างที่บอกว่าปีนี้เราตั้งใจเบากับการเทรน เพื่อเป็นการอดเปรี้ยวไว้กินหวานทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้เขาไปต่อกับเราได้นานๆ
แน่แหละว่าสิ่งเร้ารอบกายเราเยอะมากๆ (และหากเราเอาปัจจัยทุกอย่างนี้มาใส่ใจ*แบบเกินจริง เรามองว่ามันจะดึงเราไปอยู่ในจุด unhealthy และอาจ burnouts ทั้ง physically and mentally) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรชใหม่ๆ เรื่องถ้วย เรื่องอันดับ เรื่องคะแนน เรื่องผู้สนับสนุนนั่นนี่ สารพัดตัวแปรที่ทำให้เราอยากจะออกไปลงงานวิ่ง
แต่….
เรามีความเป็นจริงในชีวิตที่ต้องจัดการ เช่น
1. ย้ายบ้านทำบ้าน
2. ต้อง/ควรคืนเวลาให้ครอบครัวหลังจากที่เอาเวลาเขามาสี่ห้าปี ชีวิตวนเวียนอยู่แต่เรื่องไปเทรล
3.เรายังคงมีวินัยใส่ใจออกกำลัง เราเคร่งครัดกับตรงนี้ล้าน% ตลอดชีวิต
บอกเลยว่าคนที่ใช้ชีวิตวางแผนการซ้อมตลอดปีแบบเรา ก็เกือบจะไปไม่เป็น บางทีแม่งก็งง ไม่มีเรช แล้วกูจะทำไรดีวะ 5555
แต่อย่างที่บอก
เราเป็นคนเชื่อมั่นในเรื่องของการข่มใจ
การดึงตนเองกลับมา
การสะกิดกะหม่อม
แล้วหมั่นดีดที่กะโหลกตนเองว่ามึงๆ
ตรงนี้ๆ นี่คือโลกแห่งความเป็นจริง เช่นเรื่องร่างกาย เรื่องการงาน เรื่องครอบครัว เรื่องสถานภาพทางการเงิน เรื่องชีวิตคู่
ทั้งหมดทั้งปวงชีวิตคุณต้องมีขอบเขต มึงจะเอาแต่ใจในทุกๆเรื่องเพียงเพราะคำว่า “อยาก” ตลอดเวลาไม่ได้ เป็นคนควรมีกรอบด้วย จะอิสระ 100% เลย เราว่าก็ไม่เหมาะสม
นั่นล่ะค่ะ
รู้ตัวอีกทีก็เกือบจะปลายปีแล้วค่ะ
off season แป๊บเดียวเอง ดีจะตาย💕
นี่ก็เริ่มเขียนตารางชีวิตของปีหน้าแระ คัน 5555 แอนดี้แม่งหัวเราะ เพราะตรูอึดอัดมานานเกือบทั้งปี
ปีหน้าสนุกแน่นอน🤣
หาเรชเอ แพร๊บบ 🤣
#ตุ้มนรก

ที่อยู่

หนองควาย
Amphoe Hang Dong
50230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ KORE Kettlebell by Nikki Certified Coach เทรนนักวิ่งเทรลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง KORE Kettlebell by Nikki Certified Coach เทรนนักวิ่งเทรล:

ทางลัด

แชร์