20/09/2026
รู้ไหม Babolat ไม่ได้เริ่มจากไม้เทนนิส?
แต่เริ่มจากเอ็น และทำเอ็นอย่างเดียวอยู่ 119 ปี กว่าจะมีไม้อันแรก
⎯⎯⎯⎯⎯
ย้อนไปปี 1875 ที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส
ตอนนั้นเทนนิสเพิ่งเกิดได้ไม่กี่ปี ยังไม่มีใครรู้ว่ามันจะกลายเป็นกีฬาระดับโลก และยังไม่มีใครคิดจริงจังว่าไม้ที่ใช้ตีควรขึงด้วยอะไร
ปิแอร์ บาโบแลท (ภาษาฝรั่งเศสอ่าน บาโบลาต์) เป็นคนแรกที่ตอบคำถามนั้น เขาทำเอ็นสำหรับไม้เทนนิสขึ้นมาจากเอ็นแท้ธรรมชาติ ซึ่งเป็นวัสดุที่ธุรกิจของครอบครัวเขาทำอยู่ก่อนแล้วสำหรับงานอย่างอื่น
เอ็นแท้ธรรมชาติกลายเป็นมาตรฐานของวงการในเวลาต่อมา เพราะให้ความรู้สึกตอนปะทะลูกที่วัสดุอื่นยังทำไม่ได้ นุ่ม เก็บแรงได้ดี และไม่กระชากข้อมือ
⎯⎯⎯⎯⎯
แล้ว Babolat ก็ทำแต่เอ็นอยู่อย่างนั้น
ผ่านสงครามโลกสองครั้ง ผ่านยุคที่ไม้เปลี่ยนจากไม้จริงเป็นเหล็ก เป็นอะลูมิเนียม เป็นกราไฟต์ แบรนด์นี้เลยพร้อมลงสนามไม้เทนนิสเต็มตัว
⎯⎯⎯⎯⎯
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคนเล่นอย่างเรา
เพราะเวลาเลือกอุปกรณ์ เรามักคิดถึงไม้ก่อนเสมอ ทั้งที่สิ่งที่สัมผัสลูกโดยตรงคือเอ็น ไม่ใช่ไม้
ไม้กำหนดน้ำหนัก สมดุล และการสวิง แต่เอ็นคือตัวกำหนดว่าลูกจะออกไปแรงแค่ไหน หมุนแค่ไหน และมือเราจะรู้สึกยังไงตอนปะทะ
ไม้อันเดิม เปลี่ยนเอ็นใหม่ ก็เหมือนได้ไม้ใหม่ และถูกกว่ากันหลายเท่า
⎯⎯⎯⎯⎯
เอ็นเทนนิสเปลี่ยนไปมากตั้งแต่วันนั้น
จากเอ็นแท้ธรรมชาติอย่างเดียว มาเป็นเอ็นสังเคราะห์ที่ราคาจับต้องง่ายขึ้น แล้วก็มาถึงยุคโพลีเอสเตอร์ ที่ทำให้การตีสปินหนัก ๆ กลายเป็นเรื่องปกติของผู้เล่นทั่วไป ไม่ใช่แค่นักกีฬาอาชีพ
แต่ละแบบให้ความรู้สึกคนละอย่าง และเหมาะกับคนละคน ไม่มีเอ็นที่ดีที่สุด มีแต่เอ็นที่เหมาะกับสไตล์การเล่นของเรา
⎯⎯⎯⎯⎯
ทุกวันนี้เอ็นของ Babolat ยังผลิตที่เดิม
โรงงานอยู่ที่ CORBAS ชานเมือง LYON ห่างจากจุดที่ทุกอย่างเริ่มต้นไม่กี่กิโลเมตร RPM BLAST และเอ็นแท้ธรรมชาติยังเป็น Made in France
150 ปีผ่านไป เอ็นแท้ธรรมชาติก็ยังเป็นเอ็นที่นักกีฬาระดับโลกเลือกใช้อยู่
⎯⎯⎯⎯⎯
แล้วเอ็นในไม้คุณล่ะ
รุ่นอะไร เปลี่ยนครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ เม้นต์มาคุยกันได้เลย 🎾
อีกอย่างที่หลายคนไม่รู้ เอ็นเริ่มเสื่อมตั้งแต่วันแรกที่ขึง ถึงจะยังไม่ขาดก็ตาม เรื่องนี้เดี๋ยวเรามาคุยกันต่อ
สัปดาห์หน้าเราจะพาไปรู้จักเอ็นแต่ละรุ่นของ Babolat ว่ารุ่นไหนเหมาะกับใคร