15/07/2026
Under Suzuki S15
รถ Time Attack ที่เกิดมาเพื่อไล่ล่าเวลาในสนาม!!
ภายในบูธ GCG Turbo งาน Tokyo Auto Salon 2026 รถที่แย่งทุกสายตาไม่ใช่เทอร์โบตัวใหม่ แต่คือ Nissan Silvia S15 ของ Under Suzuki หนึ่งในรถ Time Attack ที่ถูกยกให้เป็นแถวหน้าของญี่ปุ่น
หัวใจของรถยังคงเป็น SR20DET แต่ถูกพัฒนาจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ทั้งระบบอัดอากาศจาก Garrett/GCG Turbo, เกียร์ Sequential, แอโรไดนามิกส์แบบ Full Carbon พร้อม Front Splitter, Flat Floor และ GT Wing ขนาดใหญ่ ทุกชิ้นส่วนมีเป้าหมายเดียวคือ ลดเวลาต่อรอบ ไม่ใช่เพิ่มความสวยงาม
สนามที่รถคันนี้ใช้พิสูจน์ตัวเองคือ Tsukuba Circuit 2000 สนามระยะเพียง 2.045 กม. แต่ถือเป็นเวทีวัดศักยภาพรถแต่งที่โหดที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เพราะการจะทำเวลาระดับหัวแถวไม่ได้อาศัยแรงม้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความสมดุลของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง แอโรไดนามิกส์ และฝีมือของนักขับในทุกโค้ง
การที่ GCG Turbo เลือกนำ S15 คันนี้มาจัดแสดงเคียงข้างต้นแบบเทอร์โบที่ผลิตด้วย 3D Printing สำหรับเครื่องยนต์ Toyota G16E-GTS ของ GR Yaris และ GR Corolla ก็สะท้อนแนวคิดของบริษัทได้อย่างชัดเจนว่า ชิ้นส่วนสมรรถนะสูงควรถูกพัฒนาบนพื้นฐานของสนามแข่งจริง ไม่ใช่เพียงการทดสอบบนไดโนหรือในห้องทดลอง
นี่จึงไม่ใช่ Nissan Silvia S15 ที่สร้างขึ้นเพื่อโชว์ตัวในงานออโต้ซาลอน แต่คือ หนึ่งในรถ Time Attack ที่เป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนา SR20DET ไปสู่ขีดสุด และยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับวงการรถแต่งญี่ปุ่นจนถึงทุกวันนี้
01/07/2026
CUSCO GR Corolla 1.75 L
เมื่อการเพิ่มความจุ คือคำตอบของการทำเวลา “ต่ำกว่า 1 นาที” ที่ Tsukuba
ในโลกของการเซ็ตอัพรถ Time Attack หลายคนเชื่อว่าหากต้องการเวลาเร็วขึ้น วิธีที่ง่ายที่สุดคือเพิ่มบูสต์หรือเปลี่ยนเทอร์โบให้ใหญ่ขึ้น แต่ CUSCO เลือกอีกแนวทางหนึ่ง พวกเขาเริ่มจากการตั้งคำถามว่า “ถ้าเทอร์โบเดิมยังหมุนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะเครื่องยนต์มีปริมาตรไม่มากพอ จะเกิดอะไรขึ้นหากเพิ่มความจุกระบอกสูบ”
คำตอบคือ GR Corolla คันนี้
ในศึก REVSPEED Tsukuba Super Battle ครั้งที่ 38 รถแข่ง CUSCO GR Corolla สามารถสร้างเวลาต่อรอบได้ถึง 59.191 วินาที ที่สนาม Tsukuba Circuit 2000 กลายเป็นหนึ่งใน GR Corolla ที่เร็วที่สุดของญี่ปุ่นบนยางเรเดียล โดยมี Masahiro Sasaki รับหน้าที่ขับแข่งขัน
จุดเปลี่ยนสำคัญของรถคันนี้ไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนเทอร์โบเป็นลูกใหญ่ แต่เป็นการเพิ่มความจุของเครื่องยนต์จากพื้นฐาน G16E-GTS 3 สูบ เทอร์โบ ขึ้นเป็น 1,746 ซีซี ด้วยการทำ Stroker Kit ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับที่ CUSCO ใช้กับ GR Yaris สำหรับการแข่งขัน Dirt Trial และพิสูจน์ประสิทธิภาพมาแล้วในการแข่งขันจริง
เมื่อความจุเพิ่มขึ้น ปริมาณไอเสียที่ไหลเข้าสู่เทอร์โบก็มากขึ้น ส่งผลให้ High Flow Turbo ที่ยังใช้พื้นฐานจากเทอร์โบเดิมของโรงงานสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพกว่าเดิม ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ความจุเดิม ซึ่งไม่สามารถปั่นเทอร์โบได้เต็มศักยภาพจึงหมดไป ทำให้เครื่องยนต์มีแรงบิดมากขึ้น ตอบสนองเร็วขึ้น และสามารถสร้างกำลังได้อย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์สะท้อนออกมาบนหน้าปัดจับเวลาอย่างชัดเจน จากเดิมที่ทำเวลาไว้ 1:00.545 นาที ในปีที่ผ่านมา ลดลงเหลือ 59.191 วินาที หรือเร็วขึ้นกว่า 1.35 วินาที ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาที่มีนัยสำคัญมากสำหรับรถระดับนี้
เครื่องยนต์ถูกควบคุมด้วยระบบ MoTeC ECU ซึ่งทาง CUSCO ระบุว่าเป็น GR Corolla เพียงคันเดียวในญี่ปุ่นที่ใช้ระบบควบคุม MoTeC ในขณะนี้ พร้อมตั้งบูสต์ไว้ที่ 2.4 kg/cm² และใช้อินเตอร์คูลเลอร์กับหม้อน้ำของ PWR ร่วมกับ CUSCO รวมถึงระบบไอเสียที่พัฒนาร่วมกับ GROW และ Fujitsubo
ด้านระบบส่งกำลังเลือกใช้คลัตช์ ORC สเปก CUSCO พร้อม Limited Slip Differential ของ CUSCO โดยด้านหน้าเป็น RS 1-Way และด้านหลัง 1.5-Way
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ GR Corolla จะเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ แต่ทีมวิศวกรกลับตั้งค่ารถในแนวคิดที่แตกต่างจาก AWD ทั่วไป
CUSCO อธิบายว่า บุคลิกของ GR Corolla มีลักษณะ “หน้าหนัก” อยู่พอสมควร ดังนั้นการทำเวลาให้เร็วที่สุดจึงต้องพยายามสร้างแรงยึดเกาะที่ล้อหน้าให้มากที่สุด ทั้งในช่วงเข้าโค้งและตอนเร่งออกจากโค้ง แนวคิดการเซ็ตอัพจึงคล้ายกับรถขับเคลื่อนล้อหน้าสมรรถนะสูง โดยปรับ L*D และช่วงล่างให้ล้อหน้าดึงรถออกจากโค้งเป็นหลัก มากกว่าการเน้นแรงขับจากด้านหลัง
ช่วงล่างยังคงใช้ CUSCO TN-R แบบปรับแรงหน่วง 2-Way โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากปีก่อน แสดงให้เห็นว่าความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาจากการพัฒนาเครื่องยนต์เป็นหลัก ไม่ใช่การเปลี่ยนเซ็ตอัพทั้งคัน
สำหรับยางเลือกใช้ Bridgestone POTENZA RE-12D TYPE A ขนาด 285/35R19 ทั้งสี่ล้อ จับคู่กับล้อ POTENZA RW007 ขนาด 19×10.5J +35 ขณะที่ระบบเบรกใช้ผ้าเบรก ENDLESS และตัวรถติดตั้งแอโรพาร์ตที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง Toyota GR และ GROW Design ครบทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ดิฟฟิวเซอร์หลัง และปีกหลัง ส่วนภายในติดตั้งเบาะ BRIDE XERO-RS Carbon และ BRIDE ZETA IV
รถมีน้ำหนักรวม 1,356 กิโลกรัม
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือคำแนะนำด้านการบำรุงรักษาจากทีม Carrosser ผู้พัฒนารถคันนี้ โดยระบุว่า ชิ้นส่วนที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุดไม่ใช่เครื่องยนต์ แต่คือ Transfer Case เนื่องจากมีปริมาณน้ำมันหล่อลื่นค่อนข้างน้อย จึงควรเปลี่ยนน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเฟืองท้ายหลังไม่ได้มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ เครื่องยนต์ใช้น้ำมันเครื่อง Moty’s ขณะที่น้ำมันเกียร์และเฟืองท้ายเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของ CUSCO และอีกจุดที่ต้องเฝ้าระวังคือการสึกหรอของยางล้อหน้าซึ่งรับภาระหนักที่สุดจากแนวทางการเซ็ตอัพทั้งหมด
สิ่งที่ CUSCO พิสูจน์ให้เห็นจาก GR Corolla คันนี้ คือการเพิ่มสมรรถนะไม่ได้หมายถึงการเพิ่มแรงม้าเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้าง “สมดุล” ระหว่างความจุเครื่องยนต์ ขนาดเทอร์โบ การควบคุมด้วย ECU และการเซ็ตอัพระบบส่งกำลังให้ทำงานสอดคล้องกัน จนสามารถรีดศักยภาพของเครื่องยนต์ G16E-GTS ได้เต็มประสิทธิภาพ และพารถทำเวลาต่ำกว่า 1 นาทีบนสนาม Tsukuba ด้วยยางเรเดียลได้สำเร็จ
แม้ล่าสุด CUSCO จะยังไม่ยืนยันว่าจะนำ GR Corolla คันนี้กลับมาลงแข่งขันใน REVSPEED Tsukuba Super Battle ฤดูกาลถัดไปหรือไม่ แต่ผลงานระดับ 59.191 วินาที ก็เพียงพอที่จะทำให้รถคันนี้กลายเป็นหนึ่งใน GR Corolla ที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดของวงการ Time Attack ญี่ปุ่นในช่วงเวลานี้
สรุปว่าการเลือก เพิ่มความจุเครื่องยนต์เป็น 1.75 ลิตร แทนการเปลี่ยนไปใช้เทอร์โบขนาดใหญ่ เป็นแนวทางที่พบได้บ่อยในรถ Time Attack ของญี่ปุ่น เพราะเครื่องยนต์ความจุมากขึ้นจะสร้างปริมาณไอเสียได้มากกว่า ทำให้เทอร์โบตอบสนองเร็วขึ้น และได้แรงบิดในรอบกลางที่ดีกว่า โดยไม่ต้องแลกกับอาการ Turbo Lag ที่มากขึ้นจากการใช้เทอร์โบขนาดใหญ่
อีกประเด็นคือแนวคิดการเซ็ตอัพ AWD ให้ขับเหมือน FF ซึ่งเป็นปรัชญาที่พบใน GR Yaris และ GR Corolla หลายคันในญี่ปุ่น เนื่องจากแพลตฟอร์ม GAZOO Racing มีการถ่ายน้ำหนักไปด้านหน้าค่อนข้างมาก การเพิ่ม Front Grip และทำให้ล้อหน้าดึงรถออกจากโค้งได้เร็ว จึงมักให้เวลาต่อรอบดีกว่าการพยายามสร้างอาการโอเวอร์สเตียร์แบบรถขับสี่ทั่วไป
Source : www.motor-fan.jp
17/06/2026
มอเตอร์สปอร์ตไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากรถแรงที่สุด
บางครั้งรถบ้านคันเล็ก ๆ ที่อยู่กับเรามาเป็นสิบปี ก็สามารถกลายเป็นรถที่พาเราไปไล่ล่าสถิติของตัวเองได้เช่นกัน
และนี่คือเรื่องราวของ Suzuki Swift Sport ZC31S ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ความเร็วไม่ได้วัดกันที่ราคา แต่วัดกันที่ความตั้งใจของคนขับและการพัฒนาแบบไม่หยุดยั้ง
ท่ามกลางบรรดารถ Time Attack ตัวแรงและรถเดโมจากสำนักแต่งชื่อดังในงาน Attack Tsukuba 2026 มีรถอยู่คันหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของแฟนรถขับหน้าได้ไม่น้อย นั่นคือ Suzuki Swift Sport ZC31S ของ Takashi นักขับที่ใช้เวลากว่า 20 ปีอยู่กับ Swift รุ่นนี้ และยังคงเดินหน้าพัฒนารถคันเดิมเพื่อเป้าหมายเดียว นั่นคือการพาตัวเองก้าวข้ามกำแพง 1 นาทีของสนาม Tsukuba Circuit
แม้จะเป็นรถคันที่สองของเขา แต่เมื่อรวมกับคันแรกแล้ว Takashi อยู่กับ ZC31S มาตั้งแต่รถรุ่นนี้ยังเป็นรถใหม่ในโชว์รูม ประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดสองทศวรรษ ถูกถ่ายทอดลงบนรถคันนี้อย่างเต็มรูปแบบ
ตัวรถถูกลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ตั้งแต่หลังคา Dry Carbon ไปจนถึงกระจกอะคริลิกด้านท้าย เพื่อช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงและเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าโค้ง แม้จะติดตั้งโรลเคจ 7 จุดจาก Cusco แล้ว แต่ยังสามารถควบคุมน้ำหนักรถไว้ที่ประมาณ 1,000 กิโลกรัมเท่านั้น
ด้านอากาศพลศาสตร์ก็ถูกพัฒนาไม่ต่างจากรถ Time Attack รุ่นใหญ่ กันชนหน้า ซุ้มล้อ และฝากระโปรงถูกปรับแต่งใหม่ พร้อมติดตั้งแผงใต้ท้องรถแบบ Up-Sweep จาก CF Lab และปีกหลัง Esprit 052GT ขนาด 1,800 มิลลิเมตร เพื่อสร้างแรงกดในความเร็วสูง
ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ M16A เทอร์โบ ความจุ 1.6 ลิตร ที่พัฒนาโดย Technical Garage MASSIVE ควบคุมด้วย LINK G4X ECU ที่เซ็ตอัพโดยสำนักเดียวกัน ขณะที่ช่วงล่างเลือกใช้โช้กอัพ MASSIVE Original พร้อมสปริงเรตหน้า-หลัง 17 กก./มม. และปรับปรุง Geometry ช่วงล่างด้วยปีกนกล่างแบบ One-Off
ระบบเบรกหน้าถูกอัปเกรดเป็น Wilwood 4-Pot พร้อมผ้าเบรก ENDLESS สำหรับการใช้งานในสนามแข่งโดยเฉพาะ ซึ่ง Takashi มองว่า สำหรับคนที่เริ่มต้นแต่ง ZC31S ลงสนาม การอัปเกรดเบรกคือสิ่งสำคัญที่สุด รองลงมาคือ Limited Slip Differential และชุดโช้กอัพ เพราะการควบคุมรถและการถ่ายทอดกำลังมีความสำคัญไม่แพ้แรงม้า
ในการแข่งขัน Attack Tsukuba 2026 เป้าหมายของเขาคือการทำลายสถิติเดิม 1 นาที 00.885 วินาที และก้าวเข้าสู่ดินแดน 59 วินาทีให้ได้
แม้สภาพแทร็กในวันแข่งขันจะไม่เอื้ออำนวยต่อการทำเวลา แต่ Takashi ยังสามารถกดเวลาลงมาได้เหลือ 1 นาที 00.736 วินาที เร็วขึ้นจากสถิติเดิม และขยับเข้าใกล้ความฝันอีกก้าว
สำหรับคนทั่วไป ช่องว่างเพียง 0.736 วินาทีอาจดูเป็นตัวเลขเล็กน้อย
แต่สำหรับนักขับที่ใช้เวลากว่า 20 ปีอยู่กับรถคันเดิม ทุกเสี้ยววินาทีคือผลลัพธ์ของความทุ่มเท การเรียนรู้ และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
นี่อาจไม่ใช่รถที่เร็วที่สุดในงาน
แต่มันคือหนึ่งในรถที่สะท้อนหัวใจของมอเตอร์สปอร์ตได้ดีที่สุด
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การแข่งขันที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่การเอาชนะคนอื่น
แต่อยู่ที่การเอาชนะเวลาของตัวเองในทุกครั้งที่ลงสนาม
Source : https://motor-fan.jp/article/1516294/
12/06/2026
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
สถิตในดวงใจ ตราบนิรันดร์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)
09/06/2026
Attack Fuji 2026 : RSC300 ไล่ล่า GT300 Record, R35 บน RE-71RZ กดเวลาลงอีก 1 วินาที
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2026 ที่สนามฟูจิสปีดเวย์จะเริ่มต้นด้วยสภาพแทร็กที่ไม่สมบูรณ์ หลังฝนตกในช่วงกลางดึกจนพื้นสนามยังแห้งไม่เต็มที่ แต่บรรยากาศของงาน Attack Fuji 2026 ภายในกิจกรรม ENDLESS Circuit Meeting ก็ยังคงคึกคักไม่ต่างจากทุกปี
หลายทีมหวังจะทำเวลาในช่วงเช้าที่อากาศเย็นที่สุดของวัน ทว่าด้วยสภาพแทร็กที่ยังชื้น การวิ่งช่วงแรกจึงแทบเป็นการเก็บข้อมูลและเซ็ตอัพรถมากกว่าการล่าเวลา ทำให้ "Super Lap" ที่แท้จริงต้องเลื่อนไปอยู่ในช่วงบ่ายราว 13.00 น.
แม้จะเหลือโอกาสเพียงไม่กี่รอบสำหรับการโจมตีเวลา แต่บรรดา Time Attacker จากทั่วญี่ปุ่นก็ยังนำรถระดับหัวแถวลงมาสร้างสีสัน พร้อมทำให้ผู้ชมริมสนามได้เห็นศักยภาพของรถแข่งและรถโมดิฟายระดับสูงอีกครั้ง
B-A-R Joyo Real Estate RSC300
เป้าหมายต่อไป : ทำลายสถิติ GT300 ที่ฟูจิ
นักขับ : คุนิฮิโกะ บันโดะ
เวลา : 1:35.773
หนึ่งในรถที่ถูกจับตามองมากที่สุดของงานคือ B-A-R 常陽不動産 RSC300 รถ Time Attack ระดับ WTAC ที่ใช้เครื่องยนต์ 2JZ ขนาด 3.1 ลิตร พร้อมเทอร์โบ Garret G42-1450 ให้กำลังกว่า 900 แรงม้า
ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 1,100 กิโลกรัม ใช้เกียร์ Albins ST6-i Paddle Shift พร้อมระบบ ABS จาก Bosch และตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ทำมือทั้งคัน
แม้จะเป็นการลงขับที่ฟูจิครั้งแรกอย่างจริงจังของบันโดะ แต่เขากลับสามารถกดเวลาขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ ของวันได้ทันที
ก่อนหน้านี้ RSC300 เคยสร้างสถิติที่สนามสึคุบะไว้ที่ 50.792 วินาที และการมาฟูจิครั้งนี้ก็มีเป้าหมายชัดเจนคือการท้าทายสถิติของรถระดับ GT300
"ผมอยากมาลองฟูจิมานานแล้ว ไม่ว่าจะเตรียมตัวไป WTAC หรือสนามระดับนานาชาติที่ไหน การผ่านฟูจิถือเป็นบททดสอบสำคัญของรถคันหนึ่ง"
ที่น่าสนใจคือครั้งนี้ทีมเลือกใช้ ADVAN A005 Commercial Slick ซึ่งเป็นยางสลิกเชิงพาณิชย์แบบเดียวกับที่พบได้ในรายการระดับโลก แทนที่จะใช้ A050 ตามสเปกเดิม
บันโดะยอมรับว่าเป้าหมายคือการทำลายสถิติ GT300 และเชื่อว่าหากได้กลับมาวิ่งอีกครั้ง เขามีโอกาสทำได้สำเร็จ
"ครั้งหน้าถ้ากลับมา ผมน่าจะทำลายสถิติ และต้องทำได้แน่นอน"
Rush Factory R35 GT-R
RE-71RZ พา R35 ลดเวลาลงอีกกว่า 1 วินาที
นักขับ : ฮิเดอากิ อิมามูระ
เวลา : 1:43.530
R35 GT-R คันพัฒนาโดย Rush Factory กลับมาลงสนามอีกครั้ง พร้อมอาวุธใหม่อย่าง Bridgestone POTENZA RE-71RZ
ภายใต้ตัวถังน้ำหนักประมาณ 1,500 กิโลกรัม คือเครื่องยนต์ 4.1 ลิตร เทอร์โบ TD06 ที่สร้างกำลังมากกว่า 900 แรงม้า
อิมามูระ ซึ่งเป็นทั้งนักขับและเจ้าของสำนักแต่ง ยอมรับว่านี่คือครั้งแรกที่เขาใช้ RE-71RZ บนสนามฟูจิ
ผลลัพธ์คือเวลาต่อรอบดีขึ้นจากเดิมกว่า 1 วินาทีเต็ม
"RE-71RZ มีทั้งแรงยึดเกาะตามแนวตรงและแนวข้างที่ยอดเยี่ยม"
เขาอธิบายว่ายางรุ่นใหม่นี้ไม่ได้เด่นเพียงจุดใดจุดหนึ่งของสนาม ไม่ว่าจะเป็น A-Corner หรือ 100R แต่ช่วยยกระดับสมรรถนะการเข้าโค้งของรถทั้งรอบสนาม
จากสถิติเดิม 1:44.3 นาที เวลาถูกลดลงมาเหลือ 1:43.530 นาทีทันที
ADVANCE Syntium RZ34
ปรับสูตรจากสึคุบะสู่ฟูจิ
นักขับ : มาซาฮิโระ นิอิโบริ
เวลา : 1:53.552
Nissan Z รุ่นใหม่ รหัส RZ34 ของ ADVANCE ยังคงยึดแนวทาง "รถใช้งานจริงที่วิ่งได้เร็ว"
เครื่องยนต์ VR30DDTT ถูกปรับบูสต์ พร้อมระบบไอดี ไอเสีย และชุดระบายความร้อนจนมีกำลังแตะระดับ 500 แรงม้า
เซ็ตอัพพื้นฐานยังคงอ้างอิงจากรถที่ทำเวลา 59.5 วินาทีที่สึคุบะ แต่มีการปรับรายละเอียดบางส่วนเพื่อให้เหมาะกับลักษณะของฟูจิ
ทั้งการลดบูสต์ลงเล็กน้อย เปลี่ยนคอมปาวด์ยาง และปรับความสูงตัวรถเพื่อเพิ่มแรงยึดเกาะขณะเร่งออกโค้ง
แม้ความรู้สึกโดยรวมจะดี แต่ความเร็วปลายบนทางตรงกลับหายไปประมาณ 10 กม./ชม. เมื่อเทียบกับการทดสอบก่อนหน้า
ทีมจึงวางแผนกลับมาทดสอบเพิ่มเติมในงาน Track Day ของตนเองในเร็ว ๆ นี้
Revolution BS GR86LW
GR86 NA ที่ยังไล่ล่าเป้าหมาย 1:50
นักขับ : มาซาฮิโระ ซาซากิ
เวลา : 1:52.8
GR86 เวอร์ชัน Lightweight ของ Revolution ยังคงเป็นหนึ่งในรถ N/A ที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่น
น้ำหนักเพียง 1,050 กิโลกรัม จับคู่กับเครื่องยนต์ Boxer ความจุ 2.55 ลิตร กำลังประมาณ 290 แรงม้า
สิ่งที่น่าสนใจคือเวลาที่ดีที่สุดของวันกลับเกิดขึ้นในช่วงเช้าที่พื้นสนามยังเปียกอยู่
"เราทำเวลา 1:52.8 ได้บนแทร็กเปียก ด้วยยางใช้แล้ว"
แต่เมื่อถึงช่วงบ่ายและเปลี่ยนเป็นยางใหม่ กลับทำเวลาได้เพียง 1:53.081
ทีมพบว่าปัญหาเกิดจากการปรับ Throttle Map ซึ่งส่งผลให้ลิ้นปีกผีเสื้อเปิดไม่เต็มในรอบสูง
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายระยะยาวยังคงชัดเจน
"เราต้องการเห็น GR86 N/A คันนี้วิ่งต่ำกว่า 1 นาที 50 วินาทีที่ฟูจิ"
Revolution BS GR Yaris DAT
GR-DAT ที่เร็วระดับ Super Taikyu
นักขับ : มาซาฮิโระ ซาซากิ
เวลา : 1:52.507
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ GR Yaris DAT ของ Revolution
รถคันนี้ยังคงใช้ชิ้นส่วนหลักจากแคตตาล็อกของ Revolution โดยไม่มีการลดน้ำหนักแบบสุดโต่งหรือสร้างชิ้นส่วน One-Off
ก่อนหน้านี้รถเคยวิ่งได้เพียง 1:56 ด้วยยาง RE-71RS มือสอง
แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ POTENZA RE-12D TYPE A ชุดใหม่ ผลลัพธ์กลับก้าวกระโดดทันที
เวลาต่อรอบลดลงเหลือ 1:52.507 นาที
ซาซากิถึงกับกล่าวว่า
"รถคันนี้เลี้ยวได้ดี เบรกได้ดี และมีศักยภาพใกล้เคียงกับ GR Yaris ที่ลงแข่งใน Super Taikyu"
แม้จะยังมีช่องว่างให้ปรับปรุงการตอบสนองของเครื่องยนต์ในช่วง Partial Throttle แต่ศักยภาพโดยรวมของระบบ GR-DAT ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันไม่ได้เป็นเพียงเกียร์อัตโนมัติธรรมดา หากแต่เป็นอาวุธสำคัญที่สามารถพารถทำเวลาในสนามระดับฟูจิได้ใกล้เคียงรถแข่งจริงอย่างน่าทึ่ง
จากบทสัมภาษณ์ของแต่ละทีม Attack Fuji 2026 ในครั้งนี้ภาพรวมยังไม่เพอร์เฟค หลังจากมีฝนตกมาก่อน ทำให้พื้นผิวแทร็กแห้งไม่เต็มที่ แต่ถ้ามองอีกมุม นับเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของวงการ Time Attack ญี่ปุ่น ตั้งแต่ RSC300 ของคุนิฮิโกะ บันโดะ ที่เริ่มมองไปถึงการทำลายสถิติ GT300, การเปิดตัวศักยภาพของ POTENZA RE-71RZ บน R35 GT-R, ไปจนถึงการพัฒนาของ GR86 และ GR Yaris DAT ที่ขยับเข้าใกล้ระดับรถแข่งอาชีพมากขึ้นทุกปี และหากคำพูดของบันโดะเป็นจริง... ครั้งต่อไปที่ RSC300 กลับมาฟูจิ เราอาจได้เห็นสถิติ GT300 ถูกเขียนใหม่โดยรถ Time Attack คันนี้ก็เป็นได้
Source : https://motor-fan.jp/
28/05/2026
“ตำนาน GT300 ยุคทอง กำลังจะกลับมาอีกครั้ง…”
World Time Attack Challenge 2026 ประกาศอย่างเป็นทางการว่า Tarzan Yamada เตรียมหวนคืนสู่สนาม Sydney Motorsport Park ร่วมกับ CUSCO และ Subaru Impreza GC8 ในตำนาน นับเป็นการกลับมาร่วมงานกันครั้งแรกในรอบกว่า 15 ปี หลังจากครั้งล่าสุดเมื่อปี 2010
สำหรับแฟน Japanese Motorsport และสาย JDM ยุค 90’s ชื่อของ “Tarzan Yamada” คือหนึ่งในนักขับระดับไอคอนของวงการ Time Attack และ GT Racing ญี่ปุ่น ขณะที่ CUSCO GC8 คือรถแข่งที่หลายคนจดจำได้ในฐานะหนึ่งในสัญลักษณ์ของยุคทอง GT300 และ Time Attack จากช่วงเวลาที่การแข่งขันยังเต็มไปด้วยความดิบ ความเร็ว และ Character เฉพาะตัวของรถแต่ละคัน
ยุคนั้น… Motorsport ยังไม่ถูกขับเคลื่อนด้วย Data และ Aero แบบทุกวันนี้ทั้งหมด แต่คือยุคที่นักแข่ง ต้องใช้ฝีมือล้วนๆ ผนวกกับการเซ็ทรถที่ลงตัว ของแต่ละสนาม และนั่นคือเหตุผลที่รถแข่งยุค 90’s หลายคัน ยังคงมีเสน่ห์ในความทรงจำของแฟนรถทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
การกลับมาของ Tarzan และ CUSCO ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การนำรถแข่งระดับตำนานกลับมาวิ่งอีกครั้ง แต่คือการพาผู้คนย้อนกลับไปสู่ยุคที่ Japanese Racing Culture กำลังรุ่งเรืองที่สุดช่วงหนึ่งของโลกมอเตอร์สปอร์ต
ขณะเดียวกัน กระแส Time Attack ทั่วโลกเอง ก็เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น WTAC Australia, Attack Tsukuba หรือ Super Lap Battle ที่ต่างได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากแฟนรถรุ่นใหม่และคนที่หลงใหลใน Motorsport แบบดั้งเดิม
เพราะเสน่ห์ของ Time Attack คือการแข่งขันที่เข้าใจง่าย แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดลึกซึ้ง รถทุกคันมีแนวคิด มีสไตล์ และมีตัวตนของเจ้าของแตกต่างกันออกไป ทุกวินาทีในสนามคือผลลัพธ์ของ Passion, Engineering และความพยายามของทีมทั้งหมด
และนั่นคือเหตุผลที่ทาง Grand Prix Time Attack อยากชักชวนเพื่อนๆ ที่รักรถซิ่ง รถสนาม และ Car Culture สายจับเวลา ให้กลับมาสนุกกับบรรยากาศแบบนี้อีกครั้งครับ
12/05/2026
การกลับมาของ Kunihiko Bando และปีศาจคาร์บอน RSC300 ที่ Sydney
ในโลกของ Time Attack ไม่มีใครถูกจดจำเพราะ “ล้มเหลว” เท่ากับการลุกขึ้นกลับมาอีกครั้ง และในศึก Yokohama World Time Attack Challenge Sydney 2026 หนึ่งในเรื่องราวที่ถูกจับตามองที่สุด คือการกลับมาของ Kunihiko Bando พร้อมรถแข่งสุดโหด B-A-R Joyo Real Estate RSC300 ในคลาสสูงสุด Emtron Pro Class หลังจากปีก่อน เขาต้องจบสุดสัปดาห์แห่งความหวังลงตั้งแต่วัน Practice
ภาพของ RSC300 ที่ถูกเข็นกลับเข้าพิตหลังเกิดอุบัติเหตุเพียง 4 รอบในช่วงวอร์มอัป ยังเป็นภาพจำของแฟนมอเตอร์สปอร์ตจำนวนมาก เพราะนี่คือรถที่ถูกพัฒนามาหลายปี เพื่อเป้าหมายเดียว ทำลายกำแพง 300 km/h บนทางตรงของ Sydney Motorsport Park
แต่สำหรับ Bando-san ความพ่ายแพ้ไม่ใช่จุดจบ
หลังรถเดินทางกลับถึงญี่ปุ่น เวิร์กช็อปในจังหวัดอิบารากิของเขาเริ่มต้นการคืนชีพ RSC300 ทันที ชิ้นส่วน Dry Carbon Fiber จำนวนมากถูกสร้างขึ้นใหม่ พร้อมการปรับปรุงรายละเอียดต่าง ๆ ของตัวรถ ก่อนที่มันจะกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะไฮไลต์บนบูธ Yokohama Tires ภายในงาน Tokyo Auto Salon 2026 และเริ่มกลับลงสนามแข่งขัน Time Attack ในญี่ปุ่นช่วงต้นปีที่ผ่านมา
RSC300 คือหนึ่งในรถ Time Attack พื้นฐาน Toyota Soarer / Lexus SC ที่สุดโต่งที่สุดเท่าที่เคยถูกสร้างขึ้น ตัวรถลดน้ำหนักเหลือเพียง 1,160 กิโลกรัม ด้วยการเปลี่ยนแทบทุกชิ้นส่วนเป็น Dry Carbon Fiber ขณะที่หัวใจคือเครื่องยนต์ 3.1 ลิตร 2JZ Hybrid ใช้ฝาสูบ GE แบบ Naturally Aspirated เพื่อการไหลของอากาศที่ดียิ่งขึ้น จับคู่เทอร์โบ Garrett G42-1450 รีดพละกำลังกว่า 1,200 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ Sequential Paddle Shift จาก Albins รุ่น ST6-i
นี่ไม่ใช่รถที่สร้างขึ้นเพื่อ “ลงแข่ง” เท่านั้น แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อไล่ล่าขีดจำกัดของคำว่า Time Attack อย่างแท้จริง
Bando-san เคยสร้างความประทับใจใน Sydney มาแล้ว ด้วยการคว้าโพเดียมตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงแข่งขันในปี 2019 ด้วยเวลาต่อรอบ 1:29.272 แต่ RSC300 เวอร์ชันปัจจุบันนั้นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง หลังผ่านการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รถคันนี้สามารถกดเวลาระดับ 50.086 วินาที ที่ Tsukuba ได้เมื่อต้นปี 2026 ซึ่งถือเป็นตัวเลขระดับแถวหน้าของวงการ Time Attack ญี่ปุ่น
นั่นทำให้การกลับมาของเขาในปีนี้ กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ WTAC 2026 ทันที
เพราะหาก RSC300 สามารถปลดปล่อยศักยภาพทั้งหมดออกมาได้บนสนาม Sydney Motorsport Park มันอาจกลายเป็นรถที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับลำดับแถวหน้าของ Pro Class ได้อย่างแท้จริง
และบางครั้ง เรื่องราวที่ดีที่สุดของมอเตอร์สปอร์ต อาจไม่ใช่แค่ “ใครเร็วที่สุด” แต่อาจเป็นการได้เห็นรถที่ครั้งหนึ่งเคยต้องจบทุกอย่างตั้งแต่วันซ้อม กลับมายืนต่อสู้บนเวทีระดับโลกอีกครั้งอย่างสมศักดิ์ศรี
4–5 กันยายนนี้ Sydney Motorsport Park อาจได้เห็นการสะสาง “ธุรกิจที่ยังไม่จบ” ของชายชื่อ Kunihiko Bando อย่างแท้จริง
Source: www.worldtimeattack.com