Pure T. Horsemanship ฝึกม้า แก้ม้า ดูแลม้า - เพียว ธณเดช

Pure T. Horsemanship ฝึกม้า แก้ม้า ดูแลม้า - เพียว ธณเดช การฝึกม้า แก้ม้า ฝึกม้าใหม่ ฝึกม้าข?

คุณกับม้ามีปัญหากันใช่มั๊ย...!!!...ผมช่วยได้ครับ📌 ยินดีต้อนรับสู่  . . . .Pure T. Horsemanship @ Rein Haven Ranch 🐴ที่นี...
18/09/2026

คุณกับม้ามีปัญหากันใช่มั๊ย...!!!...ผมช่วยได้ครับ
📌 ยินดีต้อนรับสู่
. . . .
Pure T. Horsemanship @ Rein Haven Ranch 🐴
ที่นี่เรามุ่งมั่นพัฒนา
Rider • Horse • Horseman • Partnership
ผ่านระบบการฝึกที่เริ่มต้นจากการอ่านพฤติกรรม ทำความเข้าใจ และสื่อสารอย่างถูกต้อง
. . . .
แล้วคุณควรเลือกเรียนหรือรับบริการอะไร?"
เพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นได้อย่างตรงจุด
เรามี 5 บริการหลักที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ของคนรักม้าทุกคนที่แตกต่างกัน ดังนี้ครับ
. . . .
1️⃣ อยากเรียนขี่ม้าอย่างเป็นระบบ ➔ THE REIN SERIES™ (Teach to Ride)
หลักสูตรพัฒนาผู้ขี่แบบเป็นลำดับขั้น เปลี่ยนจากการพึ่งพาแรงไปสู่การสื่อสารที่ละเอียดและนุ่มนวลขึ้น เหมาะตั้งแต่เด็กอายุ 5-7 ปี, ผู้เริ่มต้นจากศูนย์ ไปจนถึงผู้ขี่ระดับสูงที่ต้องการความแม่นยำ
. . . .
2️⃣ มีปัญหาเฉพาะจุดที่ยังแก้ไม่ได้ ➔ THE HORSEMAN CLINIC (Solve the Problem)
คลินิก 2 วันแบบเจาะจงเฉพาะบุคคล สำหรับผู้ขี่ที่มีพื้นฐานแล้วแต่รู้สึก "ติดขัด" ไม่ว่าจะเป็นปัญหาม้าไม่ตอบสนอง นั่งไม่ติดอาน หรือสื่อสารกันไม่เข้าใจ เราออกแบบการแก้ปัญหาจากเป้าหมายของคุณ
. . . .
3️⃣ ต้องการให้เราช่วยฝึกม้าให้ ➔ PURE_T HORSE TRAINING™ (Train the Horse)
บริการฝึกม้าโดย Pure T. เป็นผู้รับผิดชอบกระบวนการฝึกโดยตรง เพื่อปรับพื้นฐาน พฤติกรรม และการตอบสนอง ให้ม้าเข้าใจสัญญาณและพร้อมทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย
. . . .
4️⃣ อยากเรียนรู้วิธีฝึกม้าด้วยตัวเอง ➔ PURE_T HORSEMAN TRAINING™ (Learn to Train)
โปรแกรมพัฒนาคนให้เป็นผู้ฝึกม้า เหมาะสำหรับเจ้าของม้า หรือคนทำงานฟาร์ม ที่ต้องการเรียนรู้วิธีอ่านพฤติกรรม สื่อสาร และออกแบบการฝึกม้าได้ด้วยตนเองอย่างเป็นระบบ
. . . .
5️⃣ อยากทดลองขี่หรือขี่เป็นครั้งคราว ➔ FLEXIBLE RIDING (Ride & Experience)
บริการขี่ม้าแบบยืดหยุ่น สำหรับผู้ที่ต้องการขี่เพื่อพักผ่อน สัมผัสประสบการณ์ หรือทบทวนทักษะ โดยไม่ต้องผูกมัดกับหลักสูตรต่อเนื่อง
. . . .
💬 ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน?
ไม่ต้องกังวลครับ
เพียงทัก Inbox แล้วบอกเราว่า...
"อายุ +
ประสบการณ์ที่มี +
เป้าหมายหรือปัญหาที่อยากแก้"

แล้วเราจะช่วยแนะนำเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณและม้า
📍 สถานที่: Rein Haven Ranch
https://maps.app.goo.gl/qqCS8tW8poiTFPi89?g_st=ac
📩 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือจองคิว:
https://line.me/ti/p/eiVcpxXPqQ
“Don't just control the horse. Become the Horseman.”

14/09/2026

ต่อจาก EP.1 ที่เราคุยกันว่า ยิ่งดึง ปากยิ่งแข็ง เพราะเรามัวแต่ไปขี่ปากม้า

EP.1.2 นี้คือภาคปฏิบัติครับ
3 จุดที่ผมเช็คก่อนขึ้นขี่ทุกครั้ง

1. ขา = โอบเบาๆ แล้วรอ ให้ขาหลังก้าว
2. ที่นั่ง = ถ้าเราเกร็ง ม้าจะเกร็งทั้งตัว
3. สายตา = มองทางที่เราจะไป ม้าจะเดินตามเอง

ลองเอาไปปรับดู
แล้วบอกผมหน่อยว่าจุดไหนยากสุด?
คอมเมนต์มาเลย ขา / ที่นั่ง / สายตา

พรุ่งนี้ผมจะลง Carousel สรุป 3 จุดนี้แบบภาพนิ่งให้เซฟเก็บไว้อ่านก่อนขึ้นขี่กันครับ

#ม้ามีปัญหาหรือคนขี่ต่างหากที่ยังไม่เข้าใจ
#ขี่ปากม้าแทนที่จะขี่ขาม้า
#3วิธีขี่ม้ายังไงให้ปากนุ่ม

ถึงคนที่กำลังสับสนว่าทำไมบางวันขี่ม้าแล้วลื่นไหล แต่บางวันกลับรู้สึกเหมือนตีกันจนเหนื่อยเริ่ม...!!!1) ก่อนขึ้นหลังม้า ลอ...
13/09/2026

ถึงคนที่กำลังสับสนว่าทำไมบางวันขี่ม้าแล้วลื่นไหล แต่บางวันกลับรู้สึกเหมือนตีกันจนเหนื่อย

เริ่ม...!!!
1) ก่อนขึ้นหลังม้า ลองถามตัวเองให้ชัดก่อนว่า วันนี้เราจะ "ขี่เพื่อฝึก" หรือ "ขี่เพื่อขี่" เพราะสองอย่างนี้ใช้ Mindset คนละเรื่องเลย
2) การขี่เพื่อขี่ (Riding)
คือการออกไปใช้งาน ไปขี่ชิลๆ หรือทบทวนสิ่งที่ม้าทำได้ดีและเข้าใจอยู่แล้ว เป้าหมายคือความผ่อนคลาย จังหวะที่ลื่นไหล บางทีถ้าม้าทำผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เราก็อาจจะปล่อยผ่านไปบ้าง เพื่อรักษาบรรยากาศความเชื่อใจ ไม่ไปจู้จี้จุกจิกกับเขาทุกฝีก้าว
2) การขี่เพื่อฝึก (Training)
คือการสอนสิ่งใหม่ หรือการกลับมาแก้ปัญหาที่ยังติดขัด ตรงนี้เป้าหมายไม่ใช่ความสวยงาม แต่คือการสร้างความชัดเจนของ "คิว (Cue)" และ "จังหวะการปล่อย (Release)" การขี่แบบนี้อาจจะดูไม่สมูท ต้องหยุดบ่อย ต้องแก้ซ้ำๆ และต้องใช้ความอดทนสูงมาก
3) ปัญหาที่เจอบ่อยคือ..
เราชอบเอาสองอย่างนี้มาปนกัน อยากจะสอนท่าใหม่ให้ม้า แต่ก็คาดหวังให้ม้าก้าวได้เนียนๆ สวยๆ ไปพร้อมกัน พอเขาทำไม่ได้ดั่งใจ เราก็หงุดหงิด ทั้งที่จริงแล้วม้าเขากำลังพยายามทำความเข้าใจภาษาใหม่ของเราอยู่
4) เวลาขี่เพื่อฝึก บางครั้งเราต้องยอมทิ้งภาพสวยๆ ไปก่อน ม้าเรียนรู้จากการที่เราให้รางวัล (ลดความกดดัน) ในวินาทีที่เขาตอบสนองถูกต้อง แม้จะเป็นแค่เสี้ยวเล็กๆ ของท่าทางทั้งหมดก็ตาม แค่เขายอมตอบสนองถูกนิดเดียว ก็คุ้มแล้วที่จะหยุดแล้วชม ไม่ต้องรอให้เพอร์เฟกต์ร้อยเปอร์เซ็นต์
5) ม้าไม่รู้หรอกว่าภาพรวมสุดท้ายหรือท่าทางระดับประกวดที่เราอยากได้คืออะไร เขารู้แค่ว่าทำแบบไหนแล้วสบายตัว หน้าที่ของเราคือการซอยโจทย์ยากๆ ให้เป็นสเต็ปย่อยๆ ที่ม้าทำตามและเข้าใจได้ง่ายที่สุด
6) ถ้าวันไหนม้าหัวตื้อ ทำยังไงก็ไม่เข้าใจ ให้ถอยกลับมาในจุดที่เขาทำได้ดี (ขี่เพื่อขี่) ให้เขาได้จบงานด้วยความมั่นใจ อย่าดันทุรังฝึกต่อจนจบด้วยการสู้กัน เพราะม้าจะจดจำความเครียดนั้นไปถึงรอบหน้า
7) จัดตารางให้ชัดเจน วันไหนตั้งใจจะฝึก ก็พกความใจเย็นไปให้เยอะ วันไหนตั้งใจจะขี่ชิล ก็ปล่อยใจให้สบาย ให้ม้าได้มีวันพักสมองบ้าง บาลานซ์สองอย่างนี้ให้ดี แล้วความสัมพันธ์กับม้าจะพัฒนาไปได้ไวขึ้นเยอะ
สุดท้ายคือ...แยกให้ชัดเลยว่า วันไหนคือการโฟกัสและจุกจิกเพื่อ "ฝึก" และวันไหนที่เราจะปล่อยให้เขาเคลื่อนที่แบบสบายๆ เพื่อ "ขี่"
และที่สำคัญคือ...เวลาไปขี่ม้าคนอื่น
ถ้าเขาไม่ได้ต้องการให้เอ็ง..."ฝึก" สิ่งที่เอ็งควรทำคือแค่..."ขี่" ไม่ต้องไปจู้จี้พยายามเปลี่ยนพฤติกรรมม้าคนอื่นเขา มันคือมารยาท
#สรุปจากประสบการณ์ชีวิต

30/08/2026

ถึงน้อง ๆ ที่อยากจะลองเลี้ยงม้า

1) เลิกฝันหวานถึงภาพตัวเองขี่ม้าเท่ๆ ริมหาดไปได้เลยน้อง ๆ ม้าคือภาระชิ้นโตที่มีลมหายใจและกินจุ ถ้ายังจัดสรรเวลา สติ และเงินในกระเป๋าตัวเองไม่รอด อย่าเพิ่งหาเหาใส่หัว ลองไปเช่าม้าขี่ดูก่อน ถูกกว่าเยอะ

2) จะคุมสัตว์หนักครึ่งตันให้อยู่ เอ็งต้องคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้ก่อน ถ้าข้างในเอ็งยังลนลาน หงุดหงิดง่าย หรือมีความกลัว ม้ามันสัมผัสได้ผ่านภาษากายเลยนะ แล้วมันจะยอมฝากชีวิตไว้กับจ่าฝูงที่ขาดสติได้ยังไง

3) เลิกเชื่อพวกหนังคาวบอยหรือหนังสงครามที่ม้ามันแสนรู้ตั้งแต่แรกเจอ ความผูกพันที่แท้จริงมันสร้างจากการตักขี้ แปรงขน และเหงื่อที่ท่วมหลังหลังตอนฝึกซ้อม ไม่ใช่แค่นั่งรอแล้วจะให้มันเชื่องเป็นหมา

4) ม้าแต่ละตัวมีแผลในใจไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะม้าที่ผ่านมือคนมาเยอะ อาการตื่นตระหนก พยศ หรือขี้ระแวง บางทีมันมาจากคนที่ฝึกมันมาแบบผิดๆ เอ็งมีหน้าที่ต้องใช้เวลาเยียวยาและทำความเข้าใจ ไม่ใช่เอะอะก็ใช้แส้หรือส้นบังคับ

5) การสอนให้ม้ารู้จักเคารพ Space (หรือพื้นที่ส่วนตัวของเรา) ไม่ใช่การรังแก แต่มันคือกฎเหล็กของการเอาชีวิตรอด เอ็งต้องเป็นผู้นำที่ชัดเจน รักม้าได้ แต่อย่าปล่อยให้มันเดินชน เอาจมูกมาดุน เพราะวันนึงมันจะล้ำเส้นจนเราเจ็บตัว

6) อย่ามโนไปเองว่าม้าจะรู้ใจเอ็งทุกเรื่อง มันพูดไม่ได้และไม่ใช่ผู้วิเศษ อยากให้มันเดิน หยุด หรือถอย เอ็งต้องฝึกให้มันรู้จักคิว (Cue) และภาษากายที่ชัดเจน ส่งสัญญาณมั่วๆ ม้ามันก็งง แล้วพอมันทำผิด เอ็งจะไปโทษมันก็ไม่ได้

7) เวลาอยู่กับม้า หัดสังเกตสิ่งที่มันไม่ได้พูดบ้าง หูที่ลู่ลง หางที่สะบัดแรง กล้ามเนื้อที่เกร็งตัว... พวกนี้คือคำพูดของมันทั้งนั้น คนเลี้ยงม้าที่เก่ง คือคนที่อ่านสัญญาณเล็กๆ พวกนี้ออกก่อนที่มันจะระเบิด ไม่ใช่คนที่ขี่เก่งอย่างเดียว

8) วันไหนที่ม้ามันดื้อหรือต้านมือ คุมสติให้ดี อย่าใช้อารมณ์เข้าสู้เพื่อเอาชนะ เพราะถ้าใช้กำลังข่ม เอ็งอาจจะชนะมันแค่วันนี้วันเดียวก็ได้ แต่ความไว้ใจพังหมด หาต้นตอให้เจอว่ามันเจ็บอุปกรณ์ หรือมันแค่สับสน แล้วแก้ให้ตรงจุด

9) ไม่ต้องรีบร้อนอยากจะปีนขึ้นอานตลอดเวลาก็ได้ การฝึกทำงานบนพื้น (Groundwork) จูงเดินเล่น หรือแค่ยืนแปรงขนเงียบๆ ด้วยกัน นี่แหละคือรากฐานความเชื่อใจที่โคตรจะสำคัญและต่อยอดไปถึงตอนขี่ได้ดีที่สุด

10) ขอให้รักม้าในแบบที่สายพันธุ์และสรีระมันเป็น โครงสร้างม้าแต่ละตัวมีขีดจำกัด อย่าพยายามฝืนม้าขี่เล่นสายชิลให้ไปทำท่าทางยากๆ ระดับประกวด มันเหนื่อยและทรมานทั้งคนทั้งม้าเปล่าๆ รักมันที่เป็นมัน

11) คนเลี้ยงม้าตัวจริง จะต้องเติบโตไปพร้อมกับม้า เอ็งจะใจเย็นขึ้น เป็นผู้นำที่นิ่งขึ้น ในขณะที่ม้าก็สงบและเชื่อใจเอ็งมากขึ้น ความสัมพันธ์ที่ถูกต้องคือต่างคนต่างช่วยกันดึงศักยภาพให้ออกมาดีที่สุด

12) จำคำพี่ไว้ให้แม่นเลยนะ สวัสดิภาพของม้าคือความรับผิดชอบของเอ็ง 100% ตั้งแต่หัวจรดหาง อาหารการกินไปจนถึงที่นอน อย่าโทษม้าเวลาที่ทำผลงานไม่ได้ดั่งใจ เอ็งต้องดูแลให้มันสมบูรณ์พร้อมทั้งกายและใจก่อน แล้วเดี๋ยวมันจะยอมถวายหัวให้เอ็งเอง

#สรุปจากประสบการณ์ชีวิต

30/08/2026

ม้ามีปัญหา หรือว่าคนขี่ไม่เข้าใจ EP.1
:: "ขี่ปากม้า แทนที่จะขี่ขาม้า"
​
​1. สำหรับคนที่ขี่ม้าแล้วรู้สึกว่าม้า "หนักปาก" ดึงเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหยุด ยิ่งดึงบังเหียน ม้ายิ่งเกร็งคอสู้...

​2. เรามักเชื่อว่าม้าดื้อเพราะปากแข็ง ต้องแก้ด้วยการเปลี่ยนเหล็กปากให้แรงขึ้น แต่ความจริงคือ ปากที่แข็งเกิดจาก "ขา" ที่เราควบคุมไม่ได้ต่างหาก

​3. ยิ่งเราพยายามแก้ปัญหาด้วยการดึงมือให้แรงขึ้น ม้าจะยิ่งเจ็บ ชา และสร้างแรงต้านหนักกว่าเดิมในระยะยาวจนเสียระบบ

​4. ทำไมการแก้ปัญหาม้าดึงมือ ถึงต้องเริ่มต้นที่ "การคุมขาม้า" ไม่ใช่ที่ปาก?

​5. ลองนึกภาพเวลาเราขี่แล้วม้าเร่งความเร็ว สัญชาตญาณคือเราจะเกร็งมือดึงบังเหียนเข้าหาตัว แต่ม้ามักจะเชิดหน้าและซอยขาหนีเร็วขึ้นกว่าเดิม

​6. ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ "ม้าเบรกแตก" แต่คือเรากำลังพยายามหยุดส่วนหน้า ในขณะที่เครื่องยนต์ (ขาหลัง) ยังคงผลักไปข้างหน้า

​7. แก่นของ Connection-Based Training เราถือว่า ปากม้าคือตัวสะท้อนความสมดุลของร่างกาย เมื่อเราใช้ Seat และขาควบคุมจังหวะก้าว (Body Control) ให้ตอบสนองผ่าน Pressure & Release อย่างถูกต้อง ความตึงที่ปากจะหายไปเอง (Vertical Flexion)

​8. จากม้าที่ต้องใช้แรงดึงจนปวดแขน แค่คุณเปลี่ยนมาโฟกัสที่การคุมจังหวะขา ม้าจะเริ่มทิ้งคอลงและเบาขึ้นจนแทบไม่ต้องออกแรงดึง (ไม่รู้ก็ต้องลอง ไม่อยากลองมั่ว ๆ ก็มาเรียน)

​9. เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การบังคับฝืนใจสร้างได้แค่แรงต้าน แต่ความนุ่มนวลเกิดจากการสื่อสารที่เข้าใจกลไกการเคลื่อนไหวของม้า

​10. การขี่ครั้งหน้า ก่อนจะดึงบังเหียน ลองเช็กว่าขาคุณกำลังสื่อสารกับขาม้าอยู่หรือไม่ ลองเริ่มจากการเดินแล้วหยุดด้วย Seat และขาก่อนใช้มือครับ



#ม้ามีปัญหาหรือว่าคนขี่ไม่เข้าใจ
#ขี่ปากม้าแทนที่จะขี่ขาม้า

23/08/2026

ความเชื่องที่ซ่อนระเบิดเวลาแห่งความกลัว

???...ทำไมการใช้กำลังบังคับม้า
ถึงดูเหมือนว่า "ได้ผล"
(และทำไมมันถึงเป็นระเบิดเวลา)

1) หลายครั้งเมื่อเราเห็นการต่อต้านจากม้า เราก็มักจะเห็นใครบางคนเลือกใช้ "ไม้แข็ง" เพื่อจัดการปัญหานั้น และที่น่าแปลกใจคือ... มันมักจะดูเหมือนได้ผลชะงัดในทันทีเสมอ

2) ลองจินตนาการตามดูนะครับ
ลองนึกถึงเหตุการณ์คลาสสิกอย่าง "การจูงม้าขึ้นรถขนม้า (Trailer)"
● สำหรับม้า รถขนม้าคือกล่องเหล็กแคบๆ มืดๆ ที่มันไม่รู้ว่าเข้าไปแล้วจะเจออะไร สัญชาตญาณสัตว์ผู้ถูกล่าบอกมันว่า อย่าเข้าไปเด็ดขาด ม้าจึงเริ่มขัดขืน ถอยหลัง ดึงเชือก และทำเท้าตายไม่ยอมก้าวเดิน

● ทันใดนั้น มีบางคนอาจจะหมดความอดทน คว้าแส้มาหวด ตวาดเสียงดุดัน หรือใช้เชือกฟาดไปที่ก้นม้าแรงๆ เพื่อต้อนให้มันจนมุม ม้าตกใจสุดขีด กระโจนพรวดเดียวเข้าไปในรถ แล้วไปยืนตัวแข็งทื่อ นิ่งสนิทอยู่ข้างใน ไม่กล้าขยับเขยื้อนอีกเลย

3) สำหรับคนที่มองอยู่รอบนอก อาจจะพยักหน้าชื่นชมและคิดว่า "โอ้โห โคตรโปร โหดแต่จบ เอาซะอยู่หมัดเลย ม้าคงจะเรียนรู้แล้วว่าใครเป็นเจ้านายและต้องเชื่อฟัง"

4) แต่ถ้าเรามองผ่านเลนส์ของพฤติกรรมศาสตร์ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ "การเรียนรู้" และไม่ใช่ "ความเคารพ" อย่างที่หลายคนเข้าใจครับ

*** มันคือกลไกการเอาชีวิตรอดตามสัญชาตญานธรรมดา ๆ นี่แหละครับ ***

มันใช้ได้...แต่...ผมอยากให้ลองศึกษาผลดีผลเสียก่อนตัดสินใจเลือกใช้แต่ละวิธีด้วยครับ อย่าใช้แค่เพราะความเคยชิน หรือทำตาม ๆ กันมา

5) เมื่อสมองของม้าเผชิญกับความหวาดกลัวหรือความเจ็บปวด สัญชาตญาณแรกของมันคือสู้หรือหนี (Fight or Flight) แต่เมื่อถูกต้อนจนมุม ประเมินแล้วว่าหนีไม่พ้น สมองจะสับสวิตช์เข้าสู่โหมดสุดท้ายคือ "การหยุดนิ่ง" (Freeze) ทันที ...นี่คือการทำงานของระบบสมองส่วนสัญชาตญาน ไม่ใช่สมองส่วนการคิด

6) ม้าที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ในรถ ไม่ได้กำลังคิดทบทวนว่า "อ๋อ รถขนม้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนี่นา" แตาระบบประสาทของมันกำลัง "ชัตดาวน์" เพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดหรือภัยคุกคามตรงหน้า มันปิดกั้นการรับรู้และยอมจำนนเพียงเพื่อให้เหตุการณ์อันน่ากลัวนี้ผ่านพ้นไปให้เร็วที่สุด

7) นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า การกดทับพฤติกรรม (Behavioral Suppression) มันเหมือนกับการเอาฝาหม้อเหล็กไปปิดทับหม้อน้ำที่กำลังเดือดพล่าน แน่นอนว่าเรามองไม่เห็นไอน้ำพุ่งออกมาแล้ว แต่น้ำข้างในยังคงเดือดจัดอยู่เช่นเดิม

8) ระเบิดเวลาที่รอวันทำงาน
ความอันตรายของการเชื่อว่า "ความรุนแรงคือการแก้ปัญหา" อยู่ตรงที่ ...คนฝึกหลายคนมักจะเสพติดผลลัพธ์ที่รวดเร็วนี้... โดยไม่รู้เลยว่ากำลังสร้างปัญหาที่ใหญ่กว่าในระยะยาว คร่าว ๆ มันจะเป็นแบบนี้ครับ

● สูญเสียโอกาสในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
ม้าตัวนั้นอาจจะไม่ได้ "ดื้อ" มันแค่กลัวที่แคบ หรือไม่รู้วิธีรักษาสมดุลร่างกายตอนเดินขึ้นทางลาด เมื่อเราใช้ความกลัวไปบังคับ เราจะไม่มีวันได้สอนให้มันก้าวเดินอย่างมั่นใจและผ่อนคลายเลย

● อาจก่อให้เกิดภาวะสิ้นหวังจากการเรียนรู้ (Learned Helplessness)
หากม้าถูกจัดการด้วยวิธีนี้ซ้ำๆ มันจะเรียนรู้ว่า "การพยายามสื่อสารนั้นเปล่าประโยชน์" ม้าจะกลายเป็นเครื่องจักรที่ทำตามคำสั่งแบบไร้ชีวิตจิตใจ แววตาว่างเปล่า ปิดกั้นอารมณ์ เลิกพยายามและยอมจำนน

*** ซึ่งเป็นภาวะที่คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่าเป็น "ม้าที่เชื่องและเรียบร้อย" ***

( หากเกิดกับคน จะหมายถึง ภาวะที่บุคคลรู้สึกไร้อำนาจ เกิดจากเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจหรือความล้มเหลวอย่างต่อเนื่องซ้ำ ๆ เชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุพื้นฐานของภาวะซึมเศร้า)

● การระเบิดที่ไม่มีสัญญาณเตือน
ความเครียดและความกลัวที่ถูกสะสมไว้ วันหนึ่งเมื่อมันล้นทะลัก หรือเมื่อมีสิ่งเร้าอื่นมาสมทบ ม้าจะระเบิดอาการตื่นตระหนก พยศ หรือก้าวร้าวออกมาโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ต้องใช้งานม้าแบบวัดดวงเอาว่าใครจะซวย

● ทำไมมันถึงระเบิด
เพราะมันเรียนรู้แล้วว่า การแสดงออกเบาๆ (เช่น การขัดขืนเล็กน้อยเพื่อบอกว่าไม่สบายใจ) มีแต่จะถูกลงโทษ

9) เชื่อเถอะครับว่า...

"ความเคารพที่แท้จริง ไม่เคยเติบโตจากเมล็ดพันธุ์ของความกลัว"

การใช้อำนาจหรือความรุนแรงบังคับสัตว์ อาจให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วทันใจและสนองอีโก้ของมนุษย์ว่า "ฉันสามารถควบคุมสถานการณ์ได้"

10) อยากทำ VS ยอมทำ
ในศาสตร์ของการฝึกม้า การสร้าง "ความอยากร่วมมืออย่างเต็มใจ" ต่างหากคือศิลปะที่แท้จริงครับ คนที่เคยขี่ม้าที่มีสภาวะ..อยากทำ..กับม้าที่มีสภาวะ..ทำเพราะจำยอม.. จะรู้เลยว่ามันให้ความรู้สึกที่ต่างกันมากครับ

(เทียบกับการทำงานร่วมกับคนได้เลยครับ ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานที่ทำงานด้วยความมุ่งมั่น กับเพื่อนร่วมงานอีกคนที่มาทำงานให้ผ่านไปวัน ๆ)

11) ใจเย็น
มันอาจจะใช้เวลามากกว่า (แต่หลายครั้งก็เร็วกว่า) ที่สำคัญคือมันต้องอาศัยความใจเย็น การค่อยๆ อธิบายให้ม้าเข้าใจเงื่อนไขด้วย "แรงกดดัน" ที่เหมาะสมแล้ว"ผ่อนคลาย" (Pressure and Release) รวมไปถึงการให้พื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้แต่ละครั้งด้วยครับ
. .
สุดท้ายแล้ว...ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่เสร็จภายในสามนาที แต่มันคือความไว้วางใจที่ยั่งยืน และความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องพึ่งพาความกลัวเป็นเครื่องมือในการอยู่ร่วมกัน ผมว่ามันสนุกกว่าครับ
. .
ใครอ่านจบ...
คอมเมนต์ให้คนเขียนชื่นใจหน่อยนะครับ
กราบงามๆ ให้ 3 ทีเลยครับ🙏🙏🙏


1) สำหรับเจ้าของม้าที่รักและดูแลม้าของตัวเองเป็นอย่างดี แต่ลึกๆ ก็ยังรู้สึกเหนื่อยกับพฤติกรรมบางอย่างที่แก้ไม่หาย... ​2)...
22/08/2026

1) สำหรับเจ้าของม้าที่รักและดูแลม้าของตัวเองเป็นอย่างดี แต่ลึกๆ ก็ยังรู้สึกเหนื่อยกับพฤติกรรมบางอย่างที่แก้ไม่หาย...
​2) หลายคนเชื่อว่าเป้าหมายของการส่งม้าไปฝึกคือการสร้าง "ม้าที่สมบูรณ์แบบและไม่เคยดื้ออีกเลย" . . แต่ความจริงที่สวนทางก็คือ. . .
ม้าที่ดี ไม่ใช่ม้าที่ไม่เคยมีปัญหาครับ
​3) เวลาเราอยากเลี้ยงม้า ใช้งานม้า หรือขี่ม้าอย่างมีความสุขและปลอดภัย แต่กลับเลือกใช้วิธี "หลีกเลี่ยง" สถานการณ์ที่ทำให้ม้ามีปัญหา แทนที่จะแก้ที่ต้นเหตุ ผลลัพธ์ระยะยาวคือความเครียดสะสม และอาจกลายเป็นอันตรายที่คาดไม่ถึงได้ในวันข้างหน้า
​4) แล้วเราจะจัดการกับพฤติกรรมกวนใจเหล่านี้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องคอยระแวงว่าม้าจะกลับมาดื้ออีกตอนไหนได้อย่างไร?
​.
5) เมื่อไม่นานมานี้ มีเจ้าของม้าท่านหนึ่งส่งม้ามาเข้าโปรแกรมฝึกกับเรา ม้าตัวนี้มีปัญหาเรื่องความตื่นตระหนกและชอบต่อต้านแรงดึง วันหนึ่งขณะที่เจ้าของนำม้ากลับไปใช้งาน ม้าเกิดตกใจและพยายามจะสะบัดหนี แทนที่เจ้าของจะต้องออกแรงสู้หรือดึงรั้งจนเจ็บมือ เขากลับสามารถใช้แค่การส่งสัญญาณผ่านเชือกเบาๆ ตามที่เราได้สอนไว้... ม้าหยุด นิ่ง และกลับมาโฟกัสที่เจ้าของทันที
​6) วินาทีนั้นทำให้เห็นชัดเจนว่า ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่การที่ 'ม้าตื่นตกใจ' แต่คือการที่ 'เราไม่มีเครื่องมือสื่อสารกับเขาตอนที่เขาตกใจ' ต่างหาก ครับ
​7) การนำม้ามาฝึก ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนให้เขาเป็นม้าที่ดีขึ้น แต่เป้าหมายหลักคือการ "ติดตั้งเครื่องมือทางความคิด" ให้กับม้า เพื่อให้เจ้าของสามารถหยิบเครื่องมือเหล่านั้น (เช่น การตอบสนองต่อแรงกด หรือการคืนความสนใจ) มาใช้ควบคุมพฤติกรรมได้เสมอ แม้จะมีปัญหาเกิดขึ้นในภายหลังก็ตาม
​8) คุณทุกคนเองก็คงรู้ดีว่ามันยากแค่ไหนในการที่ต้องคอยสู้แรงกับสัตว์น้ำหนักครึ่งตันใช่ไหมครับ? . .
ในทางจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์ ม้าเป็นสัตว์ที่ต้องการความชัดเจน เมื่อเราติดตั้งเครื่องมือเหล่านี้ลงไปในหัวของเขา สมองของม้าจะเรียนรู้ว่าความสงบและความปลอดภัยเกิดขึ้นได้จากการตอบสนองต่อสัญญาณของเราครับ
​9) จากเจ้าของที่เคยจูงม้าหรือขี่ม้าด้วยความระแวง ผ่านการฝึกที่ปูพื้นฐานอย่างเป็นระบบ วันนี้หลายท่านส่งข้อความมาบอกเราว่า "ใช้งานม้าได้สนุกและมั่นใจขึ้นมาก เพราะรู้แล้วว่าเวลาม้าดื้อ ต้องใช้เครื่องมือไหนมาจัดการ"
​10) เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมระหว่างคนกับม้า ไม่ได้วัดกันที่การไม่มีปัญหา แต่วัดกันที่การมีเครื่องมือในการก้าวผ่านปัญหาไปด้วยกันอย่างปลอดภัยต่างหากครับ
​. . .
ถ้าคุณกำลังเหนื่อยกับพฤติกรรมบางอย่างของม้า และอยากขี่ม้าด้วยความสบายใจอย่างแท้จริง...

ทักข้อความมาคุยกันนะครับ มาร่วมกันติดตั้ง "เครื่องมือทางความคิด 8 อย่าง" ที่ถูกต้องให้กับม้าของคุณกันครับ



ม้ามีปัญหา หรือ คนขี่ต่างหากที่ยังไม่เข้าใจ?​จากประสบการณ์ที่ผมตระเวนแก้อาการ "ม้าขี่" ให้กับฟาร์มต่าง ๆ รวมถึงม้าครูที่...
27/07/2026

ม้ามีปัญหา หรือ คนขี่ต่างหากที่ยังไม่เข้าใจ?
​จากประสบการณ์ที่ผมตระเวนแก้อาการ "ม้าขี่" ให้กับฟาร์มต่าง ๆ รวมถึงม้าครูที่ฟาร์มของตัวเอง ผมพบว่าสาเหตุมักจะวนเวียนอยู่กับการโดนขี่ด้วยผู้ขี่ใน 7 รูปแบบนี้ครับ
1) ​ขี่ปากม้า แทนที่จะขี่ขาม้า
2) ​ขี่ขาหน้า แทนที่จะขี่ขาหลัง
3) ​ขี่คอม้า แทนที่จะขี่หลังม้า
4) ​ขี่ด้วยมือ แทนที่จะขี่ด้วย Seat
5) ​ขี่ด้วยแรงกด (Pressure) แทนที่จะขี่ด้วยการผ่อน (Release)
6) ​ขี่แก้อาการ แทนที่จะขี่นำความคิด
7) ​ขี่เอาท่าทาง แทนที่จะขี่สร้าง Connection
​การขี่ทั้ง 7 แบบนี้มันก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่มันมักก่อให้เกิดปัญหาม้าดื้อ ม้าพัง และม้าขี่ไม่ดีตามมาเสมอ
การขี่ทั้ง 7 แบบนี้เป็นปัญหาคลาสสิกที่มักใช้แยก 'นักขี่ม้าทั่วไป' ออกจาก 'นักขี่ม้าที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง' ...แยก 'Rider' ออกจาก 'Horseman' หรือ 'Equestrian'
​ความจริงอีกข้อที่หลายคนไม่ค่อยอยากยอมรับกันคือ... ม้าที่ขี่ไม่ดี 80% มันเกิดจากพฤติกรรมของคนขี่ มีเพียง 20% เท่านั้นที่อาจเกิดจากพันธุกรรมหรือพฤติกรรมดั้งเดิมของตัวม้าเอง
​ถ้าคุณอ่านทั้ง 7 ข้อนี้แล้วยังไม่เข้าใจมันทั้งหมด แสดงว่าเรายังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้กันอีกเยอะครับ
หรือต่อให้คุณเข้าใจมันทั้งหมดแล้ว คุณก็ยังคงต้องเรียนรู้และฝึกฝนต่อไปเพื่อหาวิธีที่จะทำให้มันเนียนตาและนุ่มนวลขึ้นอยู่ดี. . .​และ #นี่แหละคือความสนุกของการขี่ม้าครับ
. .
​เดี๋ยวผมจะมาทยอยขยายความเจาะลึกทีละข้อ ว่าแต่ละอาการคืออะไร และเราจะปรับ Mindset และ ร่างกายเราอย่างไร เพื่อให้ม้ากลับมาทำงานร่วมกับเราได้อย่างมีความสุขทีละข้อ
. .
​รอติดตาม EP. 1 เร็วๆ นี้❤️🏇

ใครคิดว่าตัวเองกำลังติดปัญหาข้อไหนอยู่ ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ!!!👇

28/06/2026

ความสุขบนหลังม้า... เกิดจากการก้าวข้ามความกลัว ความกังวล และการฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อ
การขี่ม้าที่ดีไม่ใช่แค่การออกคำสั่ง แต่คือการ "สื่อสาร" กับม้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรียนรู้กันและกันจนกว่าเราและเขาจะเข้าใจกัน
จนถึงวินาทีที่ลมหายใจ
จังหวะการเคลื่อนไหว
รวมถึงความรู้สึก
สอดประสานหลอมรวม
เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างเป็นธรรมชาติ . .
เมื่อนั้นสวรรค์บนหลังม้าจึงจะปรากฎ
ทุกความพยายามในการฝึกฝน...
คุ้มค่าเสมอเมื่อแลกมากับความสุขและอิสระที่แท้จริง

#ความสุขบนหลังม้า
#มีแค่คนขี่ม้าเท่านั้นที่จะเข้าใจ
#รับฝึกม้า

10/05/2026

"บรรยากาศอบอุ่นที่คอกม้าสุขสำราญครับ 🏡🐎

การฝึก The Moving Circle Game ไม่ใช่แค่การสอนท่าทางการเดินเป็นวงกลมให้กับม้า แต่คือการฝึก ‘Mindset’ ที่ดีทั้ง 8 ด้านให้กับม้าไปพร้อมกันในเกมเดียวครับ

เพราะเรากำลังฝึกให้ม้าเกิด ‘ความเชื่อใจ’ (Trust) ที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อมกับผู้นำ และรักษา ‘ความสงบ’ (Relaxation) แม้สิ่งแวดล้อมรอบตัวจะเปลี่ยนไป

ขอบคุณพี่เจ้าของม้าที่ให้โอกาสพวกเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางครั้งนี้ครับ

การมาฝึกนอกสถานที่สำหรับผม เหมือนการได้มาเยี่ยมเพื่อน ได้แลกเปลี่ยนความรู้ และช่วยกันสร้าง ‘ความรู้สึกดี’ ให้กับทั้งคนและม้าครับ🙏😊🏇

#ฝึกม้านอกสถานที่

#คอกม้าสุขสําราญ

ที่อยู่

ม.2 บ้านทุ่งกระถิน ตำบลทุ่งนา
Thap Than
61120

เบอร์โทรศัพท์

0896535153

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pure T. Horsemanship ฝึกม้า แก้ม้า ดูแลม้า - เพียว ธณเดชผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Pure T. Horsemanship ฝึกม้า แก้ม้า ดูแลม้า - เพียว ธณเดช:

ทางลัด

แชร์